แม้ตลาดคริปโตจะเผชิญภาวะซบเซาและราคาหุ้นที่เกี่ยวข้องกับคริปโตปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่อง แต่แคธี วูด(Cathie Wood) และบริษัทจัดการลงทุน อาร์คอินเวสต์ (Ark Invest) ยังคงเดินหน้าซื้อหุ้นในบริษัทเกี่ยวกับคริปโตอย่างมั่นใจ โดยในสัปดาห์ที่ผ่านมา อาร์คอินเวสต์ทุ่มซื้อหุ้นกว่า 24.8 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 860 ล้านบาท) ซึ่งถือเป็นการ *“สวนกระแส”* อีกครั้ง ท่ามกลางบรรยากาศการลงทุนที่ไม่เอื้ออำนวย
จากรายงานธุรกรรมล่าสุด อาร์คอินเวสต์ได้ซื้อหุ้นของโรบินฮูด(Robinhood), เซอร์เคิล(Circle), บล็อก(SQ), บิทไมนด์ อีเมอร์ชัน เทคโนโลยีส์, คอยน์เบส(COIN) และบูลลิช ซึ่งล้วนเป็นบริษัทที่มีการเกี่ยวข้องโดยตรงกับตลาดสินทรัพย์ดิจิทัล การเข้าซื้อดังกล่าวกระจุกตัวอยู่ในกองทุนหลักของบริษัท ได้แก่ ‘อาร์ค อินโนเวชัน ETF (ARKK)’ และ ‘อาร์ค บล็อกเชน&ฟินเทค ETF (ARKF)’ รวมถึงมีการเพิ่มส่วนใน ‘เน็กซ์ เจเนอเรชัน อินเทอร์เน็ต ETF (ARKW)’ ด้วย
การลงทุนครั้งนี้ มีหุ้น *โรบินฮูด* เป็นสัดส่วนมากที่สุด โดยอาร์คฯ เข้าซื้อถึง 235,077 หุ้น เป็นมูลค่าราว 21.1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 730 ล้านบาท) ขณะเดียวกัน ยังซื้อหุ้นบิทไมนด์กว่า 274,000 หุ้น คิดเป็นมูลค่ากว่า 6.2 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เซอร์เคิล 13.7 ล้านดอลลาร์สหรัฐ บูลลิช 8.7 ล้านดอลลาร์สหรัฐ บล็อก 2.8 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และคอยน์เบสประมาณ 1.8 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
การเคลื่อนไหวของอาร์คฯ เกิดขึ้นในช่วงที่ตลาดคริปโตกำลังเผชิญแรงกดดัน โดยราคาหุ้นของโรบินฮูดและเซอร์เคิลร่วงแรงในช่วงต้นสัปดาห์ 10% และ 8% ตามลำดับ หุ้นของบิทไมนด์และบูลลิชก็ลดลงกว่า 9% และ 4% เช่นเดียวกับคอยน์เบส และบริษัทคริปโตชั้นนำอื่นๆ อย่าง Strategy, เมตาแพลนเน็ต และกาแลกซีดิจิทัล ต่างอยู่ในทิศทางขาลงเช่นกัน
ขณะที่ราคาของบิตคอยน์(BTC) ก็ร่วงลงมากกว่า 37% จากจุดสูงสุดเมื่อเดือนตุลาคม 2025 และในเดือนกุมภาพันธ์ 2026 ราคาต่ำกว่า 80,000 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 2.97 ล้านบาท) เป็นครั้งแรก ส่งผลให้ความเชื่อมั่นของนักลงทุนลดลงอย่างเห็นได้ชัด
นอกจากนี้ ปริมาณธุรกรรมในตลาดก็หดตัวลงอย่างมีนัยสำคัญ โดยยอดซื้อขายบนตลาดแลกเปลี่ยนคริปโตแบบศูนย์กลาง ร่วงจากกว่า 2 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐในเดือนตุลาคม 2025 เหลือเพียง 1 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐในปลายเดือนมกราคมที่ผ่านมา ส่งผลให้หุ้นของบริษัทคริปโตที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์เผชิญแรงขายเช่นกัน โดยเฉพาะ *คอยน์เบส* ที่ราคาหุ้นร่วงกว่า 40% ภายใน 6 เดือน *บูลลิช* ลดลงถึง 57% ขณะที่ *โรบินฮูด* เองก็ลดลง 16% จากระดับสูงสุด
อย่างไรก็ตาม นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่อาร์คอินเวสต์เข้าซื้อในช่วงตลาดปรับฐาน ย้อนกลับไปเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2025 บริษัทได้ซื้อหุ้นคริปโตในมูลค่ากว่า 42 ล้านดอลลาร์สหรัฐ แม้ตลาดหุ้นในขณะนั้นจะร่วงลงกว่า 9.6% นอกจากนี้ ยังมีการเพิ่มการลงทุนใน *ARK 21Shares Bitcoin ETF* ซึ่งเป็นกองทุน ETF บิตคอยน์แบบสปอตของบริษัทมาอย่างต่อเนื่อง
ความเคลื่อนไหวของอาร์คฯ สะท้อนทัศนคติการลงทุนในระยะยาว โดยไม่หวังผลกำไรในระยะสั้นแต่เลือกชิงความได้เปรียบจากการเติบโตเชิงโครงสร้างในอนาคต ล่าสุดในรายงาน *Big Ideas 2026* บริษัทคาดการณ์ว่าตลาดคริปโตจะมีมูลค่ารวมสูงถึง 28 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 1,016 ล้านล้านบาท) ภายในปี 2030 และบิตคอยน์จะมีส่วนครองตลาดได้ถึง 70% ของมูลค่ารวม
แคธี วูด ยืนยันว่าการกระจายการลงทุนในหุ้นบริษัทอย่างคอยน์เบส, โรบินฮูด, เซอร์เคิล และบล็อก คือการวาง ‘เงินระยะยาว’ เพื่อเตรียมรับมือกับการเปลี่ยนผ่านของโครงสร้างระบบการเงินโลกในการรวมตัวกับเทคโนโลยีบล็อกเชน ซึ่งสะท้อนถึงวิสัยทัศน์ที่มองขาดและความเชื่อมั่นใน *ศักยภาพของสินทรัพย์ดิจิทัล* อย่างแท้จริง
ความคิดเห็น 0