ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าหนักสุดในรอบ 7 เดือน นักลงทุนกังวลแนวนโยบายต่างประเทศของทรัมป์
เมื่อวันที่ 23 (เวลาท้องถิ่น) ดอลลาร์สหรัฐเผชิญกับการ *อ่อนค่าครั้งใหญ่ที่สุดในรอบ 7 เดือน* โดยดัชนีดอลลาร์ซึ่งติดตามค่าเงินดอลลาร์เทียบกับ 6 สกุลเงินหลัก ร่วงลงจนเหลือระดับ 97.8 จุด นับตั้งแต่ต้นสัปดาห์ ดัชนีลดลงเกิน 1% ซึ่งถือเป็น *การลดลงรายสัปดาห์ที่รุนแรงที่สุด* นับตั้งแต่เดือนมิถุนายนปีที่แล้ว
ผู้เชี่ยวชาญในตลาดเงินชี้ว่า ความอ่อนแอของดอลลาร์เกิดจาก *ความไม่แน่นอนด้านนโยบายต่างประเทศของประธานาธิบดีทรัมป์* ที่สร้างความสับสนแก่ตลาด นักลงทุนเริ่มหวั่นใจกับการเปลี่ยนท่าทีอย่างกะทันหัน อย่างกรณีล่าสุดที่ทรัมป์กลับลำจากการจะเก็บภาษีนำเข้าจากประเทศในยุโรปซึ่งทำให้ตลาดตั้งคำถามถึง ‘ความสม่ำเสมอ’ ของนโยบายเศรษฐกิจและการค้า
ความอ่อนแอของดอลลาร์ไม่ได้เพิ่งเกิดขึ้นในช่วงต้นปีนี้เท่านั้น เพราะเมื่อปีที่ผ่านมา ดอลลาร์ *ร่วงลงถึง 9.4%* ตลอดทั้งปี ซึ่งเป็น *ผลการดำเนินงานที่ย่ำแย่ที่สุดในรอบ 8 ปี* โดยสาเหตุหลักมาจากความไม่แน่นอนของแนวโน้มเศรษฐกิจสหรัฐที่เริ่มชะลอลง และการขาดความชัดเจนด้านนโยบายเศรษฐกิจจากภาครัฐ
อีกหนึ่งปัจจัยกดดันดอลลาร์อย่างต่อเนื่องคือ ‘ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ย’ ที่กำลังหดแคบลง ธนาคารกลางสหรัฐ(เฟด) ได้แสดงท่าทีว่า อาจมี *การปรับลดอัตราดอกเบี้ยหนึ่งครั้งในปี 2026* อย่างไรก็ตาม ตลาดกลับคาดว่า อาจมี *ถึงสองครั้ง* ซึ่งหากช่องว่างระหว่างดอกเบี้ยของสหรัฐกับประเทศหลักอื่น ๆ ลดลง ก็จะทำให้ *ดอลลาร์สูญเสียความน่าดึงดูด* มากขึ้นไปอีก
ในมุมมองของแบบจำลองการวิเคราะห์บางสำนัก ระบุว่า หากแนวโน้มนี้ยังดำเนินต่อไป ดอลลาร์อาจ *อ่อนค่าลงอีกสูงสุดถึง 8% ภายในปี 2026* ซึ่งสะท้อนว่า *การอ่อนค่าของดอลลาร์ครั้งนี้อาจไม่ใช่เพียงปรากฏการณ์ระยะสั้น*
ความคิดเห็น: ท่ามกลางบริบทของนโยบายที่ *ไม่อาจคาดเดาได้จากทรัมป์* ตลาดเงินกำลังตกอยู่ในภาวะเสี่ยงสูง โดยเฉพาะเมื่อมีปัจจัยเชิงการทูต นโยบายการค้า และทิศทางการเงินโลกที่กำลังกระทบซึ่งกันและกัน ความเคลื่อนไหวของดอลลาร์ในระยะต่อไปจึงน่าจับตามองอย่างยิ่ง
ความคิดเห็น 0