**หนุ่มชาวไต้หวันวัย 24 ปี โดนตัดสินจำคุก 30 ปี ฐานบริหารแพลตฟอร์มค้ายาใน "ดาร์กเว็บ" มูลค่ากว่า 3 พันล้านบาท**
เมื่อวันที่ 24 ตามเวลาท้องถิ่น กระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ ประกาศคำพิพากษาจำคุก 30 ปีต่อ หลินรุ่ยเซียง (Rui-Siang Lin) หนุ่มวัย 24 ปีจากไต้หวัน ผู้ต้องหาในคดีบริหาร *Incognito Market* แพลตฟอร์มซื้อขายยาเสพติดผ่าน ‘ดาร์กเว็บ’ ที่รองรับระบบชำระเงินด้วยคริปโตเคอร์เรนซี โดยสร้างมูลค่าการค้ารวมกว่า 105 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 3,000 ล้านบาทในช่วงปี 2020 - 2024 ซึ่งถือเป็นหนึ่งในคดียาเสพติดที่เลวร้ายที่สุดในประวัติการดำรงตำแหน่ง 27 ปีของผู้พิพากษาคอลลีน แม็กมาฮอน แห่งศาลแขวงเขตใต้รัฐนิวยอร์ก
*แพลตฟอร์มรับบิตคอยน์(BTC) และโมเนโร(XMR) พร้อมเก็บส่วนแบ่งธุรกรรม 5% ต่อดีล*
*Incognito Market* ออกแบบระบบชำระเงินภายในเองในชื่อ ‘Incognito Bank’ ซึ่งอำนวยให้ผู้ใช้งานสามารถทำธุรกรรมซื้อขายยาโดยไม่ระบุตัวตน โดยมีการเก็บค่าธรรมเนียม 5% จากทุกรายการ ซึ่งถือเป็นรายได้หลักของหลิน โดยตัวเลขล่าสุดชี้ว่าเขาทำรายได้กว่า 6 ล้านดอลลาร์ หรือราว 87 ล้านบาทจากค่าธรรมเนียมเหล่านี้เพียงอย่างเดียว
จากข้อมูลการสืบสวน พบว่าแพลตฟอร์มมีผู้ใช้กว่า 400,000 ราย และมีรายการธุรกรรมรวมถึง 640,000 รายการ รายการสินค้าที่จำหน่ายรวมถึงยาโคเคน ยาไอซ์มากกว่า 1,000 กิโลกรัม และยาเม็ดที่ผสมสารเฟนทานิล ซึ่งเชื่อมโยงกับกรณีการเสียชีวิตจากการใช้ยาเกินขนาดอย่างน้อย 1 ราย
*ปิดเว็บแบบ “แจ๊กพอต” พร้อมขู่ผู้ค้าว่าจะเผยรายชื่อ*
อย่างไรก็ดี ในเดือนมีนาคม 2024 หลินได้ตัดสินใจปิด *Incognito Market* แบบฉาบฉวยในลักษณะ ‘เอ็กซิทแสกม’ (exit scam) พาผู้ใช้สูญเงินรวมกว่า 1 ล้านดอลลาร์หรือประมาณ 14.6 ล้านบาท โดยเขายังติดต่อผู้ค้าบนแพลตฟอร์มเพื่อเรียกร้อง “ค่าปิดปาก” ตั้งแต่ 100 ถึง 20,000 ดอลลาร์ต่อราย ไม่อย่างนั้นจะเปิดเผยข้อมูลประวัติธุรกรรมของแต่ละคน
การตรวจสอบยังพบอีกว่า ในขณะที่แพลตฟอร์มโปรโมตจุดแข็งในด้านความปลอดภัย เช่น การเข้ารหัสข้อความหรือระบบลบข้อความอัตโนมัติ แต่ในทางปฏิบัติคุณสมบัติดังกล่าวไม่เคยถูกใช้งานจริง
*ใช้ชื่อปลอมบนเว็บแต่พลาดเพราะลงทะเบียนด้วยข้อมูลจริง*
หลินใช้ชื่อแฝงว่า ‘Pharoah’ ในการดำเนินแพลตฟอร์ม แต่กลับพลาดอย่างไม่น่าเชื่อเมื่อใช้ชื่อจริง หมายเลขโทรศัพท์ และที่อยู่จริงในการจดทะเบียนโดเมน รวมถึงเชื่อมบัญชีคริปโตที่ผ่านการยืนยันตัวตนเข้ากับแพลตฟอร์ม
ข้อมูลจากการสืบสวนระบุว่า เขาเก็บแผนผังการดำเนินงานไว้ในบัญชี Gmail ส่วนตัว และใช้งาน GitHub โดยไม่ได้ซ่อนตัวตนใด ๆ นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ยังตามรอยเส้นทางของบิตคอยน์ที่ถูกแลกเป็นโมเนโร และในที่สุดถูกฝากเข้าสู่บัญชีในชื่อของเขาเองภายในแพลตฟอร์ม Centralized Exchange (CEX)
เจ้าหน้าที่สามารถจับกุมหลินได้ที่สนามบิน JFK ในนครนิวยอร์กระหว่างทางเดินทางต่อเครื่องไปยังสิงคโปร์เมื่อเดือนพฤษภาคม 2024 โดยการจับกุมในครั้งนี้เป็นผลจากความร่วมมือของหน่วยงานถึง 6 ส่วนในสหรัฐฯ ได้แก่ FBI, HSI, DEA, FDA OCI, NYPD และ CBP
*คำพูดที่สะเทือนใจจากเจ้าหน้าที่ DEA*
แฟรงก์ ตาเรนติโน ผู้อำนวยการสำนักงานปราบปรามยาเสพติดแห่งนิวยอร์กระบุว่า “การที่หลินเลือกผลกำไรจากความตายของผู้คน ถือเป็นพฤติกรรมที่โหดร้าย ไร้มนุษยธรรม และไม่สามารถให้อภัยได้”
*โทษจำคุกลำดับสองรองจาก Silk Road*
โทษจำคุก 30 ปีของหลินถือเป็นคำตัดสินที่หนักที่สุดลำดับสองจากคดีในลักษณะเดียวกัน รองจากการจำคุกตลอดชีวิตของ รอส อุลบริชต์ อดีตผู้บริหารแพลตฟอร์ม *Silk Road* ซึ่งทรัมป์ได้ประกาศการนิรโทษกรรมให้เมื่อเดือนมกราคม 2025
แม้ว่ากระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ ได้ยกเลิกหน่วยเฉพาะกิจ NCET ซึ่งเคยมุ่งเน้นสอบสวนเฉพาะตลาดแลกเปลี่ยน, มิกเซอร์ และกระเป๋าสตางค์ดิจิทัลเมื่อเมษายนปีที่แล้ว แต่คดีที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติดและการก่อการร้ายก็ยังถือเป็น ‘ความสำคัญสูงสุดในการสอบสวน’
*ความคิดเห็น: คดีนี้เน้นย้ำว่า ‘บล็อกเชน’ และ ‘คริปโต’ ไม่ใช่เกราะป้องกันต่อกฎหมาย*
ความคิดเห็น 0