ตลาดคริปโตร่วงตามหุ้นสหรัฐฯ บิตคอยน์(BTC) ดิ่งต่ำกว่า 85,000 ดอลลาร์ ท่ามกลางความตื่นตระหนกจากการลงทุนด้าน AI ของไมโครซอฟท์(MSFT) ที่ส่งแรงสั่นสะเทือนไปทั่วทั้งวอลล์สตรีทและตลาดการเงินทั่วโลก ทั้งนี้ การลดลงของหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีนำโดยไมโครซอฟท์ยังลากราคาคริปโตลงตามไปด้วย
เมื่อวันที่ 29 (เวลาท้องถิ่น) บิตคอยน์ที่เคยทรงตัวเหนือระดับ 85,000 ดอลลาร์ ร่วงลงมากกว่า 5% หลังตลาดหุ้นสหรัฐฯ เปิดทำการไม่นาน นำโดยดัชนีแนสแด็กที่ดิ่งลง 2.3% และ S&P500 ลดลง 1.5% ขณะที่มูลค่าตลาดคริปโตทั้งหมดหายไปอีกประมาณ 5% เหลือเพียง 2.96 ล้านล้านดอลลาร์ ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นภายหลังรายงานผลประกอบการของไมโครซอฟท์เผยให้เห็นการเพิ่มงบลงทุนในปัญญาประดิษฐ์(AI) ซึ่งนักลงทุนมองว่าอาจทำให้ต้นทุนเพิ่มขึ้นและกระทบต่อผลกำไร ส่งผลให้หุ้นไมโครซอฟท์ร่วงทันที 12% และพาดิ่งทั้งกลุ่มเทคโนโลยี
ราคาคริปโตเองตอบสนองอย่างรวดเร็ว โดย อีเธอเรียม(ETH) ดิ่งลงถึง 6.4% แตะระดับ 2,800 ดอลลาร์ ขณะที่เหรียญใหญ่อื่น ๆ ใน 10 อันดับแรกโดยมูลค่าตลาด ก็ล้วนขาดทุนระหว่าง 4-6% ยกเว้นเพียง โทเคนทรอน(TRX) ที่ยังรักษาราคาทรงตัวได้ตลอดวัน
ข้อมูลจากบริษัทวิเคราะห์ข้อมูลบนเชนอย่าง Glassnode ชี้ว่า บิตคอยน์กำลังเคลื่อนไหวในจุดสำคัญของการต่อสู้กันระหว่างแรงซื้อและแรงขาย โดยเฉพาะนักลงทุนระยะสั้นที่อาจถูกบีบให้ขายหากแนวรับราคาหลักถูกทะลุ “หากไม่มีแรงซื้อจากตลาดสปอตหรือเงินทุนใหม่ไหลเข้ามาหนุน ราคาตลาดมีแนวโน้มเผชิญแรงกดดันช่วงขาลงต่อเนื่อง” Glassnode ระบุในรายงาน
ดัชนี ‘ความกลัวและความโลภ’ (Fear & Greed Index) ที่เผยแพร่โดย Alternative.me ก็ยังอยู่ในระดับ ‘กลัว’ เป็นวันที่สองติดต่อกัน สะท้อนถึงภาวะความไม่มั่นใจของนักลงทุน และความเสี่ยงที่แรงขายจะออกต่อเนื่อง
ทั้งนี้ ท่ามกลางความผันผวนมีเพียง *เวิลด์คอยน์(WLD)* ที่ปรับตัวขึ้นเกือบ 5% ในวันเดียว สาเหตุหลักมาจากรายงานว่า OpenAI กำลังพิจารณาเวิลด์คอยน์เป็นโครงการคู่ค้าด้านการยืนยันตัวตนด้วยชีวมิติ โดยเวิลด์คอยน์เป็นโครงการที่ร่วมก่อตั้งโดย แซม อัลท์แมน ผู้ร่วมก่อตั้ง OpenAI เอง
ในทางกลับกัน อวาแลนเช(AVAX) ร่วงลงแรงที่สุดในกลุ่มหลัก สูญเสียมูลค่าไปกว่า 8% ภายในวันเดียว ขณะที่โทเคนเมนเทิล(MNT) ก็มีทิศทางอ่อนตัวอย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกัน ความผันผวนทำให้ตลาดอนุพันธ์คริปโตเกิดการ ‘ล้างพอร์ต’ ครั้งใหญ่ โดยข้อมูลจาก CoinGlass ระบุว่าในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา มีนักเทรดกว่า 200,000 รายที่ถูกล้างพอร์ต ด้วยมูลค่ารวมกว่า 813 ล้านดอลลาร์ หรือราว 1.16 หมื่นล้านบาท โดยในนั้นมีการล้างพอร์ตฝั่ง Long สูงถึง 699 ล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 1.01 หมื่นล้านบาท และในจำนวนนี้ บิตคอยน์คิดเป็นถึง 327 ล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 4,692 ล้านบาท
ด้านกองทุน ETF ก็สะท้อนความไม่แน่นอนเช่นเดียวกัน โดย ETF บิตคอยน์แบบสปอตมีการไหลออกสุทธิราว 19.6 ล้านดอลลาร์ ขณะที่ ETF อีเธอเรียม กลับมีเงินทุนไหลเข้าสุทธิกว่า 28.1 ล้านดอลลาร์ ส่งผลให้มูลค่าสินทรัพย์รวม (AUM) ของกองทุนอีเธอเรียมเพิ่มขึ้นแตะ 182.2 พันล้านดอลลาร์ หรือกว่า 261.3 ล้านล้านบาท ซึ่ง *ความคิดเห็น* อาจสะท้อนถึงความคาดหวังที่สูงขึ้นจากนักลงทุนสถาบันต่อศักยภาพของอีเธอเรียม
ในด้านนโยบายการเงิน ธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ประกาศคงอัตราดอกเบี้ยที่ระดับ 3.5~3.75% โดยไม่มีสัญญาณลดดอกเบี้ยในระยะสั้น เฟดอธิบายว่า ภาคการบริโภคและการลงทุนภาคเอกชนยังคงขยายตัวอย่างต่อเนื่อง และเศรษฐกิจสหรัฐยังเติบโตแข็งแกร่ง ซึ่งชี้ว่า Fed อาจยังไม่รีบผ่อนคลายนโยบายทางการเงิน
แม้ว่าตลาดน้ำมัน ทองคำ และโลหะเงินจะยังคงเคลื่อนไหวในโซนแข็งแกร่งหลังการปรับฐาน แต่ตลาดคริปโตกลับสะท้อนถึง ‘ความเสี่ยง’ และความวิตกของนักลงทุนที่อาจยังต้องใช้ ‘แรงขับเคลื่อนเพิ่มเติม’ หากจะกลับเข้าสู่แนวโน้มขาขึ้นในระยะสั้นอีกครั้ง
ความคิดเห็น 0