กระเป๋าเงินดิจิทัลซึ่งถูกกล่าวหาว่าเกี่ยวข้องกับการยักยอกคริปโตที่รัฐบาลสหรัฐฯ ยึดมา ได้ทำการเปิดตัวเหรียญมีมใหม่บนแพลตฟอร์ม 'Pump.fun' บนเครือข่ายโซลานา เหรียญมีมดังกล่าวใช้ชื่อว่า ‘จอห์น ดากิตา(LICK)’ และราคาดิ่งลงกว่า 97% ภายในวันเดียว สร้างความกังวลใหม่เกี่ยวกับโทเคโนมิกส์และโครงสร้างการกระจายเหรียญในตลาดมีมโทเคน
ข้อมูลจากบล็อกเชนแสดงให้เห็นว่า LICK เริ่มต้นด้วยมูลค่าตลาดประมาณ 915,000 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 13.1 ล้านบาท) แต่ต่อมาร่วงลงต่ำกว่า 25,000 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 3.5 แสนบาท) พร้อมกันนั้น ยังมีหลักฐานว่า ‘กระเป๋าเงินต้นทาง’ ซึ่งเป็นผู้สร้างเหรียญ ได้เข้าซื้อโทเคนก่อนที่ราคาจะพุ่งขึ้น ผ่านการซื้อแบบซ้ำหลายครั้ง ขณะที่มูลค่าตลาดยังไม่ถึง 21,000 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 3 ล้านบาท)
ประเด็นนี้จุดกระแสความสงสัยในชุมชนคริปโตว่าการเปิดตัวครั้งนี้อาจเป็นอีกรูปแบบหนึ่งของ ‘รักพูล’ (rug pull) ซึ่งหมายถึงการหลอกล่อให้ราคาขยับสูงชั่วคราว จากนั้นทีมพัฒนาหรือผู้เกี่ยวข้องจะขายเหรียญล็อตใหญ่และหายตัวไปพร้อมเงินลงทุน
นักวิเคราะห์บล็อกเชน แซ็กซ์เอ็กซ์บีที(ZachXBT) เปิดเผยเมื่อวันศุกร์ว่า กระเป๋าเงินต้นทางของโปรเจกต์ LICK นั้น มีความเชื่อมโยงกับที่อยู่ที่เคยถูกใช้ขโมยคริปโตจากทรัพย์สินที่รัฐบาลสหรัฐฯ ยึดไว้ในปี 2024 และ 2025 เขาระบุว่า จอห์น ดากิตา ผู้ถูกกล่าวหา เป็นบุตรชายของดีน ดากิตา — ผู้ดำรงตำแหน่งซีอีโอของบริษัท Command Services & Support และยังเป็นผู้ต้องสงสัยว่าลักลอบเข้าถึงกระเป๋าเงินที่ใช้เก็บสินทรัพย์ของรัฐบาลโดยไม่ได้รับอนุญาต
สำนักงานเจ้าหน้าที่ระดับสูงของรัฐบาลกลาง (US Marshals Service) ยืนยันว่ากำลังอยู่ระหว่างการสืบสวนในกรณีดังกล่าว แต่ยังไม่ให้รายละเอียดใดเพิ่มเติม ณ ตอนนี้
ขณะเดียวกัน แพลตฟอร์มวิเคราะห์บล็อกเชน Bubblemaps เปิดเผยเพิ่มเติมว่า เมื่อเปิดตัว LICK เหรียญจำนวนถึง 40% ในระบบทั้งหมดถูกควบคุมโดยกระเป๋าเงินของผู้ก่อตั้งทันทีในช่วงเริ่มต้น ซึ่งถือเป็น ‘สัญญาณแดง’ ที่มักปรากฏในโครงการที่มีความเสี่ยงสูงต่อการฉ้อโกง
Bubblemaps ระบุว่า “จอห์น ดากิตา ซึ่งต้องสงสัยว่าเคยขโมยคริปโตจากรัฐบาลมูลค่า 40 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 571 ล้านบาท) ได้เปิดเทรด LICK บนกระดานแลกเปลี่ยนคริปโต พร้อมออกไลฟ์ผ่านแอป Telegram ในขณะที่เขายังถือครองเหรียญกว่า 40% ของจำนวนทั้งหมดในระบบ” ความเข้มข้นของการถือครองเหรียญระดับนี้ ทำให้เกิดการเปรียบเทียบกับเหตุการณ์ ‘รักพูล’ อื่นในอดีต
ตัวอย่างเช่น ในเดือนมีนาคม 2025 มีการเปิดตัวเหรียญมีมชื่อว่า ‘วูล์ฟ ออฟ วอลล์สตรีท(WOLF)’ แต่ราคาร่วงทันที 99% ภายในวันแรก ส่งผลให้มูลค่าตลาดหายไปราว 42 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 600 ล้านบาท) เหรียญนี้พัฒนาโดยเฮย์เดน เดวิส ซึ่งเคยอยู่เบื้องหลัง ‘เมลาเนียมีม(MELANIA)’ และโทเคน ‘ลิบรา’ โดยมีรายงานว่าเขาถือเหรียญล็อตใหญ่ถึง 80% ตั้งแต่ช่วงเริ่มต้น
กรณี LICK และโครงการรักพูลก่อนหน้านี้ สะท้อนวิกฤตความเชื่อมั่นที่ยังฝังลึกในตลาดมีมโทเคน แม้โปรเจกต์เหล่านี้จะอ้างว่ามีความ ‘กระจายศูนย์’ แต่โครงสร้างการจัดสรรเหรียญในมือของผู้ก่อตั้งหรือบุคคลภายใน ยังคงตั้งคำถามถึงบทบาทที่แท้จริงของชุมชนในระบบ
ขณะที่การเปิดตัวเหรียญบนแพลตฟอร์มอย่าง Pump.fun และแพลตฟอร์มดีไฟอื่น ๆ เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้ทักษะด้านการวิเคราะห์ออนเชนและความรอบคอบต่อโครงสร้างการกระจายในระยะแรกกลายเป็นสิ่งสำคัญยิ่งสำหรับนักลงทุนสายมีมในยุคนี้
ความคิดเห็น 0