ซีเอ็มอีกรุ๊ป (CME Group) หนึ่งในตลาดซื้อขายล่วงหน้ารายใหญ่ที่สุดของสหรัฐ กำลังพิจารณาความเป็นไปได้ในการออกโทเคนดิจิทัลของตนเอง โดยประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เทอร์รี ดัฟฟี(Terry Duffy) เปิดเผยเมื่อเร็ว ๆ นี้ว่า ทางบริษัทกำลังประเมินเครื่องมือต่าง ๆ ในโลกดิจิทัล รวมถึง ‘โทเคนของซีเอ็มอี’ เพื่อขับเคลื่อนยุทธศาสตร์การขยายการใช้สินทรัพย์ที่มีการโทเคนเป็นหลักประกัน
ดัฟฟีกล่าวว่า การออกโทเคนดังกล่าวจะไม่จำกัดอยู่แค่รูปแบบ ‘เงินโทเคน’ แต่ตั้งเป้าจะสร้างระบบการชำระเงินและหลักประกันที่ครอบคลุมมากขึ้น โดยจะอนุญาตให้ภาคเอกชนภายนอกตลาดได้ใช้งานบนเครือข่ายแบบกระจายศูนย์ “ความเหมาะสมของการใช้โทเคนเป็นมาร์จิ้น ขึ้นอยู่กับว่าใครเป็นผู้ออก และระดับความเสี่ยงของสินทรัพย์นั้น ๆ” ดัฟฟีอธิบาย พร้อมเสริมว่าสินทรัพย์จากสถาบันการเงินที่มีสถานะสำคัญทางระบบ อาจได้รับการพิจารณาในแง่บวกมากกว่า
ในครึ่งหลังของปีนี้ ซีเอ็มอีวางแผนเปิดโครงการนำร่องเกี่ยวกับ ‘เงินโทเคน’ ร่วมกับกูเกิล โดยมีธนาคารทำหน้าที่เป็นตัวกลางการชำระเงิน โดยมีเป้าหมายเพื่อสร้างเครื่องมือชำระเงินที่ ‘ได้รับการกำกับดูแลและมีหลักประกัน’ แตกต่างจากคริปโทเคอร์เรนซีทั่วไปซึ่งมีความเสี่ยงจากการเก็งกำไรสูง
ความเคลื่อนไหวนี้เกิดขึ้นในช่วงที่ ซีเอ็มอียังเดินหน้าเสริมความแข็งแกร่งในตลาดคริปโต โดยปัจจุบันมูลค่าซื้อขายเฉลี่ยรายวันของบิตคอยน์(BTC) และอีเธอเรียม(ETH) แบบไมโครฟิวเจอร์ อยู่ที่ราว 12,000 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 4.4 แสนล้านบาท) นอกจากนี้ยังเตรียมเปิดตัวฟิวเจอร์สใหม่ที่อ้างอิงจากเหรียญเอ이다(ADA), เชนลิงค์(LINK), และสเตลลาร์(XLM) อีกด้วย พร้อมผลักดันสู่รูปแบบการซื้อขายคริปโตฟิวเจอร์สแบบ 24 ชั่วโมง
ความพยายามของซีเอ็มอีในการผลักดัน ‘การโทเคน’ ถือเป็นสัญญาณสำคัญของความร่วมมือระหว่างวงการการเงินดั้งเดิมและเทคโนโลยีบล็อกเชน อย่างไรก็ตาม หากซีเอ็มอีออกเหรียญของตนเองจริง ประเด็นเรื่องการควบคุมความเสี่ยงและการกำกับดูแลจะกลายเป็นโจทย์สำคัญที่ต้องตอบให้ได้
ความคิดเห็น 0