พายุหิมะถล่มทั่วสหรัฐ ดันหุ้นเหมืองบิตคอยน์พุ่ง – หลังแฮชเรตดิ่งหนัก
จากอิทธิพลของพายุฤดูหนาวที่ปกคลุมทั่วสหรัฐในช่วงสัปดาห์นี้ การขุดบิตคอยน์(BTC) ได้รับผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญ ทำให้แฮชเรตของบิตคอยน์ตกต่ำลง และส่งผลให้หุ้นของบริษัทเหมืองบิตคอยน์ที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ทะยานขึ้นพร้อมกัน ท่ามกลางการแข่งขันที่เบาบางลง ซึ่งเอื้อประโยชน์ให้แก่ผู้ขุดรายใหญ่
เมื่อวันที่ 24 ตามเวลาท้องถิ่น ราคาหุ้นของบริษัทยักษ์ใหญ่ด้านการขุดบิตคอยน์ เช่น เทรารูล์ฟ(Terawulf) พุ่งขึ้นราว 11%, ไอเรน(Iren Limited) เพิ่มขึ้นประมาณ 14% และ ไซเฟอร์ ไมนิ่ง(Cipher Mining) กระโดดขึ้นถึง 13% ตามข้อมูลจาก Barchart
แรงกระเพื่อมนี้เกิดขึ้นหลังจากแฮชเรตของเครือข่ายบิตคอยน์ร่วงลงอย่างหนัก โดยแพลตฟอร์ม Coinwarz ระบุว่า เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา แฮชเรตลดลงสู่ระดับต่ำสุดในรอบ 7 เดือน ที่ 663 เอกซาแฮชต่อวินาที (EH/s) หรือดิ่งลงกว่า 40% ภายในสองวัน แม้ว่าแฮชเรตจะฟื้นตัวกลับมาแตะระดับ 814 EH/s ในวันพุธ แต่ก็ยังไม่เท่ากับช่วงก่อนเกิดพายุ ที่อยู่ในระดับ 1.1 เซตตะแฮชต่อวินาที (ZH/s)
สถานการณ์นี้ทำให้เห็นได้ชัดว่า จำนวนผู้ขุดที่ยังออนไลน์ลดลง ซึ่งหมายถึง ‘การแข่งขันน้อยลง’ ส่งผลให้โอกาสในการรับรางวัลของบริษัทเหมืองขนาดใหญ่สูงขึ้น
ดัชนีวัดรายได้จากการขุด ‘บิตคอยน์ แฮชไพรซ์(Bitcoin Hashprice)’ ก็ปรับตัวขึ้นเช่นกัน โดยข้อมูลจาก HashrateIndex เผยว่า เมื่อวันที่ 24 รายได้เฉลี่ยต่อ 1 เทราฮาช(TH) ต่อวัน อยู่ที่ 0.040 ดอลลาร์ (ราว 57.2 บาท) เพิ่มขึ้นจากระดับก่อนหน้าที่ 0.038 ดอลลาร์ (ราว 54.3 บาท)
อย่างไรก็ตาม สำหรับบริษัทขุดรายย่อย ปรากฏการณ์นี้กลับกลายเป็น ‘วิกฤต’ มากกว่าจะเป็นโอกาส อากาศหนาวจัดทำให้ประสบปัญหาด้านระบบระบายความร้อน และการจัดการพลังงาน จนต้องหยุดดำเนินการชั่วคราว
จากข้อมูลของคริปโตควอนต์(CryptoQuant) ระบุว่า หลายบริษัทที่ตั้งเหมืองในสหรัฐต้องลดกำลังการขุดโดยสมัครใจเพื่อป้องกันระบบไฟฟ้าล่ม ตัวอย่างเช่น คลีนสปาร์ค(CleanSpark) ลดกำลังผลิตจากวันละ 22 BTC เหลือเพียง 12 BTC, ไรออต แพลตฟอร์มส์(Riot Platforms) จาก 16 BTC เหลือแค่ 3 BTC ขณะที่ มาราธอน ดิจิทัล โฮลดิงส์(Marathon Digital Holdings) และไอเรนก็ลดกำลังขุดลงเหลือ 7 BTC และ 6 BTC ตามลำดับ
ด้านบริษัทด้านซอฟต์แวร์และโครงสร้างพื้นฐานการขุดอย่าง เบรนส์(Braiins) เตือนว่า ฤดูหนาวมักเล่นงานเหมืองที่ขาดการเตรียมตัว โดยความเสียหายส่วนใหญ่มักเกิดจากการรีสตาร์ทเครื่องท่ามกลางอุณหภูมิติดลบ หรือจากการบริหารอุณหภูมิและการหมุนเวียนอากาศที่ไม่ดีพอในเหมือง
*ความคิดเห็น* เหตุการณ์ครั้งนี้เป็นเหมือนเครื่องย้ำเตือนถึง ‘ความเปราะบาง’ ของอุตสาหกรรมเหมืองคริปโตเมื่อต้องเผชิญกับปัจจัยธรรมชาติ และปัญหาโครงสร้างพื้นฐาน ขณะเดียวกันก็เปิดโอกาสให้กับผู้เล่นรายใหญ่ที่มีทั้งทุนและเทคโนโลยีรับมือกับความเสี่ยงเหล่านี้ได้ดีกว่าการแข่งขันระหว่างรายย่อยมากขึ้นเรื่อย ๆ อาจเป็นสัญญาณถึงการ *ปรับโฉมอุตสาหกรรมเหมืองขุด* ในอนาคตอันใกล้
ความคิดเห็น 0