กองทุนความมั่งคั่งแห่งชาติของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์(UAE) ได้เข้าลงทุนในสตาร์ทอัพด้านคริปโตฯ ที่เชื่อมโยงกับประธานาธิบดีทรัมป์ เป็นเงินราว 5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 7,260 ล้านบาท โดยเข้าถือหุ้นใน ‘เวิลด์ลิเบอร์ตี้ไฟแนนเชียล’ (World Liberty Financial) จำนวน 49% ตามรายงานของ The Wall Street Journal เมื่อเร็วๆ นี้ ข้อตกลงดังกล่าวลงนามแบบลับๆ เมื่อเดือนมกราคม ซึ่งเป็นช่วงก่อนที่ทรัมป์จะเดินหน้าหาเสียงกลับเข้าสู่ทำเนียบขาวอีกครั้ง
รายงานระบุว่า ผู้ลงทุนหลักในดีลดังกล่าวคือ Aryam Investment 1 ซึ่งเป็นกองทุนในเครืออาบูดาบี และได้รับการสนับสนุนโดยชีค ทาฮ์นูน บิน ซาเยด อัลนะห์ยาน (Sheikh Tahnoon bin Zayed Al Nahyan) ที่ปรึกษาด้านความมั่นคงแห่งชาติของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ โดยในสัญญามีลายเซ็นของ เอริก ทรัมป์ บุตรชายคนที่สองของทรัมป์เป็นผู้ลงนาม
ในจำนวนเงินลงทุน 5 พันล้านดอลลาร์ มีประมาณ 2.5 พันล้านดอลลาร์ หรือราว 3,630 ล้านบาท ที่ถูกโอนล่วงหน้า โดยในจำนวนนี้มีประมาณ 1.87 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 2,715 ล้านบาท ที่ส่งตรงไปยังบริษัทที่ครอบครัวทรัมป์ถือครองอยู่ ส่วนเงินอีกหลายร้อยล้านดอลลาร์ถูกกระจายให้กับครอบครัวของผู้ร่วมก่อตั้งรายอื่น อย่างไรก็ตาม จนถึงขณะนี้ทางเวิลด์ลิเบอร์ตี้ได้เปิดเผยต่อสาธารณะเพียงแค่การลดสัดส่วนการถือครองหุ้นของตระกูลทรัมป์เท่านั้น รายละเอียดส่วนใหญ่มาเผยแพร่ภายหลัง
‘ความคิดเห็น’: ข้อตกลงนี้สะท้อนถึงความสัมพันธ์ที่อาจใกล้ชิดระหว่างวงการเงินจากตะวันออกกลางกับบุคคลทางการเมืองระดับสูงในสหรัฐฯ จึงไม่ใช่เพียงการลงทุนในคริปโตฯ แต่ยังสะเทือนต่อแวดวงการเมืองอเมริกัน
---
บริษัทรายใหญ่ผู้ถือครองสินทรัพย์ดิจิทัล ‘บิตมายน์ อิเมอร์ชัน เทคโนโลยีส์’ (BitMine Immersion Technologies) เผยว่า ขณะนี้กำลังประสบกับการประเมินมูลค่าขาดทุนแบบยังไม่รับรู้ (Unrealized Loss) สูงถึง 8.7 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 12.6 หมื่นล้านบาท สาเหตุหลักมาจากราคาของอีเธอเรียม(ETH) ที่ร่วงลงอย่างต่อเนื่อง
ตามข้อมูลจากบริษัทวิเคราะห์ตลาด Dropstab ระบุว่า บิตมายน์ได้ซื้อเพิ่มอีก 43,002 อีเธอเรียมในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ส่งผลให้มียอดถือครองรวมมากกว่า 4.24 ล้านเหรียญ ปัจจุบันมูลค่ารวมของ ETH ที่ถืออยู่ลดลงเหลือราว 9.6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 13.9 หมื่นล้านบาท จากเดิมซึ่งเคยพุ่งสูงสุดราว 13.9 พันล้านดอลลาร์ในเดือนตุลาคมปีที่แล้ว
ด้านสำนักวิเคราะห์ The Kobeissi Letter รายงานว่า ราคาที่ร่วงลงอย่างหนักของอีเธอเรียม เกิดจาก ‘สภาพคล่องต่ำ’ ประกอบกับ ‘เลเวอเรจที่สูงเกินไป’ และการที่นักลงทุนอยู่ในทิศทางเดียวกันมากเกินไป ซึ่งทั้งหมดนี้กลายเป็นปัจจัยประกอบในการเร่งให้ราคา ETH ร่วงหนักยิ่งขึ้น
---
รัฐบาลสหรัฐฯ ออกมาตรการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจต่อแพลตฟอร์มซื้อขายคริปโตฯ สองแห่ง ที่จดทะเบียนในสหราชอาณาจักร ซึ่งมีความเชื่อมโยงกับเครือข่ายการเงินของอิหร่าน โดยถือเป็นครั้งแรกที่สหรัฐฯ ใช้โปรแกรมคว่ำบาตรของกระทรวงการคลัง เข้าเล่นงานแพลตฟอร์มคริปโตฯ โดยตรง
สำนักงานควบคุมทรัพย์สินต่างประเทศ (OFAC) ของกระทรวงการคลังสหรัฐฯ เปิดเผยว่า ทั้งสองแพลตฟอร์มมีความเชื่อมโยงกับรัฐบาลอิหร่านที่ถูกกล่าวหาว่าปราบปรามการประท้วงอย่างรุนแรง พร้อมกันนี้ ยังมีการเพิ่มรายชื่อบุคคลเข้าสู่บัญชีถูกคว่ำบาตร รวมถึง เอสกันดาร์ โมเมนี คาลากาจี รัฐมนตรีมหาดไทยของอิหร่าน และนักธุรกิจ บาแบค มอร์เตซา ซานจานี ผู้ต้องหาคดีฟอกเงินรายใหญ่ที่เคยยักยอกเงินหลายพันล้านดอลลาร์จากบริษัทน้ำมันของรัฐบาล
ซานจานีเคยถูกคุมขังในอิหร่าน ก่อนจะมีรายงานว่าได้รับการปล่อยตัวและกลับมาทำหน้าที่เป็นผู้จัดการกระแสเงินทุนของกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติแห่งอิหร่านเพื่อโอนเงินสู่ต่างประเทศ
รัฐมนตรีการคลังสหรัฐฯ สก็อตต์ เวสเซนท์ ระบุว่า “สหรัฐฯ จะเดินหน้ายกระดับมาตรการเพื่อต่อต้านทั้งการกดขี่ภายในประเทศและการฟอกเงินของเครือข่ายต่างประเทศของอิหร่านอย่างต่อเนื่อง”
‘ความคิดเห็น’: การคว่ำบาตรครั้งนี้ชี้ถึงแนวทางใหม่ของรัฐบาลสหรัฐฯ ที่เริ่มจับตามองคริปโตฯ ว่าเป็นหนึ่งในเครื่องมือสำคัญที่สามารถถูกใช้เลี่ยงมาตรการคว่ำบาตรในระดับโลกได้
ความคิดเห็น 0