Back to top
  • 공유 แชร์
  • 인쇄 พิมพ์
  • 글자크기 ขนาดตัวอักษร
ลิงก์ถูกคัดลอกแล้ว

แอป 'ชำระแทน' ดันการใช้บิตคอยน์(BTC)–เทเธอร์(USDT) ในร้านค้า แม้เสี่ยงข้อกฎหมาย

ร้านค้าทั่วไปเริ่มเปิดรับ ‘บิตคอยน์(BTC)’ และ ‘เทเธอร์(USDT)’ ในการชำระค่าสินค้าโดยที่เจ้าของร้านไม่ต้องมีบัญชีคริปโต ด้วยการใช้ระบบ ‘ชำระแทน’ ผ่านแอปพลิเคชันที่ใช้คริปโตในการจ่าย ซึ่งกำลังขยายตัวอย่างเงียบๆ ในหลายประเทศ แนวทางนี้ผู้ใช้สแกน QR จากร้านค้าผ่านแอป แล้วชำระเป็นคริปโต โดยมีพันธมิตรในท้องถิ่นรับคริปโตและจ่ายเป็นสกุลเงินท้องถิ่นแทนผู้ใช้งาน

หนึ่งในตัวอย่างของการเปลี่ยนผ่านนี้คือ ‘PlebQR’ ซึ่งเปิดตัวในช่วงปลายปี 2024 โดยนำระบบ ‘พรอมต์เพย์’ ของไทยมาผสานกับ บิตคอยน์ ผ่านเครือข่ายไลท์นิ่ง การใช้งานเรียบง่าย — ลูกค้าสแกนคิวอาร์พรอมต์เพย์จากร้าน แล้วจ่าย BTC ผ่านแอป จากนั้นพันธมิตรในท้องถิ่นจะจ่ายเงินสดเป็นเงินบาทแทนลูกค้าให้กับร้านค้า ขณะที่ BTC ถูกโอนให้พันธมิตรภายหลัง

เว็บไซต์ของ PlebQR ระบุว่า เน้นปกป้องข้อมูลส่วนตัวของผู้ใช้ โดยข้อมูลทั้งหมดจะถูกลบทันทีหลังธุรกรรมเสร็จสิ้น รายงานยังชี้ว่าตั้งแต่เปิดตัวมา ได้ดำเนินธุรกรรมทั้งหมด 1,270 รายการ มูลค่ารวมกว่า 670,000 บาท โดยเฉลี่ยใช้เวลาชำระ 88 วินาที และมีอัตราความสำเร็จมากกว่า 75% อย่างไรก็ตาม ตัวเลขเหล่านี้ยังไม่ได้รับการตรวจสอบจากภายนอก

อีกหนึ่งผู้ให้บริการที่มีโมเดลคล้ายกันคือ ‘แอนตาร์กติก วอลเล็ต’ ซึ่งเน้นการชำระเงินด้วย ‘สเตเบิลคอยน์’ โดยเฉพาะในรัสเซียและคีร์กีซสถาน ผู้ใช้สามารถเข้าผ่านแอปพลิเคชันใน ‘เทเลแกรม’ และใช้ USDT หรือ ‘โทน’(TON) ในการชำระผ่าน QR ของระบบชำระเงินท้องถิ่น (SBP) จากนั้นมีพันธมิตรกลางที่ผ่านการตรวจสอบจะชำระเงินให้ร้านค้า ส่วนเหรียญจะถูกหักจากผู้ใช้ ขั้นตอนทั้งหมดใช้เวลาประมาณ 8 วินาที และหากต้องการโอนต่อผ่านบัตรเครดิต จะใช้เวลาอีก 2-3 นาที

แอนตาร์กติก วอลเล็ต ไม่ได้เป็นแพลตฟอร์มที่ไม่เก็บเงิน (non-custodial) อย่างสมบูรณ์ เงินฝากของผู้ใช้จะถูกเก็บไว้ชั่วคราว พร้อมมีค่าธรรมเนียมขั้นต่ำในการฝาก เช่น USDT(TRC-20) มีค่าฝากประมาณ 3,990 บาท ขณะที่การฝาก USDT ผ่าน TON ฟรีค่าธรรมเนียม ทั้งนี้โมเดลดังกล่าวยังเคยถูกนำไปทดสอบในงาน ETHGlobal ที่ไทเปในปี 2025 เพื่อให้บริการนักท่องเที่ยวในการจ่ายเงินในท้องถิ่นได้สะดวกขึ้น

แม้เทคโนโลยีนี้จะช่วยผลักดันการใช้งานคริปโตในชีวิตประจำวัน แต่ก็มีข้อพึงระวังเกี่ยวกับ ‘ความเสี่ยงด้านกฎระเบียบ’ และ ‘ข้อจำกัดด้านประสบการณ์ผู้ใช้’ โดย ทอม อาร์มสตรอง ที่ปรึกษาด้านกฎหมายของ TRM Labs กล่าวเตือนว่า โมเดลศูนย์กลางที่แพลตฟอร์มถือเงินของผู้ใช้อาจกลายเป็นจุดเสี่ยงสำคัญต่อกฎหมายต่อต้านการฟอกเงิน(AML)

ในอีกด้าน บริการไม่เก็บเงินเองอาจลดความเสี่ยงด้านกฎระเบียบ แต่กลับเผชิญข้อจำกัดอื่น ๆ โดยเฉพาะในเรื่องเวลาการทำธุรกรรม ซึ่งยังช้ากว่าระบบวีซ่า(VISA) หรือมาสเตอร์การ์ด(MasterCard) อย่างมาก

อารี เรดบอร์ด จาก TRM Labs ชี้ว่า โมเดล ‘ชำระเงินแทน’ เป็นนวัตกรรมที่ช่วยให้คริปโตถูกใช้ในชีวิตจริงได้มากขึ้น แต่ก็เตือนว่ามีหลายชั้นของตัวกลางที่อาจทำให้การติดตามเงินทุนหรือการควบคุมโปร่งใสนั้นทำได้ยากขึ้น โดยเฉพาะในประเทศที่อยู่ภายใต้การคว่ำบาตร เช่น รัสเซียหรือคีร์กีซสถาน ซึ่งมีความเสี่ยงเชื่อมโยงกับการหลบเลี่ยงข้อจำกัดและกิจกรรมทางการเงินผิดกฎหมาย

สรุปแล้ว แอป ‘ชำระแทน’ ถือเป็นการทดลองที่น่าสนใจในการเพิ่มการใช้งานคริปโตในโลกจริง แต่อาจต้องหาสมดุลระหว่าง ‘ความสะดวกของผู้ใช้’ และ ‘ความเสี่ยงด้านกฎหมาย’ ให้ดียิ่งขึ้นในอนาคต

<ลิขสิทธิ์ ⓒ TokenPost ห้ามเผยแพร่หรือแจกจ่ายซ้ำโดยไม่ได้รับอนุญาต>

บทความที่มีคนดูมากที่สุด

ความคิดเห็น 0

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม

0/1000

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม
1