ธนาคารกลางสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์(CBUAE) ได้อนุมัติ *สเตเบิลคอยน์* ตัวแรกที่ผูกกับมูลค่า *ดอลลาร์สหรัฐ* อย่างเป็นทางการ ถือเป็นหมุดหมายสำคัญในการขยายตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลในภูมิภาคตะวันออกกลาง
สเตเบิลคอยน์ที่ได้รับอนุมัติดังกล่าวมีชื่อว่า ‘COIIN’ ซึ่งออกโดยบริษัทฟินเทคในพื้นที่ชื่อ ‘GPAAS’ โดยมีลักษณะการผูกค่าแบบ 1:1 กับดอลลาร์สหรัฐ หน่วยงานกำกับดูแลของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ระบุว่า COIIN เป็นกรณีแรกที่สเตเบิลคอยน์สามารถผ่านข้อกำหนดของธนาคารกลางได้ครบถ้วน
COIIN ได้รับการประเมินว่าสอดคล้องกับข้อกำหนดด้าน *การป้องกันการฟอกเงิน (AML)* และ *การรู้จักลูกค้า (KYC)* ตามเกณฑ์ของ CBUAE จุดเด่นของเหรียญนี้อยู่ที่รูปแบบการอนุญาตให้ผู้ใช้สามารถแลกเปลี่ยนหรือขอรับซื้อคืนได้โดยตรง โดยยึดตามบัญชีธนาคารที่ใช้ชื่อจริงเพื่อเพิ่มความโปร่งใสในธุรกรรม
การอนุมัติครั้งนี้ได้รับการมองว่าเป็นการกำหนด ‘กรอบกำกับ’ ที่ชัดเจนครั้งแรกในภูมิภาคตะวันออกกลางสำหรับการออกสเตเบิลคอยน์ และอาจกลายเป็นรากฐานสำคัญในการผสาน *การชำระเงินแบบดิจิทัล* เข้ากับบริการทางการเงินในวงกว้างมากยิ่งขึ้นภายในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์
ทาง GPAAS เปิดเผยว่า เตรียมเดินหน้าขยายบริการให้ผู้ใช้งานสามารถใช้ COIIN สำหรับการโอนเงินและซื้อขายในชีวิตประจำวันได้ไม่ต่างจากเงินสกุลทางการ โดยกำลังอยู่ในขั้นตอนจับมือกับอุตสาหกรรม เช่น สายการบิน โรงแรม และแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซรายใหญ่ เพื่อวางระบบการใช้งานจริง
ในอีกแง่หนึ่ง การอนุมัติครั้งนี้สะท้อนให้เห็นว่าสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์กำลังก้าวสู่การผนวก *ระบบการเงินดั้งเดิมเข้ากับสินทรัพย์ดิจิทัล* อย่างเป็นรูปธรรม โดยไม่ใช่เพียงประเทศที่ทดลองเทคโนโลยีบล็อกเชนอีกต่อไป
อย่างไรก็ตาม จากมุมมองระดับโลก การรับรอง COIIN อาจไม่ได้ส่งผลกระทบต่อราคาหรือทิศทางตลาดเงินดิจิทัลโดยตรงมากนัก เนื่องจากสหรัฐยังคงไม่มีท่าทีหรือกรอบกำกับที่ชัดเจนเกี่ยวกับสเตเบิลคอยน์ในระดับชาติ ขณะที่ประเทศในเอเชียและตะวันออกกลางกลับเร่งพัฒนานโยบายและการออกเหรียญอย่างต่อเนื่อง
*ประธานาธิบดีทรัมป์* ได้ออกมาพูดถึงความสำคัญของการแข่งขันในภาคอุตสาหกรรมดิจิทัลรวมถึงเทคโนโลยีบล็อกเชน โดยฝ่ายรีพับลิกันเองก็เริ่มส่งสัญญาณว่าอาจผ่อนคลายกฎระเบียบเกี่ยวกับสเตเบิลคอยน์ ซึ่งมีความเป็นไปได้ว่า กรณี COIIN อาจถูกนำมาอ้างอิงในวงถกเถียงเชิงนโยบายในสหรัฐต่อไป
ความคิดเห็น: กรณีนี้นับเป็นสัญญาณว่าการนำ *สกุลเงินดิจิทัล* ไปใช้งานจริงในเชิงสถาบันและผู้ใช้งานทั่วไป กำลังเข้าสู่ช่วงทดลองในระดับระบบ และหากประเทศอื่นในกลุ่ม *GCC* (คณะมนตรีความร่วมมือรัฐอ่าว) ดำเนินตามแนวทางที่คล้ายกัน อาจจะเกิดคลื่นความเปลี่ยนแปลงในโครงสร้างการชำระเงินดิจิทัลที่รวดเร็วยิ่งขึ้นในภูมิภาคตะวันออกกลาง
ความคิดเห็น 0