บิตคอยน์(BTC) มูลค่าราว 70,000 ล้านวอน (ประมาณ 4.77 ล้านดอลลาร์) ที่ถูกอัยการเกาหลีใต้ยึดและจัดเก็บไว้ ได้ถูกขโมยไปจากการโจมตีแบบฟิชชิ่ง สร้างความกังวลอย่างมากเกี่ยวกับความปลอดภัยของสินทรัพย์ดิจิทัลที่อยู่ภายใต้ความดูแลของรัฐบาล ตามรายงานจากสื่อท้องถิ่นเมื่อวันที่ 24
อัยการภูมิภาคกวางจูตรวจพบการสูญหายของบิตคอยน์ระหว่างการตรวจสอบระบบจัดเก็บสินทรัพย์ดิจิทัลในรูปแบบ USB ซึ่งเป็นอุปกรณ์จัดเก็บภายนอกที่ใช้เก็บเหรียญจากคดีอาญา แหล่งข่าวระบุว่า หนึ่งในเจ้าหน้าที่อาจเผลอเข้าสู่เว็บไซต์ปลอม ทำให้ข้อมูลการเข้าถึงกระเป๋าคริปโตถูกขโมย
แม้จำนวนเหรียญที่สูญหายยังไม่ได้รับการยืนยันอย่างเป็นทางการ หลายสื่อในเกาหลีใต้รายงานว่า ความเสียหายอาจสูงถึงระดับหลายพันล้านวอน โดยชี้ว่าเหตุการณ์เริ่มจากการที่เจ้าหน้าที่ของสำนักงานอัยการถูกหลอกให้กรอกข้อมูลสำคัญบนเว็บไซต์ฟิชชิ่ง ซึ่งทำให้คนร้ายสามารถถอนบิตคอยน์ออกจากกระเป๋าได้
ขณะนี้อัยการกำลังเร่งสอบสวนที่มาของการรั่วไหล และดำเนินมาตรการทางเทคนิคและกฎหมายในการติดตามเงินดิจิทัลที่สูญหาย อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดในช่วงที่การสืบสวนยังดำเนินอยู่
เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นว่า แม้แต่หน่วยงานรัฐก็ไม่ปลอดภัยจากการโจมตีแบบฟิชชิ่ง ซึ่งเป็นภัยคุกคามเรื้อรังในตลาดคริปโต ฟิชชิ่งยังคงเป็นวิธีการโจรกรรมคริปโตที่พบได้มากที่สุด โดยมักใช้เว็บไซต์หรือข้อความปลอม เพื่อหลอกขอรหัสผ่านหรือวลีสำรองของกระเป๋าเงินดิจิทัลจากเหยื่อ
กรณีคล้ายกันเกิดขึ้นเมื่อช่วงต้นปี เมื่อผู้ใช้งานของบริษัทผู้ผลิตกระเป๋าฮาร์ดแวร์ ‘เลเจอร์’ ต้องเผชิญกับฟิชชิ่งหลังจากเว็บไซต์พันธมิตรทางอีคอมเมิร์ซถูกแฮ็ก แฮกเกอร์ได้ส่งอีเมลที่แอบอ้างว่าเป็นการควบรวมกิจการระหว่าง เลเจอร์ และ เทรเซอร์ เพื่อหลอกให้ผู้ใช้กรอกวลีการกู้คืนจำนวน 24 คำ
ในเดือนธันวาคม ซีอีโอของบิตเกต(Bitget) แกรซี เฉิน กล่าวเตือนว่า แฮกเกอร์เริ่มใช้อีเมลหรือการเชิญประชุมผ่าน Zoom หรือ Microsoft Teams เป็นเครื่องมือลวงให้เหยื่อติดตั้งลิงก์ปลอมเช่น Telegram หรือ Calendly จากนั้นแทรกโปรแกรมที่สามารถขโมยสินทรัพย์ดิจิทัลได้ ในบางกรณี ผู้ประสงค์ร้ายยังใช้ข้ออ้างเรื่องการเชื่อมต่อผิดพลาดระหว่างประชุม เพื่อกระตุ้นให้เป้าหมายติดตั้งซอฟต์แวร์อันตราย
ด้านผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมคริปโตเห็นพ้องว่า เหตุการณ์ในเกาหลีใต้ครั้งนี้ สะท้อนความจำเป็นที่ทั้งภาครัฐและเอกชน ต้องยกระดับ ‘ความปลอดภัยของสินทรัพย์ดิจิทัล’ อย่างเร่งด่วน แม้ใช้กระเป๋าออฟไลน์ ข้อมูลการเข้าถึงก็ยังเสี่ยงต่อการถูกขโมย หากไม่มีมาตรการควบคุมที่แน่นหนา
การสร้างระบบรับผิดชอบของรัฐในการเก็บรักษาคริปโต และการกำหนด ‘คู่มือความปลอดภัย’ ที่ชัดเจน ถือเป็นกุญแจสำคัญในการฟื้นฟูความเชื่อมั่น โดยเฉพาะเมื่อเกิดเหตุผิดพลาด จำเป็นต้องมีแผนตอบสนองอย่างเป็นระบบเพื่อป้องกันความเสียหายซ้ำรอย เห็นได้ชัดว่า ความโปร่งใสและการจัดการที่มีประสิทธิภาพของรัฐบาล จะมีบทบาทสำคัญต่อความไว้วางใจของประชาชนและผู้ลงทุนในตลาดคริปโตในระยะยาว
ความคิดเห็น 0