เจ้าหน้าที่ธนาคารกลางสหรัฐ(เฟด) ระบุว่าเศรษฐกิจสหรัฐฯ ทั้งด้านการเติบโตและการจ้างงานยังอยู่ในเกณฑ์มั่นคง แต่ยังต้องรอข้อมูลเพิ่มเติมก่อนจะสรุปทิศทางเงินเฟ้อ ท่ามกลางตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลอย่างบิตคอยน์(BTC) และอีเธอเรียม(ETH) ที่จับตาสัญญาณอัตราดอกเบี้ยอย่างใกล้ชิด แต่ครั้งนี้สิ่งที่ได้รับกลับเป็นเพียงข้อความให้ 'รอดูตัวเลขเพิ่ม' มากกว่าสัญญาณนโยบายใหม่
ออสตัน กูลส์บี(Austan Goolsbee) ประธานธนาคารกลางสหรัฐ สาขาชิคาโก กล่าวตามรายงานของ PANews ว่าผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ(GDP) และตลาดแรงงานของสหรัฐฯ โดยพื้นฐานแล้วยังอยู่ในภาวะมั่นคง เขามองว่ายอดค้าปลีกที่อ่อนตัวลงอาจเป็นเพียงปรากฏการณ์ชั่วคราวในรอบเดือนเดียว แต่หากการชะลอตัวของการบริโภคยังดำเนินต่อไป ก็ถือเป็นเรื่องที่ 'น่ากังวล' ส่วนดัชนีราคาผู้บริโภค(CPI) เขาประเมินว่าเป็นสัญญาณที่ 'น่ายินดี' แต่ย้ำว่ายังต้องดูข้อมูลเพิ่มเติมก่อนจะสรุปได้
เฟด รายงานในเอกสารนโยบายการเงินประจำเดือนกรกฎาคมว่าภาวะตลาดแรงงานของสหรัฐฯ ในปีนี้โดยรวมยังมั่นคง โดยอัตราการว่างงานเดือนมิถุนายนอยู่ที่ 4.2% ขณะที่ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ(GDP) ที่แท้จริงในไตรมาสแรกขยายตัว 2.1% เมื่อเทียบเป็นรายปี ตัวเลขที่สะท้อนว่าการเติบโตและการจ้างงานยังไม่ทรุดตัวลงอย่างรวดเร็ว อาจเป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำให้เฟดยังไม่รีบตัดสินใจเรื่องอัตราดอกเบี้ย
ประเด็นสำคัญจากคำพูดของกูลส์บีอยู่ที่ 'ระยะเวลา' มากกว่าตัวเลขเงินเฟ้อเอง แม้ CPI จะส่งสัญญาณที่ดีขึ้น แต่ข้อมูลเพียงเดือนเดียวยังไม่เพียงพอที่จะใช้สรุปทิศทางนโยบายการเงิน ก่อนหน้านี้เขาเคยให้ความเห็นต่อ CPI เดือนมิถุนายนในทำนองเดียวกันว่าไม่ควรตอบสนองต่อข้อมูลเพียงเดือนเดียวมากเกินไป และต้องเห็นแนวโน้มที่ต่อเนื่องหลายเดือนก่อนจึงจะมั่นใจได้มากขึ้น
เหตุผลที่ตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลจับตาคำพูดนี้ มาจากความเชื่อมโยงกับทิศทางอัตราดอกเบี้ยและค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ เนื่องจากบิตคอยน์และอีเธอเรียมเป็นสินทรัพย์ที่มักเคลื่อนไหวไวต่อการเปลี่ยนแปลงความต้องการสินทรัพย์เสี่ยง อย่างไรก็ตาม คำพูดครั้งนี้เพียงอย่างเดียวยังไม่สามารถใช้ฟันธงทิศทางนโยบายถัดไปของเฟด หรือผลกระทบต่อราคาสินทรัพย์ดิจิทัลได้อย่างชัดเจน
เฟด คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่กรอบ 3.50-3.75% ในการประชุมเมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม จากนี้ตลาดจะต้องติดตามตัวเลขเงินเฟ้อ การบริโภค และการจ้างงานที่จะทยอยประกาศออกมา เพื่อดูว่าท่าทีภายในเฟดจะเปลี่ยนแปลงไปอย่างไร
แหล่งข้อมูลอ้างอิง: PANews, Federal Reserve Monetary Policy Report, FXStreet
ความคิดเห็น 0