เลเจอร์(Ledger) บริษัทกระเป๋าฮาร์ดแวร์คริปโตเคอร์เรนซีรายใหญ่ของโลกจากฝรั่งเศส เตรียมยื่นจดทะเบียนเข้าตลาดหลักทรัพย์สหรัฐฯ โดยตั้งเป้ามูลค่าบริษัทสูงถึง 4 พันล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 5.8 แสนล้านบาท ความเคลื่อนไหวนี้เกิดขึ้นหลังบริษัททำยอดขายสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในปี 2025 ท่ามกลางความต้องการด้าน ‘ความปลอดภัยของสินทรัพย์ดิจิทัล’ ที่เพิ่มขึ้นและแนวโน้มตลาดคริปโตในสหรัฐฯ ที่กลับมาคึกคักอีกครั้ง
เมื่อวันที่ 23 (เวลาท้องถิ่น) Financial Times รายงานโดยอ้างแหล่งข่าวว่า เลเจอร์อยู่ระหว่างการประเมินการนำหุ้นเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์ก และได้คัดเลือกบริษัทลงทุนชื่อดังอย่าง โกลด์แมน แซคส์, เจฟฟรีส์ และบาร์เคลย์ส เป็นผู้ร่วมจัดการเสนอขายหุ้น เบื้องต้นยังไม่มีการยื่นเอกสารอย่างเป็นทางการต่อหน่วยงานกำกับดูแล และยังไม่กำหนดวันออกขายหุ้นชัดเจน
ปาสกาล โกติเยร์ (Pascal Gauthier) ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของเลเจอร์ เคยให้สัมภาษณ์ว่า “สหรัฐฯ เป็นศูนย์กลางในการระดมทุนด้านคริปโตระดับโลกในขณะนี้ การเข้า IPO ในอเมริกาถือเป็นตัวเลือกเชิงกลยุทธ์ที่น่าสนใจ”
สัญญาณเชิงบวกต่อ IPO ของเลเจอร์ สะท้อนได้จากผลงานของบริษัทในช่วงปี 2025 ซึ่งสร้างรายได้สูงสุดเป็นประวัติการณ์ โดยได้รับแรงหนุนจากความต้องการ ‘โซลูชันการจัดเก็บสินทรัพย์แบบออฟไลน์หรือโคลด์วอลเล็ต’ ที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว อันเนื่องมาจากจำนวนคดีแฮกและฉ้อโกงในวงการคริปโตที่สูงขึ้นในทุกปี
ข้อมูลจากบริษัทวิจัยเชนแอนะลิซิส (Chainalysis) ระบุว่า มูลค่าความเสียหายจากอาชญากรรมในโลกคริปโตตลอดปี 2025 พุ่งแตะ 17 พันล้านดอลลาร์ หรือราว 6 แสนล้านบาท เติบโตจากปีก่อนหน้าราว 30% นี่จึงทำให้ผู้ใช้งานหันมาเลือกโซลูชันแบบ ‘จัดเก็บสินทรัพย์ด้วยตนเอง (Self-custody)’ มากขึ้น และส่งผลให้ยอดขายกระเป๋าฮาร์ดแวร์ของเลเจอร์ทะยานขึ้นตาม
เลเจอร์ซึ่งก่อตั้งเมื่อ 11 ปีก่อน เคยมีมูลค่าบริษัทอยู่ที่ 1.5 พันล้านดอลลาร์ในปี 2023 โดยมีนักลงทุนรายใหญ่อาทิ ทรูโกลบอลเวนเจอร์สจากสิงคโปร์ และ 10T โฮลดิงส์ เข้าร่วมลงทุนเป็นหลัก
การยื่น IPO ในครั้งนี้ยังเกิดขึ้นในช่วงที่นโยบายสหรัฐฯ เริ่มมีท่าทีเป็นมิตรกับคริปโตมากขึ้น หลังจากประธานาธิบดีทรัมป์ชนะการเลือกตั้งอีกสมัยในปี 2025 ด้วยแนวทางส่งเสริมระบบนิเวศดิจิทัลและทรัพย์สินดิจิทัล ส่งผลให้บริษัทโครงสร้างพื้นฐานคริปโตหลายแห่ง ไม่ว่าจะเป็น บิทโก(BitGo), เซอร์เคิล(Circle), เจมิไน(Gemini) และบูลลิช(Bullish) ต่างเริ่มดำเนินการเตรียมตัวเข้าตลาดหรือเข้าจดทะเบียนแล้ว
*ความคิดเห็น* หากเลเจอร์สามารถระดมทุนผ่าน IPO ได้ตามแผน จะเพิ่มศักยภาพในการพัฒนาเทคโนโลยีด้านความปลอดภัย และขยายตลาดในระดับโลก พร้อมทั้งเสริมความเชื่อมั่นให้กับผู้ใช้งานและดึงดูดนักลงทุนสถาบันได้มากขึ้น ท่ามกลางแนวโน้มที่ตลาดต้องการอุปกรณ์จัดเก็บสินทรัพย์ที่ปลอดภัยและเชื่อถือได้มากขึ้นเรื่อย ๆ
ความคิดเห็น 0