แรงขายบิตคอยน์เพิ่มขึ้น ท่ามกลางความชัดเจนของสภาพคล่องที่หดตัว
ในขณะที่ราคาทองคำและตลาดหุ้นสหรัฐฯ ทำสถิติสูงสุดใหม่ ตลาดคริปโตกำลังเผชิญกับภาวะ ‘หดตัวของสภาพคล่อง’ อย่างชัดเจน โดยเฉพาะมูลค่าตลาดรวมของสเตเบิลคอยน์ที่ลดลงหลายพันล้านดอลลาร์ในช่วงไม่กี่วัน ทำให้เกิดกระแสวิเคราะห์ว่าเงินทุนเริ่มไหลออกจากสินทรัพย์หลักอย่าง *บิตคอยน์(BTC)* ส่งผลให้อารมณ์นักลงทุนอ่อนแรงลงอย่างมีนัยสำคัญ
ราคาบิตคอยน์ในสัปดาห์นี้ร่วงลงต่ำกว่าระดับแนวรับสำคัญ โดยมีตัวชี้วัดความรู้สึกของตลาดหลายตัวที่สะท้อนถึง ‘ภาวะซบเซา’ ขณะเดียวกัน *ทองคำ* พุ่งแตะระดับกว่า 5,500 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ทำให้มูลค่าตลาดเพิ่มขึ้นประมาณ 1.65 ล้านล้านดอลลาร์ในวันเดียว ส่วน *โลหะเงิน* ก็ทะลุระดับ 120 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แสดงให้เห็นถึงการย้ายเงินทุนเข้าสู่สินทรัพย์ปลอดภัยแบบดั้งเดิม
สเตเบิลคอยน์หดตัวกว่า 7 ล้านล้านวอน หนุนกระแสสถาบันเทขาย
*ซันนี มอม(Sunny Mom)* นักวิเคราะห์ตลาด คาดว่าแรงขายในรอบนี้มาจากกลุ่มนักลงทุนสถาบัน เขาระบุว่า ค่า ‘Coinbase Premium Index’ ร่วงไปถึง -0.17% สะท้อนว่าในช่วงเวลาตลาดสหรัฐฯ มีแรงขายเด่นชัด โดยในเดือนมกราคมที่ผ่านมา ค่านี้กลับเป็นบวกเพียงแค่สองครั้งเท่านั้น ซึ่งอาจหมายถึงการลดสถานะลงทุนของรายใหญ่
ขณะเดียวกัน มูลค่ารวมของสเตเบิลคอยน์หลัก ๆ ลดลงราว 2.2 พันล้านดอลลาร์ภายในไม่กี่วัน และลดลงมากถึง 5.6 พันล้านดอลลาร์เมื่อเทียบกับจุดสูงสุด อีกด้าน *ดาร์กโพสต์(Darkfost)* ก็ให้ข้อมูลว่า ซัพพลายของสเตเบิลคอยน์บนเครือข่ายอีเธอเรียม(ETH) ลดลงถึง 7 พันล้านดอลลาร์ในช่วงสัปดาห์เดียว — ถือเป็นการลดลงครั้งใหญ่ที่สุดในรอบนี้ โดย ‘การถอนดิจิทัลดอลลาร์’ สะท้อนแนวโน้มลดการถือครองสินทรัพย์ดิจิทัล เพื่อกลับไปถือเงินสดจริง ซึ่งลดศักยภาพการฟื้นตัวในระยะสั้นของตลาด
ราคาบิตคอยน์อาจร่วงถึง 58,000 ดอลลาร์ หากแรงขายต่อเนื่อง
ซันนี มอม กล่าวว่า ราคาบิตคอยน์มีแนวรับสำคัญอยู่ 3 จุด ได้แก่ ราคาค่าเฉลี่ยที่แท้จริงที่ 81,000 ดอลลาร์, ระดับสูงสุดของปี 2024 ที่ 70,000 ดอลลาร์ และค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ 200 สัปดาห์ ที่ 58,000 ดอลลาร์ โดยเน้นว่าระดับเหล่านี้ไม่ใช่การคาดการณ์ แต่เป็นโครงสร้างของแนวรับในเชิงเทคนิค อย่างไรก็ตามจากทิศทางของเงินทุนที่ยังคงระบายออก บิตคอยน์อาจเผชิญแรงกดดันเพิ่มเติม
ในช่วง 7 วันที่ผ่านมา ราคาบิตคอยน์ปรับตัวลงประมาณ 2.5% ขณะที่ทองคำพุ่งขึ้นกว่า 3% ในวันเดียว แสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่งของสินทรัพย์แบบดั้งเดิมเมื่อเทียบกับสินทรัพย์ดิจิทัล
เงินไหลออกหรือรอจังหวะ? ความเห็นยังแบ่งฝักแบ่งฝ่าย
อย่างไรก็ตาม ยังมีความเห็นที่แตกต่างเกี่ยวกับการไหลออกของเงินทุน *คาร์เมโล อาเลมัน(Carmelo Alemán)* นักวิเคราะห์ด้านออนเชน ให้ข้อมูลว่า ดัชนี SSR (Stablecoin Supply Ratio) ซึ่งเปรียบเทียบระหว่างมูลค่าตลาดของบิตคอยน์กับซัพพลายของสเตเบิลคอยน์ ลดลงมาอยู่ที่ระดับ 12.6 จาก 18-19 ในช่วงก่อนหน้า ถือเป็นสัญญาณว่าอาจไม่ใช่การเทขายจริงจัง แต่เป็น ‘ภาวะรอดูสถานการณ์’
*เอริก บัลชูนาส(Eric Balchunas)* นักวิเคราะห์ ETF เชื่อว่า การอ่อนตัวของบิตคอยน์เป็นแค่การปรับฐานจากการคาดหวังต่อ ETF ที่สูงเกินไป พร้อมระบุว่า ราคาบิตคอยน์ปรับขึ้นมาแล้วเกือบ 400% ตั้งแต่ปี 2022 ทำให้แนวโน้มระยะยาวยังคงอยู่ในเชิงบวก
ด้าน *กูกาออนเชน(GugaOnChain)* จากค่าย CryptoQuant เตือนว่า ปัจจัยด้านมหภาคยังมีอิทธิพลสูง เขามองว่าการอ่อนค่าของดอลลาร์ และภาวะหลีกเลี่ยงความเสี่ยง ทำให้เงินทุนไหลไปยังทองคำ ซึ่งถือว่าได้รับการพิสูจน์มาแล้วในประวัติศาสตร์ ขณะที่ ‘บิตคอยน์ยังคงถูกจัดเป็นสินทรัพย์เสี่ยง’ ก่อนที่ภูมิทัศน์นี้จะเปลี่ยนไป ตลาดคริปโตอาจเผชิญแรงกดดันจากสภาพคล่องที่ลดลงและกลยุทธ์การลงทุนที่ระมัดระวังต่อไป
*ความคิดเห็น*: สภาพคล่องที่ลดลงอาจไม่ใช่สาเหตุของการร่วงในทันทีของราคาบิตคอยน์ แต่เป็นสัญญาณเตือนถึงการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างที่นักลงทุนควรจับตาอย่างใกล้ชิด
ความคิดเห็น 0