Back to top
  • 공유 แชร์
  • 인쇄 พิมพ์
  • 글자크기 ขนาดตัวอักษร
ลิงก์ถูกคัดลอกแล้ว

บิตคอยน์(BTC) ดิ่งกว่า 4% แตะ 85,000 บาท เหตุเทคฯสหรัฐร่วง-นักลงทุนหนีสินทรัพย์เสี่ยง

บิตคอยน์(BTC) ร่วงกว่า 4% แตะระดับ 85,000 ดอลลาร์ หรือราว 1.21 ล้านบาท สะท้อนแรงเทขายจากภาวะ ‘Risk-Off’ ที่เปิดฉากจากภาคเทคโนโลยีในตลาดหุ้นสหรัฐ ส่งผลกระทบต่อบรรยากาศการลงทุนสินทรัพย์เสี่ยงทั่วโลก รวมถึงตลาดคริปโต

เมื่อวันที่ 29 (เวลาท้องถิ่น) ตลาดหุ้นสหรัฐเผชิญแรงกดดันหลังไมโครซอฟท์(MSFT) ประกาศผลประกอบการไตรมาสซึ่งแม้จะดีกว่าคาด แต่ราคาหุ้นกลับร่วงถึง 11% จากความกังวลต่อรายจ่ายลงทุนด้านปัญญาประดิษฐ์(AI) ทำให้ดัชนี S&P 500 ปรับตัวลดลงกว่า 1% และแนสดักร่วงถึง 1.8% บริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่อื่นๆ อย่างเทสลา(TSLA), อัลฟาเบต(Google) และเอ็นวีเดีย(NVDA) ก็ไม่รอด ต่างปรับตัวลงระหว่าง 1.5%-2.5% เช่นกัน

แรงเทขายดังกล่าวไม่เพียงส่งผลต่อตลาดหุ้น แต่ยังลุกลามมายังราคาทองคำซึ่งเพิ่งทำจุดสูงสุดใหม่ในสัปดาห์ก่อน โดยราคาทองที่เคยพุ่งทะลุ 5,500 ดอลลาร์ต่อหน่วย (ราว 789,000 บาท) กลับร่วงเกือบ 5% สู่ระดับ 5,100 ดอลลาร์ หรือราว 731,000 บาท บ่งชี้ว่านักลงทุนกำลังถอนตัวจากสินทรัพย์เสี่ยงโดยรวม และหันไปถือเงินสดซึ่งมีสภาพคล่องมากกว่า

ในตลาดคริปโต ความผันผวนเริ่มสั่นคลอนรุนแรง โดยข้อมูลจาก CoinGlass เผยว่า ภายในระยะเวลาเพียง 1 ชั่วโมง มีการล้างพอร์ตมูลค่ากว่า 360 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 5,162 ล้านบาท) ซึ่งในจำนวนนี้ ราว 350 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 5,020 ล้านบาท) เป็นตำแหน่ง Long ที่คาดว่าราคาจะขึ้นแต่กลับผิดทาง และหากนับรวม 24 ชั่วโมง มีการล้างพอร์ตรวมเกือบ 700 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 1.02 หมื่นล้านบาท)

นอกจากบิตคอยน์ สินทรัพย์ดิจิทัลชื่อดังอื่นก็ร่วงหนักเช่นกัน อีเธอเรียม(ETH) ร่วงเกือบ 6% มาอยู่ใกล้ระดับ 2,800 ดอลลาร์ หรือประมาณ 401,000 บาท ส่วนโซลานา(SOL) ลดลง 5% เหลือราว 118 ดอลลาร์ หรือ 169,263 บาท ขณะที่ริปเปิล(XRP) ก็ลดลงในอัตราเดียวกัน สู่ระดับ 1.80 ดอลลาร์ หรือประมาณ 2,582 บาท

นักวิเคราะห์มองว่า ต้นตอของปรากฏการณ์นี้ คือความกังวลต่อความยั่งยืนในการลงทุนด้าน AI ที่ถูกจุดประกายจากรายงานของไมโครซอฟท์ ซึ่งแม้จะเป็นผู้ชนะรายใหญ่ของเทรนด์นี้ในปีที่แล้ว โดยราคาหุ้นเคยดันมูลค่าบริษัทเกิน 4 ล้านล้านดอลลาร์ หรือกว่า 5,737 ล้านล้านบาท แต่สถานการณ์ปัจจุบันกลับสะท้อนความจำเป็นในการทบทวนมูลค่าหุ้นเทคโนโลยีขนาดใหญ่

กระแสขาลงนี้ยังส่งแรงกดดันไปยังหุ้นเทคโนโลยีอื่น โดยเฉพาะแอปเปิล(AAPL) ที่จะเปิดเผยผลประกอบการในวันที่ 30 นี้ ซึ่งอาจกลายเป็นจุดเปลี่ยนของความมั่นใจต่อตลาดเมกะเทคทั้งหมด

ความคิดเห็นของผู้เชี่ยวชาญระบุว่า การปรับฐานในครั้งนี้ไม่ใช่เพียงการตกลงของราคาในระยะสั้น แต่เป็นเครื่องสะท้อนการปรับความเสี่ยงของนักลงทุนทั่วโลก โดยเฉพาะตลาดคริปโตซึ่งเคยถูกมองว่าเป็นตัวแทนของสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงสูง ขณะนี้กำลังเผชิญจุดทดสอบร่วมกับตลาดทุนอื่น อย่างไรก็ตาม ความร้อนแรงของการลงทุนใน AI และความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ อาจยังคงเป็นปัจจัยสร้างความผันผวนอย่างต่อเนื่องในระยะใกล้สำหรับนักลงทุนคริปโต

<ลิขสิทธิ์ ⓒ TokenPost ห้ามเผยแพร่หรือแจกจ่ายซ้ำโดยไม่ได้รับอนุญาต>

บทความที่มีคนดูมากที่สุด

บทความที่เกี่ยวข้อง

ความคิดเห็น 0

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม

0/1000

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม
1