Back to top
  • 공유 แชร์
  • 인쇄 พิมพ์
  • 글자크기 ขนาดตัวอักษร
ลิงก์ถูกคัดลอกแล้ว

ผู้เชี่ยวชาญเตือน ฤดูกาลอัลท์คอยน์อาจไม่มาถึง นักลงทุนสถาบันเทใจให้บิตคอยน์(BTC)

ตลาดเปลี่ยนโฉม ผู้เชี่ยวชาญเตือน “ฤดูกาลอัลท์คอยน์อาจไม่มาอย่างที่หวัง”

แม้ผู้เล่นในตลาดยังคงคาดหวังถึงการมาถึงของ ‘ฤดูกาลอัลท์คอยน์’ หรือช่วงเวลาที่เงินไหลจากบิตคอยน์(BTC)ไปยังสกุลเงินดิจิทัลอื่น แต่บรรยากาศของตลาดล่าสุดกลับชี้ไปในทิศทางที่แตกต่าง นักวิเคราะห์ตลาดคริปโตชื่อดัง เท็ด พิลโลวส์(Ted Pillows) แสดงความคิดเห็นผ่านแพลตฟอร์ม X ว่า “วัฏจักรเงินทุนแบบเดิมอาจไม่เกิดขึ้นในรอบนี้” พร้อมเตือนว่าผู้ถือครองอัลท์คอยน์อาจต้องเผชิญกับความผิดหวัง

พิลโลวส์ชี้ว่า พฤติกรรมของนักลงทุนรายใหม่ในวัฏจักรตลาดรอบปี 2024~2025 นี้ แตกต่างอย่างชัดเจนจากอดีต โดยในอดีต เมื่อราคาบิตคอยน์พุ่งสูง นักลงทุนมักจะหันไปลงทุนในอัลท์คอยน์ต่อ แต่ครั้งนี้ นักลงทุนรายใหญ่โดยเฉพาะ ‘สถาบัน’ กลับกลายเป็นแรงขับเคลื่อนหลักของตลาด และพฤติกรรมของพวกเขาก็ไม่สนับสนุนอัลท์คอยน์เท่าใดนัก

“สถาบันซื้อแค่บิตคอยน์ ไม่หมุนเงินไปอัลท์คอยน์”

พิลโลวส์กล่าวเสริมว่า นักลงทุนสถาบันมองบิตคอยน์ในฐานะสินทรัพย์ระยะยาว ซึ่งต่างจากนักลงทุนรายย่อยที่เคยหมุนเวียนเงินลงทุนไปยังอัลท์คอยน์หลังจากเก็บกำไรจากบิตคอยน์ วิธีคิดแบบเก่าอาจใช้ไม่ได้อีกต่อไป

ข้อมูลจาก CoinMarketCap แสดงให้เห็นว่า ส่วนแบ่งตลาดของบิตคอยน์อยู่ที่ประมาณ 58.9% สะท้อนสถานการณ์ของอัลท์คอยน์ที่ยังคงซบเซา แม้บิตคอยน์จะปรับฐาน แต่สัดส่วนของบิตคอยน์ในตลาดกลับไม่ลดลง หรือกลับเพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นสัญญาณว่ากระแสเงินทุนไม่ได้ไหลไปยังอัลท์คอยน์เหมือนในอดีต

นอกจากนี้ เทรนด์เดียวกันยังเกิดขึ้นในตลาดโลหะมีค่า โดยราคาทองคำและเงินอยู่ใกล้จุดสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ทองคำอยู่ที่ราว 5,270 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ขณะที่เงินอยู่ที่ 113 ดอลลาร์ต่อออนซ์ อย่างไรก็ตาม พิลโลวส์ตั้งข้อสังเกตว่า ผู้ที่ซื้อทองและเงินส่วนใหญ่ก็เป็นสถาบัน เช่น ธนาคารกลาง ไม่ใช่นักลงทุนรายย่อย และโอกาสที่สถาบันเหล่านั้นจะเบนเข็มกลับมาซื้อคริปโตมีไม่มากนัก

“ความชัดเจนด้านกฎระเบียบและการอัดฉีดสภาพคล่องคือกุญแจสำคัญ”

ถึงแม้พิลโลวส์จะมองแง่ลบต่ออัลท์คอยน์ในระยะสั้น แต่เขาไม่ตัดโอกาสการฟื้นตัวในอนาคต เขาเสนอว่า หากมี 2 เงื่อนไขสำคัญเกิดขึ้น ฤดูกาลอัลท์คอยน์ก็อาจจะเริ่มต้นได้อีกครั้ง

เงื่อนไขแรก ได้แก่ การผ่าน ‘กฎหมายความชัดเจน’ (Clarity Act) ซึ่งจะทำให้กรอบกฎหมายสำหรับสินทรัพย์ดิจิทัลในสหรัฐฯ มีความชัดเจนยิ่งขึ้น และถูกมองว่าเป็นปัจจัยกระตุ้นการเข้าเล่นของนักลงทุนสถาบันในอัลท์คอยน์ อย่างไรก็ตาม กฎหมายดังกล่าวยังอยู่ในขั้นพิจารณาของสภาคองเกรส

เงื่อนไขที่สอง คือ การกลับมาใช้นโยบาย ‘การผ่อนคลายเชิงปริมาณ’ หรือ QE เหมือนในปี 2020~2021 ซึ่งจะช่วยเพิ่มสภาพคล่องในระบบเศรษฐกิจ แต่ในสภาวะเศรษฐกิจปัจจุบัน ความเป็นไปได้นี้ยังห่างไกล และหากไม่มีเงินทุนใหม่จากภายนอก ตลาดอัลท์คอยน์อาจเผชิญการคัดเลือกอย่างเข้มข้น โดยมีเพียงโครงการบางรายเท่านั้นที่จะอยู่รอด

การลงทุนในอัลท์คอยน์ต้อง ‘เลือกให้เป็น’

บทเรียนที่สำคัญสำหรับนักลงทุนอัลท์คอยน์ในเวลานี้ คือ อย่าฝันถึงการฟื้นตัวทั้งตลาดแบบในอดีต แต่ควร ‘เลือกและโฟกัส’ กับโครงการที่มีพื้นฐานแข็งแกร่งเท่านั้น ผู้เชี่ยวชาญเชื่อว่าตลาดคริปโตขณะนี้เข้าสู่ช่วงสุกงอมมากขึ้น และอาจไม่มี ‘ตลาดกระทิงแบบไม่ดูพื้นฐาน’ ให้เห็นอีก หากนักลงทุนยังมองแค่โอกาสทางเทคนิคในระยะสั้นโดยไม่เข้าใจโครงสร้างตลาดใหม่ ย่อมเสี่ยงต่อการขาดทุนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

<ลิขสิทธิ์ ⓒ TokenPost ห้ามเผยแพร่หรือแจกจ่ายซ้ำโดยไม่ได้รับอนุญาต>

บทความที่มีคนดูมากที่สุด

บทความที่เกี่ยวข้อง

บทความหลัก

ซอฟต์แบงก์เล็งอัดงบลงทุนโอเพ่นเอไอเพิ่มอีก 43 ล้านล้านวอน ดันบทบาทผู้นำ AI โลก

บิตคอยน์(BTC) พุ่งแตะ 89,000 ดอลลาร์ ท่ามกลางแรงซื้อสินทรัพย์ปลอดภัย-ทองคำทะยานทุบสถิติใหม่

ดอจคอยน์(DOGE) ยืนทรงแม้โลหะมีค่าราคาพุ่ง บิลลี มาร์คัสแซว 'FOMO' เล่นงานนักลงทุนทอง

ความคิดเห็น 0

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม

0/1000

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม
1