สเต๊กแอนด์เชค เพิ่มการถือครองบิตคอยน์(BTC) รับรายได้พุ่งต่อเนื่อง
สเต๊กแอนด์เชค แบรนด์ร้านอาหารฟาสต์ฟู้ดยอดนิยมของสหรัฐฯ ได้ขยายพอร์ตโฟลิโอการถือครอง *บิตคอยน์(BTC)* หลังยอดขายในร้านเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยยะสำคัญ บริษัทเผยว่าเมื่อสัปดาห์นี้ ได้ทำการเข้าซื้อ *บิตคอยน์* มูลค่า 5 ล้านดอลลาร์ หรือราว 214.8 ล้านบาท เพื่อนำไปไว้ในคลังสินทรัพย์ ‘เงินสำรองบิตคอยน์เชิงกลยุทธ์’ ส่งผลให้ยอดรวมการถือครองในปีนี้แตะระดับ 15 ล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 644.6 ล้านบาท
บริษัทมีจุดยืนชัดเจนว่าการชำระเงินด้วย *คริปโตเคอร์เรนซี* ทั้งหมดที่เกิดขึ้นในร้านค้า จะถูกเปลี่ยนเป็นบิตคอยน์และเก็บไว้โดยไม่แปลงเป็นเงินสด ซึ่งแนวทางนี้ถูกนำมาใช้ตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2025 เมื่อเริ่มเปิดใช้ระบบรับจ่ายด้วยสกุลเงินดิจิทัลบางสาขา และยังคงดำเนินต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน สเต๊กแอนด์เชคให้เหตุผลว่าวิธีนี้ช่วยลดต้นทุนค่าธรรมเนียมการจ่ายเงิน และยังดึงดูดลูกค้าใหม่ได้ด้วย
บิทคอยน์ช่วยดันยอดขาย เพิ่มขึ้น 18% จากปีก่อน
ในปี 2026 บริษัทเปิดเผยว่ายอดขายเฉลี่ยร้านเดิมปรับตัวขึ้นถึง *18%* เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน โดยมีความเป็นไปได้ว่า การรับชำระด้วย *บิตคอยน์* เป็นปัจจัยสนับสนุนที่สำคัญ จากข้อมูลที่เผยแพร่ผ่านโซเชียลมีเดีย บริษัทระบุว่า หลังเริ่มทดลองระบบชำระเงินด้วยคริปโตเมื่อ 8 เดือนก่อน ก็เห็นสัญญาณการฟื้นตัวทางยอดขายอย่างชัดเจน ซึ่งเชื่อว่าส่วนหนึ่งมาจากการดึงดูดกลุ่มลูกค้าประจำและยกระดับการจดจำของแบรนด์ในกลุ่มเป้าหมายใหม่
การลงทุนใน *บิตคอยน์* ครั้งนี้ไม่ได้มาจากเงินทุนหมุนเวียนหรือเงินกู้ แต่ใช้เงินกำไรที่บริษัทสะสมไว้เป็นทุน โดยก่อนหน้านี้ในเดือนมกราคม สเต๊กแอนด์เชค ได้ลงทุนซื้อบิตคอยน์ไปแล้ว 10 ล้านดอลลาร์ ซึ่งรวมกันแล้วในปีนี้บริษัทถือครอง *บิตคอยน์* ไปแล้วมูลค่า 15 ล้านดอลลาร์
จ่ายโบนัสพนักงานด้วยคริปโต ปั้นแรงจูงใจให้อยู่ยาว
นอกจากภายนอกแล้ว สเต๊กแอนด์เชคยังนำ *บิตคอยน์* มาใช้ภายในองค์กร โดยเปิดโปรแกรมโบนัสบิตคอยน์สำหรับพนักงานพาร์ตไทม์ ซึ่งโบนัสนี้จะถูกจ่ายภายใต้เงื่อนไขแบบเวสติ้ง (vesting) หมายความว่า พนักงานจะได้รับบิตคอยน์ครบตามสิทธิเมื่อทำงานครบระยะเวลาที่กำหนด ซึ่งเป็นการออกแบบเพื่อกระตุ้นให้พนักงานอยู่กับบริษัทในระยะยาว อย่างไรก็ตาม บริษัทก็ยอมรับว่า ยังมีประเด็นข้อกฎหมายและภาษีที่ต้องพิจารณาในกรณีการจ่ายค่าตอบแทนด้วยคริปโต
สำหรับสเต๊กแอนด์เชค แนวทางนี้ไม่ใช่การลงทุนเพื่อทำกำไรจากความผันผวน แต่มองว่าเป็นเครื่องมือหนึ่งในการบรรลุเป้าหมายทางธุรกิจ และสร้างมูลค่าที่ยั่งยืนในระยะยาว
เปลี่ยน “เบอร์เกอร์” เป็น “บิตคอยน์” ตัวอย่างบริษัทใช้คริปโตเชิงกลยุทธ์
นักวิเคราะห์ในตลาดต่างมองว่าสเต๊กแอนด์เชคเป็นตัวอย่างบริษัทที่เลือกใช้คริปโตแบบ ‘ผสมผสาน’ โดยไม่หยุดอยู่แค่ด้านการตลาดเท่านั้น แต่ยังพัฒนาไปเป็น *กลยุทธ์ทางการเงิน* ที่จับต้องได้จริง บางฝ่ายมองว่านี่เป็นความสำเร็จเชิงแบรนด์ ที่สามารถขยายกลุ่มลูกค้า ขณะที่อีกด้านเห็นว่านี่คือโมเดลใหม่สำหรับธุรกิจขนาดกลาง ที่สามารถเปลี่ยนการถือครองคริปโตให้กลายเป็นส่วนหนึ่งของเงินทุนหมุนเวียนได้
แม้ราคาบิตคอยน์จะมีความผันผวนสูง และยังมีความเสี่ยงเรื่องเทคโนโลยี หรือประสบการณ์ของลูกค้าในการจ่ายเงินผ่านระบบคริปโต แต่สเต๊กแอนด์เชคยังคงยืนยันแนวทางเดิม โดยไม่ลดทอนจุดยืนที่ต้องการเป็นผู้ใช้เทคโนโลยีนี้อย่างแท้จริง
"ความคิดเห็น": กรณีตัวอย่างของสเต๊กแอนด์เชคถือว่าน่าสนใจในด้านการประยุกต์ใช้คริปโตในธุรกิจดั้งเดิม ที่ไม่ได้อยู่ในสายเทคโนโลยี แสดงให้เห็นว่าคริปโตอาจไม่ใช่แค่คำศัพท์ในตลาดการลงทุน แต่มีบทบาทจริงได้ในการขยายฐานลูกค้า เพิ่มรายได้ และสร้าง engagement กับลูกค้าในระยะยาว
ความคิดเห็น 0