Back to top
  • 공유 แชร์
  • 인쇄 พิมพ์
  • 글자크기 ขนาดตัวอักษร
ลิงก์ถูกคัดลอกแล้ว

APAC ผงาดสู่ศูนย์กลางสินทรัพย์ดิจิทัลโลก สถาบันแห่ลงทุนหลังโครงสร้างชัดเจน

ตลาดเอเชียแปซิฟิก(APAC) กำลังกลายเป็นศูนย์กลางของการยอมรับสินทรัพย์ดิจิทัลในระดับสถาบันอย่างรวดเร็ว ด้วยโครงสร้างการออกใบอนุญาตที่ชัดเจนและระบบกำกับดูแลที่แข็งแกร่ง กฎระเบียบในภูมิภาคนี้ไม่ได้เป็นอุปสรรค แต่กลับกลายเป็นฐานความเชื่อมั่นสำคัญที่ผลักดันโครงสร้างพื้นฐานของคริปโตในระดับโลก

ในขณะที่สถาบันการเงินทั่วโลกต่างยอมรับถึง ‘ความสำคัญ’ ของสินทรัพย์ดิจิทัล คำถามสำคัญคือ จะสามารถดำเนินการภายใต้ระบบที่มั่นคงและปลอดภัยได้ ‘ที่ไหน’ และ ‘อย่างไร’ ซึ่งคำตอบนั้นคือ APAC ที่ขณะนี้ได้ก้าวผ่านช่วงทดลองของการลงทุน มาเข้าสู่เฟสที่เงินทุนจริงเริ่มหลั่งไหลเข้ามาในระดับโครงสร้าง

สถาบันในภูมิภาคมองหาความเป็นไปได้ที่จะรับความเสี่ยงมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด โดยในปี 2026 มีถึง 71% ของผู้ลงทุนสถาบันในเอเชียแปซิฟิกที่มีการเปิดรับคริปโตแล้ว ที่น่าจับตาคือ ฮ่องกงได้ริเริ่มการวางกรอบกฎหมายสำหรับการบริหารสินทรัพย์ดิจิทัลในอุตสาหกรรมประกัน ซึ่งเตรียมเปิดทางให้ทุนขนาดใหญ่จากภาคประกันเข้าสู่ตลาดคริปโต

ข้อมูลจากการซื้อขายในตลาดชี้ชัดแนวโน้มการเติบโต ตัวอย่างเช่น มูลค่าการซื้อขายของตลาดซื้อขายคริปโตในฮ่องกงช่วงครึ่งแรกของปี 2025 พุ่งขึ้น 233% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ไปอยู่ที่ 26.1 พันล้านดอลลาร์ฮ่องกง หรือประมาณ 49,420 ล้านบาท นอกจากนี้ ฮ่องกงยังออกใบอนุญาตใหม่ให้แก่ 9 แพลตฟอร์มคริปโต ซึ่งเสริมสร้างโครงสร้างพื้นฐานให้พัฒนาไปอย่างเป็นระบบ

ประเทศต่าง ๆ ในภูมิภาคก็เร่งสร้างความสอดคล้องด้านกฎระเบียบระหว่างประเทศ เช่น สิงคโปร์ที่นำโดยสำนักงานกำกับดูแลการเงิน (MAS) ได้เปิดพื้นที่ทดสอบผลิตภัณฑ์กับกลุ่มสถาบันอย่างจริงจัง ขณะที่สำนักงานบริการทางการเงินญี่ปุ่น(FSA) กำลังเชื่อมโยงคริปโตกับระบบการเงินเดิมแบบชัดเจน และฝั่งเกาหลีใต้ก็กำลังจัดโครงสร้างกฎหมายเพื่อรองรับโทเคนหลักทรัพย์และสินทรัพย์ยุคใหม่ในอนาคต

ในยุคที่ความยั่งยืนมีความหมายมากกว่าความเร็ว APAC ได้วางนิยามใหม่ให้กับ ‘ความเป็นมิตรต่อคริปโต’ โดยเน้นพื้นฐานของ *ความชัดเจนด้านกฎระเบียบ* และ *การคุ้มครองนักลงทุน* มากกว่าการเร่งผลตอบแทนแบบฉาบฉวย สถาบันการเงินจึงเริ่มเปิดตัวผลิตภัณฑ์เช่นพันธบัตรบนบล็อกเชน หรือบริการดูแลและซื้อขายคริปโตในรูปแบบที่สอดคล้องกับกฎหมาย ผ่านฟินเทคและแพลตฟอร์มทางการเงินแบบดั้งเดิม

ระบบอย่าง “แซนด์บ็อกซ์” และการออกใบอนุญาตแบบเป็นขั้นตอน มีบทบาทชัดในการสร้างสมดุลระหว่างนวัตกรรมกับการควบคุมภายในของสถาบัน โดย MAS ของสิงคโปร์ ให้ความยืดหยุ่นสูงในแนวทางทดสอบจริง ทำให้สินค้าและบริการใหม่สามารถเข้าสู่ตลาดได้เร็วขึ้นโดยมีความเสี่ยงต่ำ

ขณะที่สหรัฐและยุโรปยังอยู่ในภาวะไม่แน่ชัดด้านนโยบาย APAC กลับยืนหยัดด้วยแนวทางที่ ‘ใช้งานได้จริง’ และ ‘เป็นรูปธรรม’ ส่งผลให้ภูมิภาคนี้กลายเป็นต้นแบบของโลกในเรื่องการกำกับดูแลที่ไม่ใช่อุปสรรค แต่คือรากฐานของการเติบโต จุดเด่นคือ กฎที่คาดการณ์ได้ ทำให้นักลงทุนสถาบันสามารถเปลี่ยนจากการรอดู มาเป็นการลงมือเข้าร่วมในตลาดจริง

*ความคิดเห็น*: ความสามารถในการสร้างความชัดเจนด้านนโยบายและตอบโจทย์การควบคุมภายใน เป็นปัจจัยสำคัญที่เปลี่ยนกระบวนทัศน์ของการลงทุนสถาบันในภาคสินทรัพย์ดิจิทัล

หัวใจของกลยุทธ์นี้คือ หน่วยงานภาครัฐใน APAC ไม่ได้ทำหน้าที่เพียงควบคุม แต่ยังเป็น ‘คู่ร่วมพัฒนา’ ที่ออกแบบเส้นทางการออกใบอนุญาตให้เหมาะกับการเปลี่ยนผ่านทางการเงิน โดยไม่ทิ้งการกำกับดูแลไว้เบื้องหลัง สมดุลนี้คือกุญแจที่ทำให้คริปโตไม่เพียงแต่ ‘ทดลองใช้’ แต่กลายเป็นส่วนหนึ่งของโลกการเงินในระยะยาว

ภาพลักษณ์เดิมของ APAC ในฐานะเพียง ‘สนามทดลอง’ ได้หมดความหมายไปแล้ว ปัจจุบันภูมิภาคนี้ได้พัฒนาจนกลายเป็น *ศูนย์กลางของสินทรัพย์ดิจิทัลระดับโลก* ที่มีทั้งช่องทางถาวรและกฎระเบียบที่พร้อมใช้งาน โดยไม่ต้องเผชิญการถกเถียงว่า ‘จะควบคุม หรือ ปล่อยผ่าน’

คำถามในตอนนี้ไม่ใช่ว่า “จะไปหรือไม่ไป” แต่เป็น “จะไปอย่างไรให้เร็วและปลอดภัยที่สุด” ซึ่งเป็นสิ่งที่สถาบันในเอเชียแปซิฟิก พร้อมแล้วที่จะตอบด้วยระบบที่มั่นคงและแนวทางที่ชัดเจน

สุดท้ายนี้ สินทรัพย์ดิจิทัลไม่ได้เป็นเพียงแนวคิดหรือการทดลองอีกต่อไป แต่กำลังกลายเป็นหนึ่งในโครงสร้างหลักของการเงินระดับโลก โดยมี APAC เป็นหัวหอกการเปลี่ยนแปลงนี้อย่างแท้จริง

<ลิขสิทธิ์ ⓒ TokenPost ห้ามเผยแพร่หรือแจกจ่ายซ้ำโดยไม่ได้รับอนุญาต>

บทความที่มีคนดูมากที่สุด

ความคิดเห็น 0

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม

0/1000

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม
1