บิตคอยน์(BTC) พยายามทะลุระดับ *9 หมื่นดอลลาร์* อีกครั้ง แต่กลับไม่สามารถรักษาโมเมนตัมขาขึ้นไว้ได้ และปรับตัวลดลงในที่สุด ขณะที่ตลาดยังคงอยู่ในภาวะ ‘ชะลอหายใจ’ ท่ามกลางการรอคอยการประกาศอัตราดอกเบี้ยนโยบายจากธนาคารกลางสหรัฐ(เฟด) โดยความไม่แน่นอนยังครอบคลุมตลาดสินทรัพย์ทั่วโลก
เมื่อวันที่ 24 (เวลาท้องถิ่น) บิตคอยน์เคยแตะระดับสูงสุดระหว่างวันที่ *90,500 ดอลลาร์* (ราว 1.3 ล้านบาท) ก่อนปรับฐานลงสู่ระดับ *88,800 ดอลลาร์* (ประมาณ 1.275 ล้านบาท) เนื่องจากแรงขายในช่วงสั้น แม้ว่าดัชนีค่าเงินดอลลาร์จะปรับตัวลดลง ขณะที่ราคาทองคำกลับทำจุดสูงสุดใหม่ สะท้อนภาพรวมของสภาพแวดล้อมเศรษฐมหภาคที่ยังเต็มไปด้วยความผันผวน
ตลาดหลักทรัพย์สหรัฐเปิดการซื้อขายอย่างระมัดระวังในช่วงก่อนการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน(FOMC) โดยนักลงทุนมุ่งเป้าไปที่การแถลงของ *เจอโรม พาวเวลล์* ประธานเฟด มากกว่าเรื่องคงอัตราดอกเบี้ยตามคาด *มิคาเอล ฟาน เดอ โพพ* เทรดเดอร์คริปโตชื่อดัง ระบุว่า คำกล่าวของพาวเวลล์อาจก่อให้เกิด ‘ดอกไม้ไฟ’ ในตลาด ซึ่งสะท้อนความอ่อนไหวของนักลงทุนต่อภาวะเศรษฐกิจขณะนี้
กระแส ‘หลีกหนีความเสี่ยง’ ยังชัดเจนในตลาดทองคำ โดยราคาทองคำสปอตในเอเชียพุ่งทะลุระดับ *5,300 ดอลลาร์ต่อออนซ์* (ราว 7.62 ล้านบาท) ทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ขณะที่ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐกลับเผชิญแรงกดดันต่อเนื่อง *ความคิดเห็น* บางส่วนชี้ว่า ประธานาธิบดีทรัมป์ให้ความสำคัญกับค่าเงินดอลลาร์ที่อ่อนลง เพื่อส่งเสริมศักยภาพการแข่งขันการส่งออกของสหรัฐฯ
บริษัทวิจัยตลาด *โคเบจเลตเตอร์* จับตาว่า ทรัมป์แม้จะไม่ต่อต้านค่าเงินดอลลาร์ที่แข็งขึ้น แต่กลับไม่แสดงจุดยืนหนุน ‘ดอลลาร์แข็ง’ อย่างเต็มที่ โดยระบุว่า ค่าเงินดอลลาร์ที่อ่อนลงเกี่ยวพันกับ ‘อัตราดอกเบี้ยต่ำ, การส่งออกที่สูงขึ้น, ขาดดุลการค้าที่ต่ำลง, อัตราการเติบโตของ GDP เชิงนิคมที่สูงขึ้น และแน่นอน ราคาสินทรัพย์ที่เพิ่มขึ้น’
อีกด้านหนึ่ง ความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ยังคงกดดันบรรยากาศการลงทุน โดยมีรายงานว่า กองทัพสหรัฐกำลังเคลื่อนกำลังในภูมิภาคใกล้อิหร่าน ซึ่งเพิ่มความต้องการในสินทรัพย์ปลอดภัย อย่างไรก็ดี ตลาดคริปโตกลับยังจับทิศทางไม่ชัดเจน *ความคิดเห็น* จากเทรดเดอร์ *เอลีซ* ระบุว่า “ขณะนี้สภาพคล่องกระจุกตัวที่ปลายกรอบราคา บิตคอยน์ไม่สามารถนิ่งอยู่กลางกรอบได้นาน และสุดท้ายต้องปะทุขึ้นหรือลงอย่างชัดเจน”
นักวิเคราะห์ *เรกต์ แคปิตอล* ตั้งข้อสังเกตว่า บิตคอยน์มีแนวโน้มแกว่งตัวอยู่ในกรอบตั้งแต่ *86,000-93,000 ดอลลาร์* (ประมาณ 1.235–1.336 ล้านบาท) ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2025 และแรงรีบาวด์ล่าสุดเริ่มอ่อนตัวลง โดยเปรียบเทียบว่า การเด้งขึ้นครั้งแรกอยู่ที่ +13% แต่ครั้งล่าสุดเพียง +4% เท่านั้น ซึ่งอาจหมายถึง ‘แรงรับ’ เริ่มอ่อนตัวลงไปอีก เขายังเตือนก่อนหน้านี้ว่า กราฟรายสัปดาห์ของบิตคอยน์อาจกำลังเผชิญภาวะ ‘เสียแนวรับหลัก’ และมีความเป็นไปได้ที่จะเห็นเทรนด์ขาลงในระยะกลางถึงยาว
เมื่อบิตคอยน์ยังไม่สามารถผ่านแนวต้าน *9 หมื่นดอลลาร์* ไปได้ แรงซื้อใหม่จึงยังไม่เกิดขึ้น นักลงทุนกลับเข้าสู่โหมดรอดูท่าที แม้ปัจจัยสนับสนุนอย่าง ดอลลาร์อ่อนตัว การคาดการณ์ ‘เฟดยังคงดอกเบี้ย’ และแรงหนุนจากความตึงเครียดในภูมิภาคจะถือว่าเป็นแรงหนุนโดยธรรมชาติ *ความคิดเห็น* ส่วนใหญ่ชี้ว่า ตลาดเพียงรอ ‘ตัวจุดชนวนแห่งความมั่นใจ’ ผ่านสัญญาณการทะลุกรอบสำคัญ ซึ่งอาจเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อในอนาคตอันใกล้
ความคิดเห็น 0