เวิลด์คอยน์(WLD) พุ่งกว่า 50% ภายในเวลาเพียงไม่กี่วัน หลังจากมีข่าวลือเกี่ยวกับความเป็นไปได้ในการร่วมมือกับ OpenAI จุดประกายความสนใจครั้งใหม่ต่อเทคโนโลยีการยืนยันตัวตนด้วยชีวมิติ โดยเฉพาะฟีเจอร์สแกนม่านตาของเวิลด์คอยน์ ที่อาจถูกนำไปใช้ในโครงการโซเชียลแพลตฟอร์มใหม่ที่ OpenAI กำลังพัฒนาอยู่
รายงานเมื่อวันที่ 24 ระบุว่า OpenAI อาจกำลังพัฒนาแพลตฟอร์มโซเชียลใหม่ ซึ่งจะรองรับฟังก์ชันยืนยันตัวตนด้วยชีวมิติ หรือที่เรียกว่า ‘Proof of Personhood’ โดยเวิลด์คอยน์มีแนวโน้มจะเป็นหนึ่งในเทคโนโลยีที่ได้รับการพิจารณา ร่วมกับเทคโนโลยีอย่าง Face ID ของแอปเปิล(AAPL)
ผลกระทบจากข่าวนี้ส่งผลให้ราคาของเวิลด์คอยน์พุ่งสูงขึ้นเกือบ 50% ภายในสองวัน โดยข้อมูลจากบริษัทวิเคราะห์ข้อมูลบนบล็อกเชนอย่าง Santiment ชี้ว่า กลุ่มนักลงทุนรายย่อยที่ถือเหรียญระดับ 1–10 ล้าน WLD มีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนราคาครั้งนี้ โดยมียอดซื้อสะสมในวันเดียวถึง 2.6 ล้านโทเคน คิดเป็นมูลค่าราว 20.3 ล้านบาท
อย่างไรก็ตาม จากข้อมูลเพิ่มเติมพบว่า ไม่ได้มีเพียงแรงซื้อชั่วคราวจากข่าวลือเท่านั้นที่อยู่เบื้องหลังการพุ่งขึ้นของราคา เพราะกลุ่มนักลงทุนรายใหญ่ที่ถือเหรียญตั้งแต่ 10 ล้านถึง 100 ล้าน WLD นั้น ได้เริ่มสะสมโทเคนตั้งแต่ช่วงกลางเดือนมกราคม โดยรวมแล้วพวกเขาถือเหรียญกว่า 1.7 พันล้าน WLD ซึ่งถือว่าเป็น ‘ฐานพลัง’ สำคัญที่ส่งเสริมให้มีกระแสเป็นบวกตั้งแต่ก่อนหน้าข่าวลือดังกล่าว
ด้านเทคนิค ราคาเวิลด์คอยน์กำลังส่งสัญญาณการกลับตัวเป็นขาขึ้น หลังจากเคลื่อนไหวในแนวโน้มขาลงมาตลอด 5 เดือนที่ผ่านมา โดยการเคลื่อนไหวรอบล่าสุดทำหน้าที่เป็นตัวกระตุ้นให้ราคาทะลุแนวต้านที่ 0.60 ดอลลาร์ แม้จะยังไม่สามารถรักษาระดับไว้ได้ แต่เครื่องมือวิเคราะห์ RSI กำลังมุ่งเข้าสู่โซน oversold และ MACD ก็กำลังสร้างสัญญาณ ‘Golden Cross’ ซึ่งบ่งชี้ถึงความเป็นไปได้ในการฟื้นตัว
หากราคาสามารถยืนเหนือระดับ 0.60 ดอลลาร์ได้อย่างมั่นคง นักวิเคราะห์คาดว่าเป้าหมายระยะถัดไปอาจอยู่ที่ 1.60 ดอลลาร์ หรือประมาณ 2,321 บาท ซึ่งเท่ากับว่ามีโอกาสปรับตัวขึ้นกว่า 240% จากระดับปัจจุบัน และหาก OpenAI ยืนยันการใช้เทคโนโลยีของเวิลด์คอยน์จริง ราคาก็อาจขึ้นไปทดสอบระดับสูงสุดเดิมที่ 4.25 ดอลลาร์ หรือประมาณ 6,169 บาท ซึ่งหมายถึงการปรับตัวขึ้นกว่า 830%
ขณะเดียวกันในโลกของเหรียญมีม(Meme Coin) ความสนใจกำลังหันไปยัง ‘แม็กซี ด็อจ(MAXI)’ ที่เริ่มกลายเป็นขวัญใจนักลงทุนรายย่อย การเคลื่อนไหวนี้สอดรับกับความเป็นวัฏจักรของตลาดมีม ซึ่งมักหมุนเวียนกลับมาสู่เหรียญแนว ‘ด็อจคอยน์ธีม’ อยู่เป็นระยะ
MAXI กำลังได้รับความนิยมในกลุ่มคอมมูนิตี้ ด้วยการปลุกคอนเซ็ปต์ด็อจคอยน์(DOGE) ยุคแรก เช่น การแข่งขันรายได้ประจำวันและโปรแกรมแชร์ข้อมูลวงใน ขณะนี้ MAXI ระดมทุนไปแล้วราว 4.5 ล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 65.2 ล้านบาท และเสนอรางวัลสเตกกิงสูงสุดถึง 69% ต่อปี
ความคิดเห็น: ความเคลื่อนไหวล่าสุดทั้งจากเวิลด์คอยน์และ MAXI เป็นการสะท้อนถึงบรรยากาศเก็งกำไรที่กลับมาร้อนแรงอีกครั้งในตลาดคริปโต โดยเฉพาะในภาคของเทคโนโลยีชีวมิติและเหรียญแนววัฒนธรรมย่อย ซึ่งนักลงทุนควรจับตาพัฒนาการอย่างใกล้ชิด
ความคิดเห็น 0