Back to top
  • 공유 แชร์
  • 인쇄 พิมพ์
  • 글자크기 ขนาดตัวอักษร
ลิงก์ถูกคัดลอกแล้ว

บิทมายน์ทุ่มซื้ออีเธอเรียม(ETH) เพิ่ม 41,788 เหรียญ แม้ราคาดิ่ง 26% ในไม่กี่วัน

แม้ราคาของอีเธอเรียม(ETH) จะร่วงลงอย่างหนักในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา แต่บริษัทจัดการสินทรัพย์สัญชาติสหรัฐอย่างบิทมายน์(Bitmane) กลับเดินหน้า ‘เข้าซื้อ’ เพิ่มอย่างต่อเนื่อง ท่ามกลางความผันผวนของตลาด ทอม ลี(Tom Lee) ผู้ร่วมก่อตั้ง Fundstrat Research และประธานบอร์ดของบิทมายน์ เชื่อว่าปัจจัยพื้นฐานของอีเธอเรียมยังคงแข็งแกร่ง พร้อมระบุว่าราคาปัจจุบันเป็น ‘จุดเข้าซื้อที่น่าสนใจ’

ราคาของอีเธอเรียมร่วงจากระดับประมาณ 2,900 ดอลลาร์ เหลือเพียง 2,100 ดอลลาร์ หรือราว 26% ภายในช่วงไม่กี่วันก่อนต้นเดือนกุมภาพันธ์ แม้ว่าจะเริ่มฟื้นตัวเล็กน้อยในช่วงต้นเดือนแต่แรงขายที่ผ่านมายังคงส่งผลให้ภาพรวมตลอดเดือนดูไม่สดใส อย่างไรก็ตาม บิทมายน์ได้เข้าซื้ออีเธอเรียมเพิ่มอีก 41,788 ETH ภายในสัปดาห์เดียวที่ผ่านมา ตอกย้ำแนวทางการลงทุนเชิงรุกแม้ในช่วงตลาดขาลง

ทอม ลี ให้ความเห็นว่า ราคาในตลาดยังไม่สะท้อน ‘ศักยภาพในการใช้งาน’ และบทบาทของอีเธอเรียมในฐานะโครงสร้างพื้นฐานทางการเงินอย่างแท้จริง โดยชี้ว่าพื้นฐานของเครือข่ายอีเธอเรียมกลับแข็งแรงขึ้นด้วยซ้ำ ทั้งนี้ จำนวนกระเป๋าเงินที่เคลื่อนไหวต่อวันทะลุ 1 ล้านราย และปริมาณธุรกรรมต่อวันก็แตะระดับสูงสุดที่ 2.5 ล้านรายการ สะท้อนภาพของการใช้งานที่เติบโตต่อเนื่อง

สำหรับข้อมูล ณ วันที่ 2 กุมภาพันธ์ บิทมายน์เปิดเผยว่าบริษัทถือครองทรัพย์สินรวมมูลค่า 10.7 พันล้านดอลลาร์ โดยในจำนวนนั้นมีอีเธอเรียมอยู่กว่า 4.2 ล้านเหรียญ แถมยังมีบิตคอยน์ 193 เหรียญ, หุ้นในบริษัท ‘Beast Industry’ ซึ่งเป็นของครีเอเตอร์ชื่อดัง มิสเตอร์บีสต์(MrBeast) มูลค่า 200 ล้านดอลลาร์ รวมถึงการลงทุนในสินทรัพย์อื่น ๆ และเงินสดรวมอีก 586 ล้านดอลลาร์

สิ่งที่น่าสนใจคือ อีเธอเรียมที่บิทมายน์ถืออยู่จำนวน 2.89 ล้านเหรียญถูกนำไป ‘สเตก’ เพื่อรับผลตอบแทนแบบพาสซีฟ โดยสัปดาห์ที่ผ่านมามียอดการสเตกเพิ่มขึ้นถึง 888,192 ETH ด้านผลตอบแทนจากสเตกอยู่ที่ประมาณ 2.81% ต่อปี ขณะที่เงินสดที่ถืออยู่สร้างรายได้ผ่านอัตราดอกเบี้ยระยะสั้นที่ 3.5–3.9%

บริษัทระบุว่าโครงสร้างการลงทุนแบบ ‘ไม่มีการก่อหนี้’ ทำให้ไม่ต้องกังวลต่อแรงกดดันการขายจากภาระดอกเบี้ยหรือการบังคับขายหากตลาดผันผวน ทอม ลี กล่าวเสริมว่า “การไม่มีสัญญาเงินกู้หรือข้อผูกพันใด ๆ ทำให้บิทมายน์สามารถถือสินทรัพย์ระยะยาวได้อย่างอิสระ”

บิทมายน์ยังเปิดเผยแผนการร่วมมือกับผู้ให้บริการสเตกอีก 3 ราย และเตรียมเปิดตัวเครือข่าย ‘MAVAN Validator’ แบบเชิงพาณิชย์ภายในปี 2026 ขณะที่ปริมาณการสเตกสะสมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่สิ้นปี 2025

แม้ราคาอีเธอเรียมจะลดลงอย่างรุนแรงภายในเวลาอันสั้น แต่นักลงทุนสถาบันอย่างบิทมายน์ยังคงยึดมั่นในกลยุทธ์การถือระยะยาว โดยบริษัทแสดงความเชื่อมั่นว่าโครงสร้างพื้นฐานที่แข็งแกร่ง และการเติบโตของเครือข่ายจะเป็นตัวขับเคลื่อน ‘มูลค่าในระยะยาว’ ให้กับ ETH มากกว่าราคาในตลาดช่วงสั้น ๆ นี่จึงเป็นตัวอย่างของการลงทุนที่ให้น้ำหนักกับพื้นฐานมากกว่าความผันผวนในระยะสั้นอย่างแท้จริง

<ลิขสิทธิ์ ⓒ TokenPost ห้ามเผยแพร่หรือแจกจ่ายซ้ำโดยไม่ได้รับอนุญาต>

บทความที่มีคนดูมากที่สุด

บทความที่เกี่ยวข้อง

ความคิดเห็น 0

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม

0/1000

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม
1