บริษัทจัดการสินทรัพย์คริปโตชื่อดังในสหรัฐฯ อย่างเกรย์สเกล(Grayscale) ได้ยื่นเอกสารแบบ S-1 ต่อคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ของสหรัฐฯ (SEC) เพื่อขออนุมัติจัดตั้งกองทุน ETF แบบถือสัญญาจริงของบีเอ็นบี(BNB) เมื่อวันที่ 23 (เวลาท้องถิ่น) การเคลื่อนไหวครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความตั้งใจของเกรย์สเกลในการขยายผลิตภัณฑ์ ETF ของตนเอง หลังประสบความสำเร็จกับกองทุนอิงบิตคอยน์(BTC) และอีเธอเรียม(ETH)
จากเอกสารที่ยื่น BNB ETF นี้จะถือครองโทเคน BNB โดยตรง และออกหุ้นให้แก่นักลงทุนซึ่งจะสะท้อนราคาตลาดของ BNB โดยไม่จำเป็นต้องถือโทเคนในกระเป๋าเงินคริปโตส่วนตัว หากได้รับอนุมัติ ETF นี้จะทำการซื้อขายภายใต้ชื่อย่อ ‘GBNB’ บนตลาดแนสแด็ก และขณะนี้กำลังอยู่ในกระบวนการตรวจสอบจากหน่วยงานกำกับดูแล
ก่อนหน้านี้ บริษัทด้านการลงทุนชื่อดังอย่างแวนเอ็ก(VanEck) ก็ได้ยื่นคำขอจัดตั้ง ETF ที่มี BNB เป็นสินทรัพย์อ้างอิงไปแล้วในเดือนเมษายน 2025 ซึ่งทำให้ความพยายามของเกรย์สเกลในครั้งนี้ถูกมองว่าเป็นอีกก้าวหนึ่งของการขยายพอร์ตผลิตภัณฑ์คริปโต ETF ให้ครอบคลุมหลากหลายมากขึ้น
BNB ถือเป็นสกุลเงินดิจิทัลที่มีมูลค่าตามราคาตลาดมากเป็นอันดับสี่ของโลก แต่ที่ผ่านมาสถาบันการเงินแบบดั้งเดิมยังไม่เข้าถึงสินทรัพย์นี้อย่างเต็มที่ อย่างไรก็ตาม ความเคลื่อนไหวล่าสุดดูเหมือนจะสร้างแรงดึงดูดต่อสถาบันเพิ่มขึ้นเป็นลำดับ ด้านผู้ร่วมก่อตั้งไบแนนซ์และอดีตซีอีโอ จางเผิง เจ่า(Changpeng Zhao) หรือ ซีแซด(CZ) ก็ออกมาแสดงความเห็นผ่านแพลตฟอร์ม X โดยกล่าวว่า “นี่เป็นอีกหนึ่งก้าวที่ช่วยให้สหรัฐฯ กลายเป็น ‘เมืองหลวงแห่งคริปโต’” พร้อมเสริมว่า การเข้าถึงโทเคนอันดับสามของโลกกำลังจะเปิดกว้างขึ้น แม้เจ้าตัวจะวางมือจากตำแหน่งแล้วตั้งแต่ปลายปี 2023 แต่ยังคงมีอิทธิพลในตลาดสูง
เจมส์ เซย์ฟาร์ต(James Seyffart) นักวิเคราะห์ด้าน ETF กล่าวเสริมว่า หาก SEC อนุมัติ ETF ดังกล่าว นั่นอาจสื่อเป็นนัยว่า BNB ถูกจัดประเภทเป็น ‘สินค้าโภคภัณฑ์’ มากกว่าที่จะถือเป็น ‘หลักทรัพย์’ ซึ่งถือเป็นเรื่องใหญ่มากในแง่กฎระเบียบ
ด้านราคาของ BNB ปรับตัวขึ้นอย่างรวดเร็วเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา โดยแตะระดับ 900 ดอลลาร์ (ราว 1,308,870 บาท) ก่อนจะย่อตัวลงเล็กน้อยมาอยู่ที่ประมาณ 890 ดอลลาร์ (ราว 1,295,327 บาท) ตามข้อมูลจาก CoinGecko ผลตอบแทนรายสัปดาห์อยู่ที่ -5%
ตลาดมองว่า หาก ETF ของ BNB ได้รับการอนุมัติจริง สถานะของ BNB ในฐานะ ‘โทเคนหลักอันดับสาม’ ถัดจากบิตคอยน์และอีเธอเรียมอาจจะยิ่งแข็งแกร่งขึ้น อย่างไรก็ตาม ‘ความเห็น’ ส่วนหนึ่งยังคงชี้ว่าความไม่แน่นอนด้านกฎระเบียบอาจทำให้การอนุมัติล่าช้าออกไป โดยเฉพาะท่าทีของ SEC ต่อ BNB ที่ยังไม่ชัดเจนในขณะนี้
ความคิดเห็น 0