แพลตฟอร์มโซเชียลบนบล็อกเชน ‘ฟาร์คาสเตอร์(Farcaster)’ ยืนยันไม่ได้ปิดตัว พร้อมคืนเงินนักลงทุนเต็มจำนวนกว่า 1,800 ล้านบาท สยบข่าวลือหลังถูกซื้อกิจการโดยสตาร์ทอัพด้านโครงสร้างพื้นฐานอย่าง ‘เนย์นอร์’
เมื่อวันที่ 22 (เวลาท้องถิ่น) แดน โรเมโร(Dan Romero) ผู้ร่วมก่อตั้งฟาร์คาสเตอร์ ได้ออกมากล่าวบนโซเชียลมีเดีย X ว่า *ฟาร์คาสเตอร์จะไม่ยุติการให้บริการ* พร้อมปฏิเสธกระแสข่าวเรื่องการ “เลิกกิจการเงียบ” ที่ถูกกระพือหลังการเข้าซื้อกิจการโดยเนย์นอร์(Neynar) เขาเผยว่า “เมอร์เคิล(Merkle)” บริษัทแม่ของฟาร์คาสเตอร์จะคืนทุนทั้งหมดที่ระดมจากนักลงทุนในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา รวมกว่า 180 ล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 2,615 ล้านบาทไทย โดยการตัดสินใจครั้งนี้เป็นไปเพื่อ *แสดงความรับผิดชอบต่อการบริหารทุน*
กระแสดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากฟาร์คาสเตอร์ประกาศถูกซื้อโดยเนย์นอร์ สร้างความเคลือบแคลงใจในหมู่ผู้ใช้งานว่าการเข้าซื้อนี้เป็นเพียงฉากหน้าของการปิดตัว อย่างไรก็ตาม กลุ่มสนับสนุนมองว่าการย้ายกิจการครั้งนี้ *เป็นการเปลี่ยนผ่านอย่างมีแบบแผน* ที่ยังคงรักษาทั้งตัวระบบและผลประโยชน์ของนักลงทุน
โรเมโรระบุเพิ่มเติมว่า *ฟาร์คาสเตอร์ยังมีผู้ใช้งานจริงอยู่จำนวนมาก* โดย ณ เดือนธันวาคม 2023 มีผู้ใช้งานประจำรายเดือนราว 250,000 ราย และกระเป๋าเงินมากกว่า 100,000 ใบที่ยังคงถือเงินอยู่ “โปรโตคอลยังทำงานตามปกติ และจะยังดำเนินต่อไป” เขาย้ำ
เนย์นอร์ ซึ่งก่อนหน้านี้มีบทบาทในฐานะผู้พัฒนาระบบสนับสนุนให้กับฟาร์คาสเตอร์ วางแผนจะใช้โอกาสจากการเข้าซื้อครั้งนี้ผลักดันระบบให้มุ่งเน้นกลุ่มนักพัฒนาโดยเฉพาะ โดยภายในไม่กี่สัปดาห์นี้ โครงสร้างโปรโตคอล โค้ด แอปทางการ และเครื่องมือคลังเกอร์(Clanker) จะถูกถ่ายโอนไปยังเนย์นอร์ทั้งหมด ทั้งนี้ การเปลี่ยนผ่านยังสอดคล้องกับกลยุทธ์ใหม่ที่เริ่มตั้งแต่ปลายปี 2025 ซึ่งฟาร์คาสเตอร์หันจากโมเดลโซเชียลกราฟมาสู่ *การเติบโตแบบเน้นกระเป๋าเงินภายใน*
ในด้านข้อกล่าวหาเรื่องการใช้เงินลงทุนเพื่อผลประโยชน์ส่วนตัว โรเมโรได้ชี้แจงว่า บ้านพักที่เขาซื้อในสหรัฐฯ เป็นผลกำไรจากการทำงานกับบริษัทคอยน์เบส(Coinbase) ไม่ใช่เงินจากฟาร์คาสเตอร์
*นักลงทุนหลายรายออกมาแสดงความเชื่อมั่นต่อความโปร่งใสของทีมฟาร์คาสเตอร์* โดยอันโตนิโอ การ์เซีย มาร์ติเนซ นักลงทุนรุ่นแรกของทั้งฟาร์คาสเตอร์และเนย์นอร์ กล่าวว่า “ข่าวว่าฟาร์คาสเตอร์ยุติบริการนั้นไร้มูลความจริง” พร้อมย้ำว่าแพลตฟอร์มนี้ยังคงยึดมั่นในหลักการของ *เครือข่ายสังคมแบบไร้อนุญาต*
บัลลาจี ศรีนิวาซาน นักลงทุนชื่อดังอีกคนยืนยันว่า การคืนเงินของเมอร์เคิลเป็นความจริง และโรเมโรนั้น *ไม่ได้มีปัญหาด้านการเงินตั้งแต่ก่อนก่อตั้งฟาร์คาสเตอร์แล้ว*
อย่างไรก็ดี เสียงวิพากษ์วิจารณ์บางส่วนก็ไม่อ้อมค้อม บางคนตั้งคำถามว่า เหตุใดบริษัทที่เพิ่งระดมทุนได้ถึง 150 ล้านดอลลาร์ (ราว 2,179 ล้านบาท) ภายใต้การนำของพาราไดม์(Paradigm) ในปี 2024 จึงถูกขายให้กับสตาร์ทอัพขนาดเล็กอย่างเนย์นอร์ พวกเขามองว่า ปัญหาอาจอยู่ที่ *การบริหารจัดการ* และ *โครงสร้างชุมชนที่ปิดมากเกินไป*
นักพัฒนาโลจิคราฟเตอร์ดีซี(LogiCrafterDz) แสดงความคิดเห็นว่า “การเข้าซื้อครั้งนี้จะประสบความสำเร็จได้ก็ต่อเมื่อมี *การเปลี่ยนแปลงด้านธรรมาภิบาล* และโครงสร้างแรงจูงใจที่โปร่งใสยิ่งขึ้น”
ในขณะที่นักพัฒนาหลายรายยอมรับว่า การนำโมเดลโซเชียลแบบกระจายศูนย์ไปใช้เชิงพาณิชย์นั้นแทบจะเป็นไปไม่ได้ โดยชี้ว่าแม้แต่เมตาและมาสโตดอนก็ยังไม่สามารถเติบโตในระดับคาดหวังได้
สุดท้ายฟาร์คาสเตอร์กำลังยืนอยู่บนทางสามแพร่ง ระหว่างการรักษาระบบให้ดำเนินต่อในรูปแบบใหม่ หรือการยอมจำนนว่า *นี่คืออีกหนึ่ง ‘การทดลองที่ล้มเหลว’ ในโลกระบบกระจายศูนย์* หลายคนมองว่าการคืนทุนอย่างเป็นระบบและการเปลี่ยนผ่านเทคโนโลยีถือเป็นกรณีศึกษาเชิงบวก แต่ทางตรงข้ามก็มองว่าเรื่องนี้สะท้อนความหวังที่ยังไปไม่ถึง
อนาคตของฟาร์คาสเตอร์คงขึ้นอยู่กับว่า *เนย์นอร์จะสามารถสร้างระบบนิเวศแบบนักพัฒนาเป็นศูนย์กลาง* ได้จริง และ *เรียกศรัทธากลับมาจากผู้ใช้และนักลงทุน* ได้หรือไม่
ความคิดเห็น 0