คณะกรรมาธิการเกษตรวุฒิสภาสหรัฐฯ ผ่านร่างกฎหมายโครงสร้างตลาดคริปโตแม้มีความขัดแย้งระหว่างพรรค
เมื่อวันที่ 24 (เวลาท้องถิ่น) คณะกรรมาธิการเกษตรวุฒิสภาสหรัฐฯ ได้ผ่านร่างกฎหมายว่าด้วยโครงสร้างตลาดคริปโต โดยมีคะแนนเสียง 12 ต่อ 11 ซึ่งเกิดขึ้นหลังการพิจารณาเพียงสั้นๆ ท่ามกลางความขัดแย้งทางการเมืองระหว่างพรรคเดโมแครตและรีพับลิกัน
สาระสำคัญของร่างกฎหมายฉบับนี้คือการกำหนด ‘กรอบกำกับดูแล’ ที่ชัดเจนสำหรับตลาดสินทรัพย์ดิจิทัล โดยฝ่ายที่สนับสนุนระบุว่าเป็นการแก้ปัญหา ‘ความไม่แน่นอนด้านกฎหมาย’ ที่เรื้อรังมานาน และสามารถสร้างระเบียบในตลาดได้ ส่วนฝ่ายที่คัดค้านแสดงความกังวลว่า ร่างกฎหมายอาจลดทอนการคุ้มครองผู้ลงทุน และเพิ่มอำนาจให้คณะกรรมการซื้อขายสัญญาล่วงหน้า (CFTC) มากเกินไป
นอกจากนี้ยังมีข้อเสนอเพิ่มเติมในการห้ามนักการเมืองถือครองคริปโตเคอร์เรนซี แต่ถูกที่ประชุมปัดตกทั้งหมด
ร่างกฎหมายนี้ยังต้องนำไปพิจารณาร่วมกับร่างกฎหมายที่เสนอในคณะกรรมาธิการธนาคารวุฒิสภาก่อนที่จะเข้าสู่วุฒิสภาเต็มคณะเพื่ออภิปรายและลงมติขั้นสุดท้าย
Bybit เตรียมเปิดบริการบัญชีธนาคารส่วนตัว เริ่มกุมภาพันธ์นี้ ลุยขยายอีโคซิสเต็มสินทรัพย์ดิจิทัล
Bybit แพลตฟอร์มซื้อขายคริปโตระดับโลก ประกาศเมื่อวันที่ 24 (เวลาท้องถิ่น) ว่าจะเปิดบริการบัญชีธนาคารสำหรับผู้ใช้ทั่วไปภายใต้ชื่อ ‘My Bank powered by Bybit’ เริ่มต้นในเดือนกุมภาพันธ์ โดยให้บริการโอนและถอนเงินด้วยหลายสกุลเงิน รวมถึงดอลลาร์สหรัฐ และให้หมายเลขบัญชี IBAN ส่วนบุคคลแก่ลูกค้า
เบน โจว ซีอีโอของ Bybit เปิดเผยว่า ผู้ใช้จะสามารถมีบัญชีธนาคารภายใต้ชื่อของตนเองบนแพลตฟอร์ม และดำเนินธุรกรรม ‘เงินเฟียต’ เช่น รับเงินเดือน จ่ายบิล หรือซื้อขายคริปโตได้ภายในระบบเดียวกัน ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์เพิ่มความปลอดภัยภายหลังเหตุการณ์แฮกมูลค่ากว่า 14.3 พันล้านวอน
Bybit กำลังร่วมมือกับธนาคารแห่งชาติกาตาร์, DMZ Finance และสตาร์ตอัป Pave Bank ที่ตั้งอยู่ในจอร์เจีย โดยก่อนหน้านี้เคยประกาศแผนร่วมมือพัฒนาโครงการสินทรัพย์โทเคนร่วมกันภายในกันยายน 2025
บริการ My Bank มีกำหนดให้รองรับสูงสุดถึง 18 สกุลเงิน แต่การเปิดใช้งานเต็มรูปแบบยังขึ้นอยู่กับการอนุมัติจากหน่วยงานกำกับดูแลแต่ละประเทศ
ราคาวอลด์คอยน์(WLD) พุ่งกว่า 40% หลังกระแสข่าว OpenAI พัฒนาแพลตฟอร์มโซเชียลเน้นยืนยันตัวตน
ราคาของวอลด์คอยน์(WLD) พุ่งขึ้นกว่า 40% ภายในวันเดียว เมื่อวันที่ 24 (เวลาท้องถิ่น) หลังมีรายงานว่า OpenAI กำลังพัฒนาแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียใหม่ที่มุ่งเน้นระบบยืนยันตัวตน ซึ่งอาจเป็นคู่แข่งของแพลตฟอร์ม X (ชื่อเดิมคือ Twitter)
แหล่งข่าวระบุว่า แพลตฟอร์มดังกล่าวอยู่ในช่วงเริ่มต้น โดยมีทีมพัฒนาหลักราว 10 คน และคาดว่าจะเปิดตัวภายในต้นปี 2025 โดยเป้าหมายสำคัญคือการสร้างพื้นที่ดิจิทัลที่สามารถยืนยันได้ว่า ‘ผู้ใช้เป็นมนุษย์จริง’
ระบบยืนยันตัวตนอาจใช้เทคโนโลยี ‘Face ID’ ของ Apple หรืออุปกรณ์สแกนม่านตามนุษย์ ‘World Orb’ ของวอลด์คอยน์ ซึ่งเป็นโครงการที่ร่วมก่อตั้งโดย แซม อัลท์แมน ซีอีโอของ OpenAI และเป็น ‘โครงการยืนยันตัวตนดิจิทัล’ บนบล็อกเชน
*ความคิดเห็น*: ข่าวนี้แสดงถึงความคาดหวังของนักลงทุนที่เริ่มมองเห็นพลังของการผสานเทคโนโลยี AI กับบล็อกเชน โดยเชื่อว่าการสร้างระบบที่ตั้งอยู่บน ‘ความเป็นตัวตนที่แท้จริง’ จะช่วยเร่งการนำคริปโตไปใช้งานในวงกว้าง
การพุ่งขึ้นของราคาวอลด์คอยน์จึงไม่เพียงแต่สะท้อนแรงซื้อเท่านั้น แต่ยังเป็นสัญญาณว่านักลงทุนเริ่มให้ค่ากับโครงสร้างพื้นฐานของ ‘Web3’ ที่เน้นความน่าเชื่อถือในระดับบุคคลอีกด้วย
ความคิดเห็น 0