ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของโรบินฮูดชี้ ‘การโทเคนหุ้น’ คือทางออกของวิกฤตคล้ายกรณีเกมสต็อป
ประเด็นเรื่องการจำกัดการซื้อขายหุ้น ที่ถูกตั้งคำถามอย่างหนักในกรณี ‘เกมสต็อป’ กลับมาอยู่บนโต๊ะอีกครั้ง เมื่อล่าสุด แวดลิมีร์ เทเนฟ ซีอีโอของโรบินฮูด ออกมาเสนอว่า ‘การโทเคนหุ้น’ หรือการแปลงหุ้นสู่รูปแบบดิจิทัลบนบล็อกเชน คือ ‘คำตอบ’ ที่จะช่วยหลีกเลี่ยงเหตุการณ์ลักษณะนี้ในอนาคตได้
เมื่อเร็ว ๆ นี้ เทเนฟแสดงความเห็นผ่านบัญชี X ของเขาว่า เหตุการณ์เกมสต็อปในปี 2021 เป็น ‘บทพิสูจน์ความล้มเหลวเชิงโครงสร้างของตลาดหุ้นปัจจุบัน’ ชี้ว่าไม่ได้เกี่ยวกับความผิดพลาดของโบรกเกอร์โดยตรง แต่เป็นผลจากระบบชำระและส่งมอบธุรกรรม (clearing system) ที่ล้าหลัง โดยเขาเชื่อว่าการนำหุ้นเข้าสู่ระบบ ‘โทเคน’ จะเป็นทางออกแบบรากฐาน
ระบบเคลียร์ริ่งที่ใช้เวลาหลายวันคือข้อจำกัดหลักของตลาดทุนสหรัฐฯ เทเนฟอธิบายว่าที่โรบินฮูดและโบรกเกอร์รายอื่นต้องจำกัดการซื้อขายหุ้นประเภท "มีกระแส (meme stocks)" เช่น เกมสต็อป ก็เพราะถูกเรียกให้เพิ่มเงินหลักประกันที่ฝากไว้กับสำนักชำระบัญชีอย่างรวดเร็ว ซึ่งเป็นผลจากรอบชำระบัญชีแบบ ‘T+2’ หรือ 2 วันหลังทำรายการ
แม้ต่อมาคณะกรรมการอุตสาหกรรมหลักทรัพย์จะปรับลดรอบเป็น ‘T+1’ แต่เทเนฟเห็นว่า ‘แค่นั้นยังไม่พอ’ เพราะในช่วงสุดสัปดาห์หรือวันหยุดนักขัตฤกษ์ ก็ยังสามารถเกิดความล่าช้าเกินกว่า 1 วันได้ ซึ่งไม่เหมาะกับโลกที่ธุรกรรมเกิดขึ้นแบบเรียลไทม์
เทเนฟย้ำว่า รูปแบบโทเคนคือคำตอบ เพราะทำให้เกิด ‘การชำระทันที’, ‘การซื้อขายได้ตลอด 24 ชั่วโมง’ และ ‘ความเป็นเจ้าของแบบเศษส่วน’ โทเคนหุ้นจะถูกซื้อขายและชำระในทันทีบนบล็อกเชน ทำให้ไม่จำเป็นต้องผ่านการรับประกันและส่งต่อจากสำนักชำระบัญชี ลดความจำเป็นต้องเตรียมเงินหลักประกันก้อนใหญ่ และช่วยป้องกันปัญหาจำกัดการซื้อขายในสถานการณ์สุดโต่ง
อีกข้อได้เปรียบคือ การเข้าถึงราคาจริงและการกระจายเงินปันผลแบบทันที การลงทุนแบบเศษส่วน (fractional ownership) และความโปร่งใสจากการบันทึกธุรกรรมในระบบบัญชีแบบเปิด เทเนฟมองว่า ‘นี่คือทางเลือกโครงสร้างที่เหนือว่าตลาดหุ้นแบบเดิม’
โรบินฮูดเริ่มทดสอบโมเดลนี้ในยุโรปแล้ว โดยให้บริการหุ้นและ ETF จดทะเบียนในสหรัฐฯ มากกว่า 2,000 รายการในรูปแบบโทเคน ผู้ลงทุนสามารถซื้อขายได้แบบเรียลไทม์และลุ้นรับปันผลผ่านระบบได้โดยตรง
จากข้อมูลของบริษัทวิเคราะห์เชนอย่าง Entropy Advisors ปัจจุบันโรบินฮูดได้ออกโทเคนหุ้นมูลค่าประมาณ 17 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 244 ล้านบาท แม้ยังถือว่าเล็กหากเทียบกับคู่แข่ง แต่โรบินฮูดมีแผนจะขยายระบบไปสู่การเทรด 24 ชั่วโมง, การเชื่อมต่อดีไฟ, รวมถึงการให้บริการวอลเล็ตแบบดูแลตัวเอง (self-custody) และระบบสินเชื่อในอนาคต
ไม่เพียงโรบินฮูด ตลาดหลักทรัพย์ดั้งเดิมหลายแห่งก็เริ่ม ‘ขยับ’เข้าสู่สนามโทเคนเช่นกัน ตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์ก(NYSE) มีแผนสร้างแพลตฟอร์มการซื้อขายและชำระแบบบล็อกเชน ขณะเดียวกัน แนสแด็ก(NASDAQ) กำลังเดินหน้าแก้ไขข้อกำหนดในตลาดเพื่อให้สอดรับกับการซื้อขายหุ้นในรูปแบบโทเคน
แต่ ‘กำแพคทางกฎหมาย’ ยังไม่หมดไป คณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์ของสหรัฐฯ(SEC) ยืนยันชัดว่าสินทรัพย์ดังกล่าวยังอยู่ภายใต้กฎหมายหลักทรัพย์เช่นเดิม อย่างไรก็ตาม เมื่อเดือนธันวาคมที่ผ่านมา SEC ได้ให้หนังสือ ‘ไม่ดำเนินคดี’ (no-action letter) แก่สำนักจัดเก็บทรัพย์สิน DTC เพื่อทดลองโทเคนหลักทรัพย์ เช่น พันธบัตรรัฐบาลปี 2026, ETF ขนาดใหญ่ และหุ้นกลุ่ม Russell 1000
"ความคิดเห็น" การเคลื่อนไหวของเทเนฟ สะท้อนว่า ‘โทเคนหุ้น’ ไม่ได้เป็นแค่แนวคิดไฮเทค แต่คือการเสนอทางออกต่อปัญหาเชิงระบบของโครงสร้างตลาดทุนในปัจจุบัน อย่างไรก็ตาม ความคืบหน้าด้านกฎหมายและการยอมรับของตลาดคือบททดสอบที่สำคัญ
การโทเคนหุ้นจึงกลายเป็นความหวังใหม่ในการยกระดับประสิทธิภาพธุรกรรม และอาจเขียนนิยามใหม่ให้กับอนาคตของตลาดทุน—แต่กว่าจะไปถึงจุดนั้น ยังมีงานต้องทำอีกมาก ทั้งในแง่เทคโนโลยี และโดยเฉพาะในแง่ ‘กฎเกณฑ์’ ที่ต้องร่วมกันผลักดัน
ความคิดเห็น 0