ระบบ Base ซึ่งเป็นเครือข่ายเลเยอร์ 2 ของอีเธอเรียมที่ได้รับการสนับสนุนโดย Coinbase ได้จัดการกับปัญหาการหน่วงและการสูญหายของธุรกรรมได้เรียบร้อยแล้ว หลังจากเกิดเหตุการณ์ความล่าช้าในการประมวลผลเมื่อวันที่ 31 มกราคม เนื่องจากข้อผิดพลาดของระบบระหว่างการเปลี่ยนแปลงวิธีการกระจายธุรกรรม แม้ปัจจุบันเครือข่ายกลับมามีเสถียรภาพแล้ว แต่ Base ยังเตือนว่าความล่าช้าเล็กน้อยอาจเกิดขึ้นอีกหากเกิดความแออัดของเครือข่ายในระยะสั้น
เหตุการณ์ครั้งนี้เริ่มต้นขึ้นเมื่อผู้ใช้บางรายพบว่าธุรกรรมของตนถูกดำเนินการล่าช้าหรือไม่ได้รับการดำเนินการเลย โดยมีต้นเหตุมาจากการปรับเปลี่ยนโครงสร้างเพื่อตอบสนองต่อค่าธรรมเนียมที่พุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็วจากความหนาแน่นของเครือข่าย แต่กลับสร้าง ‘วงจรย้อนกลับ’ ซึ่งส่งผลให้ตัวสร้างบล็อกเรียกใช้ธุรกรรมที่ไม่สามารถรันได้ซ้ำๆ จนทำให้ระบบเกิดประสิทธิภาพลดลงอย่างรุนแรง
จากคำชี้แจงของทีมพัฒนา Base การแก้ไขค่าการตั้งค่าในการกระจายธุรกรรมได้ทำให้ตัวระบบเกิดข้อผิดพลาดในการคัดกรองธุรกรรม ส่งผลให้บางธุรกรรมไม่ถูกใส่ลงในบล็อกอย่างเหมาะสม โดยเฉพาะช่วงค่าธรรมเนียมที่ผันผวน ซึ่งปัญหานี้เริ่มเบาบางหลังจาก Base ย้อนกลับการตั้งค่าและคืนการทำงานระบบสู่สถานะปกติ
Base กล่าวว่าหลังจากการปรับคืนค่านั้น ธุรกรรมกลับมาถูกดำเนินการตามปกติ และเครือข่ายโดยรวมมีความเสถียร อย่างไรก็ตาม บริษัทวางแผนจะดำเนินการ ‘วิเคราะห์รากเหง้าของปัญหา (Root Cause Analysis)’ อย่างละเอียด พร้อมเชิญชวนให้ภาคส่วนต่างๆ ติดตามรายงานสรุปเหตุการณ์ (Postmortem) ที่จะเผยแพร่ในไม่ช้านี้
กรณีนี้สะท้อนข้อจำกัดของโครงสร้างเลเยอร์ 2 เมื่อเผชิญกับปริมาณการใช้งานที่เพิ่มขึ้นอย่างฉับพลัน โดย Base ยืนยันว่าจะอัปเกรดระบบอย่างรอบด้านเพื่อป้องกันไม่ให้เหตุการณ์ลักษณะเดียวกันเกิดขึ้นอีก
ในช่วงเดือนถัดไป Base มีแผนดำเนินการปรับปรุงหลายด้าน ได้แก่ การลบโครงสร้าง P2P ที่ไม่จำเป็นออกจากระบบทางเดินของธุรกรรม การปรับรูปแบบคิวหน่วยความจำ (mempool) เพื่อให้สามารถบรรจุธุรกรรมได้แม้อยู่ในภาวะความแออัด และการเสริมระบบแจ้งเตือนเพื่อให้สามารถตรวจจับปัญหาได้อย่างรวดเร็ว
นอกจากนี้ Base ยังแนะนำให้ผู้ใช้และนักพัฒนาเข้าตรวจสอบสถานะเครือข่ายผ่านหน้าข้อมูลอย่างเป็นทางการ พร้อมเน้นว่าสิ่งสำคัญคือการรักษาความเชื่อมั่นของผู้ใช้อย่างต่อเนื่องในกระบวนการขยายการใช้งานของระบบเลเยอร์ 2
ความคิดเห็น 0