บิทไมน์(Bitmile) กลายเป็นบริษัทที่ถือครองอีเธอเรียม(ETH) มากที่สุดในโลก ด้วยจำนวนมากกว่า 4.28 ล้านเหรียญ คิดเป็นประมาณ 3.55% ของอุปทานอีเธอเรียมทั้งหมด ส่งผลให้บิทไมน์กลายเป็นผู้ถือครอง ETH ระดับองค์กรรายใหญ่ที่สุดในปัจจุบัน
เมื่อวันที่ 2 (เวลาท้องถิ่น) บิทไมน์เปิดเผยว่าจำนวนทรัพย์สินรวมของบริษัท ณ เดือนกุมภาพันธ์ 2026 รวมถึงสินทรัพย์ดิจิทัล, เงินสด และการลงทุนเชิงกลยุทธ์ หรือที่เรียกว่าโครงการ "Moonshot" มีมูลค่ารวมราว 10.7 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 1.55 ล้านล้านวอน โดยเฉพาะอีเธอเรียมคิดเป็น 4,285,125 เหรียญ ซึ่งมีมูลค่าสูงถึง 9.92 พันล้านดอลลาร์ หรือราว 1.44 ล้านล้านวอน นอกจากนี้ บริษัทยังถือครองบิตคอยน์(BTC) จำนวน 193 เหรียญ เงินสดอีกกว่า 5.86 หมื่นล้านวอน และการลงทุนในบริษัทต่าง ๆ เช่น บีสต์ อินดัสทรี(Beast Industries) และ เอทโค่ โฮลดิงส์(Eightco Holdings)
ทางบิทไมน์ระบุว่ามีเป้าหมายถือครองอีเธอเรียม 5% ของอุปทานทั้งหมดในระยะยาว โดยใช้ข้อความว่า ‘Alchemy of 5%’ หรือ “ศาสตร์แห่ง 5%” เพื่อเน้นกลยุทธ์ดังกล่าว ซึ่งจากจำนวนที่ถือครองในปัจจุบันถือว่าได้บรรลุเป้าหมายไปแล้วกว่า 70%
การลงทุนของบิทไมน์ยังขยายไปสู่การสเตกอีเธอเรียมอย่างจริงจัง โดยเมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ บริษัทแจ้งว่าสเตก ETH ไปแล้วจำนวน 2,897,459 เหรียญ คิดเป็นมูลค่าประมาณ 6.7 พันล้านดอลลาร์ หรือราว 9.73 ล้านล้านวอน เพิ่มขึ้นถึง 880,000 เหรียญภายในสัปดาห์เดียว สะท้อนถึงความตั้งใจในการขยายการสเตกอย่างต่อเนื่อง
ทอม ลี(Tom Lee) ประธานของบิทไมน์ ระบุว่าบริษัทเป็น ‘องค์กรที่สเตกอีเธอเรียมมากที่สุดในโลก’ ในขณะนี้ โดยอ้างอิงอัตราผลตอบแทนแบบผสมของการสเตกอีเธอเรียม (CESR) ที่ 2.81% ทำให้คาดว่าจะสร้างรายได้ปีละราว 374 ล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 5.43 หมื่นล้านวอน เทียบได้กับรายได้เฉลี่ยวันละ 1 ล้านดอลลาร์ หรือราว 14.5 พันล้านวอน
บิทไมน์ยังเผยแผนสร้างระบบโครงสร้างพื้นฐานสำหรับการสเตกที่ชื่อว่า ‘เครือข่ายผู้ตรวจสอบเมดอินอเมริกา’ หรือ MAVAN ซึ่งจะเปิดตัวภายในปีนี้ โดยบริษัทสเตกสายพันธมิตรหลายรายเริ่มเข้าร่วมโครงการแล้ว
แม้ราคาของอีเธอเรียมจะร่วงจากระดับ 3,000 ดอลลาร์ สู่ 2,300 ดอลลาร์ ทอม ลีกล่าวว่าปัจจัยพื้นฐาน ‘แข็งแกร่งขึ้น’ ไม่ได้อ่อนแอลงแต่อย่างใด โดยในปี 2026 นี้ จำนวนธุรกรรมต่อวันของอีเธอเรียมพุ่งแตะระดับสูงสุดที่ 2.5 ล้านรายการ และจำนวนกระเป๋าเงินที่เปิดใช้งานเฉลี่ยต่อวันแตะเกือบ 1 ล้านใบ
เขายังกล่าวอีกว่า “การร่วงของราคานั้น เกิดจากปัจจัยภายนอก เช่น การลดเลเวอร์เรจ หรือการเร่งขึ้นของราคาทองคำและเงิน มากกว่าที่จะเกิดจากปัจจัยพื้นฐานของเครือข่าย” นอกจากนี้ ภายในหนึ่งสัปดาห์ที่ผ่านมา บิทไมน์ยังได้เพิ่มการซื้อ ETH อีก 41,788 เหรียญ สะท้อนว่าบริษัทมองว่านี่คือ ‘โอกาสเข้าซื้ออันน่าสนใจ’
ในด้านการลงทุน บิทไมน์เป็นหนึ่งในหุ้นที่มีการซื้อขายหนาแน่นที่สุดในตลาดหุ้นสหรัฐ โดยมีมูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยในช่วง 5 วันที่ผ่านมาอยู่ที่ 1.1 พันล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 1.59 ล้านล้านวอน สะท้อนถึง ‘สภาพคล่องสูง’ และ ‘ความเชื่อมั่นจากนักลงทุน’
นักลงทุนสถาบันที่ร่วมทุนกับบิทไมน์มีรายชื่อที่โดดเด่น ไม่ว่าจะเป็นอาร์ก อินเวสต์ของแคธี วูด(Cathie Wood), กองทุนฟาวเดอร์ส ฟันด์(Founders Fund), บิล มิลเลอร์ 3(Bill Miller III), พันเทอรา(Pantera), คราเคน(Kraken), ดิจิทัล เคอร์เรนซี กรุ๊ป(DCG) และแกแล็กซีดิจิทัล(Galaxy Digital) รวมทั้งทอม ลีเองก็เป็นผู้ลงทุนรายหนึ่งในบริษัทนี้ด้วย
ด้วยสถานะสภาพคล่องที่แข็งแกร่ง และแรงสนับสนุนจากนักลงทุนสถาบันที่มั่นคง บิทไมน์จึงเดินหน้าสู่การเป็นผู้ถือครองอีเธอเรียมรายใหญ่ที่สุดของโลก และมีความคืบหน้าอย่างต่อเนื่องในการบรรลุเป้าหมายการถือครอง 5% ของอุปทาน ETH ทั้งตลาด
ความคิดเห็น 0