อดีตพนักงานของโอเพนซี(OpenSea) ซึ่งเป็นตลาดซื้อขาย NFT รายใหญ่ ถูกระบุว่ามีความเกี่ยวข้องกับกรณีซื้อขาย NFT ด้วยข้อมูลวงในที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน แต่ล่าสุดคดีกลับสิ้นสุดลงโดยไม่ได้เข้าสู่กระบวนการพิจารณาในชั้นศาล หลังศาลอุทธรณ์ตัดสินพลิกคำตัดสินในชั้นต้น และอัยการสหรัฐยอมยุติการดำเนินคดีภายใต้ข้อตกลง ‘เลื่อนการดำเนินคดี’ (Deferred Prosecution Agreement - DPA)
ผู้เกี่ยวข้องในคดีนี้คือ เนธาเนียล แชสเทน(Nathaniel Chastain) ซึ่งเคยดำรงตำแหน่งผู้จัดการผลิตภัณฑ์ของโอเพนซี ฝ่ายอัยการระบุว่า ช่วงที่เขาทำงานในบริษัท เขาได้ใช้ตำแหน่งในการเข้าถึงข้อมูล NFT ที่จะถูกแสดงบนหน้าเว็บไซต์ล่วงหน้า จากนั้นจึงซื้อมาไว้ก่อนราคาจะพุ่งสูง แล้วจึงขายเพื่อทำกำไร ซึ่งเป็นเหตุให้เขาถูกฟ้องในปี 2022 โดยอัยการยกกรณีนี้เป็นตัวอย่างแรก ๆ ของการ ‘ซื้อขายโดยใช้อินไซด์ข้อมูล’ ในตลาด NFT และสามารถนำไปสู่คำพิพากษาว่ามีความผิดในปี 2023 เขาถูกสั่งจำคุกเป็นเวลา 3 เดือนและได้เริ่มรับโทษไปแล้ว
อย่างไรก็ตาม คำตัดสินพลิกกลับในศาลอุทธรณ์เขต 2 แห่งสหรัฐ เมื่อศาลระบุว่าคำแนะนำที่คณะลูกขุนได้รับในคดีแรกมีข้อผิดพลาด โดยมีประเด็นสำคัญอยู่ที่ว่า ข้อมูลภายในจะถือว่าเป็น ‘ทรัพย์สิน’ ได้ก็ต่อเมื่อมี ‘คุณค่าทางพาณิชย์’ ต่อบริษัท แต่หากไม่เข้าเงื่อนไขนี้ จะถือเป็นเพียงพฤติกรรมผิดจรรยาบรรณและไม่ใช่ความผิดทางอาญา ความเห็นนี้มี *ความสำคัญ* ต่อการตีความกฎหมายเดิมกับสินทรัพย์ดิจิทัลอย่าง *NFT* และ *คริปโตเคอร์เรนซี* ในอนาคต
ในช่วงกลางเดือนมกราคม สำนักงานอัยการกลางสหรัฐในนิวยอร์กประกาศว่าได้บรรลุข้อตกลงเลื่อนการดำเนินคดีกับแชสเทน โดยเจ้าตัวยอมรับการริบอีเธอเรียม(ETH) มูลค่าประมาณ 15.98 ETH หรือราว 2.32 ล้านบาท ซึ่งเกี่ยวข้องกับการทำธุรกรรมที่ถูกกล่าวหาว่าไม่โปร่งใส พร้อมทั้งอัยการแจ้งต่อศาลว่าจะยื่นคำร้องเพื่อยุติคดีภายในหนึ่งเดือน
แม้การบรรลุข้อตกลงในครั้งนี้จะสร้าง *บรรทัดฐานเชิงกฎหมายในระดับหนึ่ง* แต่คำตัดสินจากศาลอุทธรณ์ได้ทิ้งคำถามไว้อีกมากเกี่ยวกับว่า พฤติกรรมที่คล้ายคลึงในตลาด NFT จะอยู่ภายใต้กฎหมายการฉ้อโกงทางการเงินแบบเดิมหรือไม่ ซึ่ง *ความคิดเห็น* ของผู้เชี่ยวชาญหลายรายมองตรงกันว่า ระบบนิติบัญญัติจำเป็นต้องเร่งดำเนินการปรับปรุงเพื่อให้สามารถควบคุมตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลได้อย่างเหมาะสมมากขึ้นในอนาคต
ความคิดเห็น 0