โซนี่เดินหน้าขยายธุรกิจบล็อกเชนเต็มสูบ หลังจากโซนี่ อินโนเวชัน ฟันด์ ซึ่งเป็นแผนกลงทุนของกลุ่มบริษัทโซนี่ ได้อัดฉีดเงินลงทุนเพิ่มเติม 13 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 1,854.7 ล้านบาท) ให้กับ สตาร์เทล(Startale) บริษัทโครงสร้างพื้นฐาน Web3 ซึ่งถือเป็นการสานต่อความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ระหว่างทั้งสองฝ่าย
เมื่อวันที่ 24 โซนี่ อินโนเวชัน ฟันด์เปิดเผยว่า เงินลงทุนชุดล่าสุดนี้เป็นการสนับสนุนสตาร์เทลซึ่งถือเป็นพันธมิตรในการพัฒนาเทคโนโลยี Web3 โดยก่อนหน้านี้ในเดือนกันยายนปีที่ผ่านมา โซนี่ยังเคยร่วมลงทุนรอบ Seed มูลค่า 3.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐให้แก่สตาร์เทลมาแล้ว ขณะที่บริษัทยังได้รับเงินลงทุนรอบเดียวกันจาก ดาฮัว แคปิตอล และ ซัมซุง เน็กซ์ อีกเจ้าละ 3.5 ล้านดอลลาร์ ทำให้ยอดเงินลงทุนรวมของสตาร์เทลพุ่งแตะระดับ 20 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 2,851.8 ล้านบาท
สตาร์เทลเป็นบริษัทบล็อกเชนจากสิงคโปร์ นำโดย โซตะ วาตานาเบะ ผู้ก่อตั้งอัสตาร์ เน็ตเวิร์ก(Astar Network) ซึ่งเป็นบล็อกเชนสาธารณะรายใหญ่ของญี่ปุ่น โดยทางบริษัทได้จับมือกับกลุ่มโซนี่ตั้งบริษัทร่วมทุนชื่อ ‘Sony Block Solutions Labs’ และได้ร่วมกันพัฒนา ‘โซเนียม(Soneium)’ ซึ่งเป็นบล็อกเชนในระดับเลเยอร์ 2 บนเครือข่ายอีเธอเรียม(ETH)
โซเนียมได้เปิดตัวเมนเน็ตตั้งแต่เดือนมกราคม 2025 และจนถึงปัจจุบันเครือข่ายดังกล่าวได้ประมวลผลธุรกรรมไปแล้วมากกว่า 500 ล้านรายการ พร้อมทั้งมีจำนวนกระเป๋าผู้ใช้งานที่ยังเคลื่อนไหวอยู่กว่า 5.4 ล้านใบ และมีแอปพลิเคชันแบบกระจายศูนย์ (dApp) บนแพลตฟอร์มแล้วกว่า 250 รายการ ซึ่งแสดงให้เห็นถึงการเติบโตที่รวดเร็วทั้งในด้านเทคโนโลยีและการสร้างระบบนิเวศ
ในมุมของผู้นำบริษัท โซตะ วาตานาเบะ ระบุว่า “สตาร์เทลถือเป็นพันธมิตรสำคัญของโซนี่ในการพัฒนาโซเนียมตั้งแต่เริ่มต้น และการลงทุนครั้งนี้จะยิ่งเสริมความสามารถในการสร้างโครงสร้างพื้นฐานที่ตอบโจทย์ยุคโลกออนไลน์แบบ On-chain” ขณะที่ คาซูฮิโตะ ฮาดาโนะ ซีอีโอของ Sony Ventures เสริมว่า “สตาร์เทลเป็นบริษัทที่มุ่งมั่นสร้างคุณค่าใหม่ๆ ผ่านเทคโนโลยี On-chain และโซนี่จะสนับสนุนเป้าหมายเหล่านี้อย่างต่อเนื่องผ่านความร่วมมือใกล้ชิด”
นอกจากนี้ สตาร์เทลยังได้พัฒนาแอปพลิเคชันของตัวเองในชื่อ ‘สตาร์เทลแอป’ พร้อมนำเสนอเหรียญ Stablecoin ที่มีชื่อว่า ‘สตาร์เทล USD(USDSC)’ เพื่อใช้เป็นสื่อกลางในการชำระเงินและการคิดเงินระหว่างผู้ใช้งาน ถือเป็นการต่อยอดโครงการโซเนียมให้กลายเป็นระบบที่ครบเครื่อง ตั้งแต่การทำธุรกรรมไปจนถึงประสบการณ์ผู้ใช้งานอย่างเต็มรูปแบบ
‘โซนี่’ กับ ‘สตาร์เทล’ กลายเป็นกรณีศึกษาสำคัญของการที่บริษัทยักษ์ใหญ่ดั้งเดิมก้าวเข้าสู่โลก Web3 อย่างจริงจัง ซึ่งความสำเร็จของโซเนียมในช่วงเริ่มต้นได้ยิ่งตอกย้ำว่า *ความร่วมมือระหว่างสองบริษัทมีแนวโน้มจะขยายตัวในอนาคตอันใกล้*
ความคิดเห็น 0