กระแสการไหลของเงินลงทุนเสี่ยงสูงกำลังเปลี่ยนทิศทางจากคริปโตสู่เทคโนโลยีอย่าง ‘ปัญญาประดิษฐ์’ และ ‘หุ่นยนต์’ ส่งผลให้บิตคอยน์(BTC) และตลาดคริปโตโดยรวมเผชิญแรงกดดันในฐานะแหล่งลงทุนที่ไม่เร้าใจเหมือนก่อน จากรายงานของบริษัทวิจัย เดลไฟดิจิทัล ระบุว่า ตลาดคริปโตเริ่มสูญเสียสถานะ “ปลายทางหลักของเงินทุนเก็งกำไรที่หวังผลตอบแทนสูงแต่เสี่ยง” โดยเฉพาะหลังจากที่อัลต์คอยน์จำนวนมากเผชิญผลตอบแทนติดลบต่อเนื่องในปีที่ผ่านมา
ข้อมูลเชิงเปรียบเทียบก็ชี้ให้เห็นความเปลี่ยนแปลงดังกล่าวอย่างชัดเจน บิตคอยน์(BTC) ร่วงลงประมาณ 12% เมื่อปีที่ผ่านมา ขณะที่ดัชนี ETF ที่เกี่ยวข้องกับ AI และหุ่นยนต์ เช่น Global X Robotics & Artificial Intelligence ETF ปรับตัวขึ้นถึง 13% ส่วนอัลต์คอยน์ที่อยู่นอกกลุ่ม 10 อันดับแรก ยิ่งแย่ลงไปอีก โดยร่วงมากกว่า 30% ในปีเดียว
ปัจจัยสำคัญที่ทำให้เงินลงทุนไหลออกจากตลาดคริปโต ได้แก่ แนวโน้มดอกเบี้ยในสหรัฐฯ และความไม่แน่นอนทางกฎหมาย ออเรลี บาร์แตร์ นักวิเคราะห์อาวุโสจากแพลตฟอร์ม Nansen เปิดเผยว่า ตลาดคาดการณ์ว่าดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ จะยืนอยู่ที่ระดับ 3.8% ไปอีกหลายปี ซึ่งกระทบต่อสภาพคล่องของสินทรัพย์เสี่ยงโดยตรง
ขณะเดียวกัน ความขัดแย้งทางการเมืองในสภาคองเกรสสหรัฐอเมริกา กำลังฉุดรั้งความชัดเจนของกฎหมายสินทรัพย์ดิจิทัล เช่น กฎหมาย CLARITY ที่ยังค้างคาในวงการนิติบัญญัติ ทำให้ความเชื่อมั่นในตลาดคริปโตลดลง โดยล่าสุด สมาชิกวุฒิสภาจากคณะกรรมาธิการเกษตรต้องเลื่อนการพิจารณาปรับแก้กฎหมาย หลังเจอพายุฤดูหนาวรุนแรง
พร้อมกันนั้น การระดมทุนให้กับธุรกิจหุ่นยนต์เติบโตเร็วจนน่าจับตา ตัวเลขจากปีที่แล้วเผยว่า มีเงินลงทุนไหลเข้าสู่สตาร์ตอัปด้านหุ่นยนต์สูงถึง 13.8 พันล้านดอลลาร์ ซึ่งเพิ่มขึ้นกว่า 77% จากปีก่อนหน้านั้น และยังสูงกว่าสถิติสูงสุดในปี 2021 ด้วย แม้ VC จะยังลงทุนในคริปโตอยู่ แต่น้ำหนักการลงทุนเริ่มเปลี่ยนทิศ
ข้อมูลล่าสุดในปี 2025 ระบุว่า นักลงทุน VC ลงทุนในโปรเจกต์คริปโตถึง 902 รายการ รวมเป็นเงินกว่า 18.2 พันล้านดอลลาร์ หรือเพิ่มขึ้นถึง 80% จากปีก่อน แต่เมื่อลงลึกในแต่ละเดือนกลับพบว่าเกิดการชะลอตัวอย่างชัดเจน โดยในเดือนพฤศจิกายน ลงทุนราว 3.1 พันล้านดอลลาร์ แต่ลดฮวบในเดือนธันวาคมเหลือเพียง 700 ล้านดอลลาร์ ลดลงถึง 77%
เหตุการณ์ที่ทำให้เงินไหลออกอย่างรวดเร็ว มาจากคำประกาศของประธานาธิบดีทรัมป์เมื่อต้นเดือนตุลาคมเรื่องการเก็บภาษีศุลกากรเพิ่มเติมต่อจีน ซึ่งกระตุ้นการจำหน่ายในตลาดคริปโต เกิดการชำระสถานะครั้งใหญ่ มูลค่ากว่า 19 พันล้านดอลลาร์ ภายในวันเดียว ซึ่งกลายเป็นสถิติขาประจำของการล้างพอร์ตที่หนักที่สุด แซงหน้าเหตุการณ์ปี 2021 ตอนข่าวลือเรื่องการใช้กฎหมาย AML ทำให้ตลาดสูญกว่า 9.9 พันล้านดอลลาร์
การย้ายฐานของ ‘เงินทุนเทคโนโลยี’ ส่งสัญญาณชัดว่า ตลาดเริ่มให้ความสำคัญกับศักยภาพและรูปธรรมของเทคโนโลยีใหม่มากขึ้น อาทิ AI และหุ่นยนต์ แทนที่จะคาดหวังจากคำสัญญาในโลกคริปโต เพียงอย่างเดียว ซึ่งหมายความว่า อนาคตของตลาดคริปโตอาจเผชิญความท้าทายระยะยาว หากไม่สามารถสร้าง ‘เรื่องเล่าแห่งการเติบโต’ ที่น่าเชื่อถือได้
เพื่อดึงเม็ดเงินเสี่ยงกลับเข้าสู่ตลาดคริปโต จำเป็นต้องมีมากกว่าผลตอบแทนสูง นั่นคือ การมีโครงสร้างกำกับดูแลที่ชัดเจน และบริการหรือผลิตภัณฑ์ใหม่ที่สร้างคุณค่าชัดเจน บนพื้นฐานของเทคโนโลยีบล็อกเชนที่แท้จริง
ความคิดเห็น 0