‘อีเธอเรียม(ETH)’ กำลังเผชิญแรงกดดันอย่างหนัก หลังราคาปรับตัวลดลงต่ำกว่าระดับแนวรับสำคัญที่ 3,000 ดอลลาร์ และยังไม่สามารถฟื้นตัวขึ้นได้อย่างชัดเจน โดยล่าสุดเคลื่อนไหวอยู่บริเวณ 2,900 ดอลลาร์หรือประมาณ 421,600 บาท ซึ่งนักวิเคราะห์เตือนว่าหากไม่สามารถยืนเหนือแนวนี้ อาจมีความเสี่ยงที่จะปรับลงมากถึง ‘40%’ จากระดับปัจจุบัน
ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา อีเธอเรียมหลุดระดับจิตวิทยาที่ 3,000 ดอลลาร์ และพยายามสร้างแนวรับใหม่บริเวณ 2,700–2,800 ดอลลาร์ (ประมาณ 392,100–406,800 บาท) แต่ยังไม่มีสัญญาณฟื้นตัวชัดเจน โดยราคาลดลงจากสัปดาห์ก่อนหน้าราว 10% และลดลงอีกราว 1% ภายใน 24 ชั่วโมงล่าสุด
เทรดเดอร์ชื่อ ทาดิเกรด(Trader Tardigrade) ได้อ้างอิงการวิเคราะห์ทางเทคนิคโดยใช้รูปแบบ ‘หมีธง(Bear Flag)’ ซึ่งเป็นสัญญาณของแนวโน้มขาลงแบบคลาสสิก โดยชี้ว่าอีเธอเรียมกำลังเข้าสู่ ‘เขตอันตราย’ และหากไม่สามารถยืนเหนือระดับ 2,906 ดอลลาร์ (ประมาณ 422,800 บาท) ได้ในระยะสั้น อาจปรับตัวลงสู่เป้าหมายที่ 1,666 ดอลลาร์ (ประมาณ 241,200 บาท) ซึ่งเป็นระดับเป้าหมายต่อไป ทั้งนี้ เขาเตือนว่าราคาอีเธอเรียมมีเวลาปรับฐานกลับสู่ระดับที่ปลอดภัยภายใน 1 วัน 19 ชั่วโมง
ด้านนักวิเคราะห์อีกคนชื่อ เทด ระบุว่าราคาอีเธอเรียมกำลัง ‘สูญเสียทิศทาง’ หลังเผชิญแรงเทขายหนัก ขณะที่ข้อมูลจากตลาดอนุพันธ์แสดงให้เห็นว่ามีการเพิ่มขึ้นของ ‘โอเพ่นอินเทอเรสต์(Open Interest)’ สูงถึง 52.55 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 7,612 ล้านบาท) บ่งชี้ว่านักลงทุนกำลังเปิดสถานะทั้งฝั่งซื้อและขายเพิ่มขึ้น
ข้อมูลเพิ่มเติมแสดงว่า ‘อัตราทุน(Funding Rate)’ ปรับลงมาอยู่ที่ระดับ 0.0011 แม้ยังอยู่ในแดนบวกเล็กน้อย แต่ก็สะท้อนถึงภาวะ ‘ตลาดเย็นลง’ เทดให้ความเห็นว่า “นักลงทุนเก่าถูกบังคับปิดสถานะไปแล้ว และตอนนี้กลุ่มนักลงทุนใหม่เริ่มเข้าจับจังหวะตลาด” โดยมองว่าการเพิ่มขึ้นของสถานะลงทุน แม้ในช่วงราคานิ่ง อาจสะท้อนการเตรียมพร้อมสู่ความเคลื่อนไหวใหม่ของตลาด
มิคาเอล ฟาน เดอ ป๊อป(Michaël van de Poppe) ผู้ก่อตั้ง MNF ฟันด์ ได้แชร์กราฟอัตราส่วนราคาอีเธอเรียมต่อบิตคอยน์(ETH/BTC) และระบุว่า ขณะนี้อีเธอเรียมกำลังเข้าใกล้ ‘ระดับแนวรับระยะยาวที่สำคัญ’ แม้ตัวกราฟอยู่ใต้เส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ 21 วัน แต่เป็นระดับที่ ‘เคยเกิดการฟื้นตัว’ มาก่อน
ขณะที่บริษัทวิเคราะห์ CW ระบุว่าระดับราคาปัจจุบันของอีเธอเรียมใกล้เคียงกับช่วงที่ ‘นักลงทุนวาฬ’ เคยเข้าซื้อจำนวนมากในอดีต โดยราคาซื้อเฉลี่ยของกระเป๋าเงินขนาดใหญ่เหล่านั้นอยู่ในช่วงเดียวกันนี้ ซึ่งอาจส่งสัญญาณโอกาสฟื้นตัว
อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์ข้อมูลบล็อกเชน อาลี มาร์ติเนซ(Ali Martinez) เตือนว่า ตั้งแต่ต้นเดือนมกราคมที่ผ่านมา วาฬถืออีเธอเรียมอย่างต่อเนื่องลดลง และกองทุน ETF ที่เพิ่งเปิดตัวก็ยังให้ผลตอบแทนติดลบ ทำให้ภาพรวมยังต้อง ‘ระมัดระวัง’ ต่อแนวโน้มตลาด
จากข้อมูลทางเทคนิคและสัญญาณตลาดทั้งหมด ชี้ให้เห็นว่า ราคาของอีเธอเรียมมีแนวโน้มจะ ‘ผันผวนเพิ่มมากขึ้น’ ในระยะเวลาอันใกล้นี้ หากราคายังไม่สามารถยืนเหนือแนวรับสำคัญได้ ความเสี่ยงที่จะ ‘ปรับตัวลงอีก’ จะเด่นชัดกว่าการฟื้นตัว
ความคิดเห็น 0