วิตาลิก บูเตอริน เตือนการขยายตัวของอีเธอเรียม(ETH) อาจสะดุด หากวงการยังเน้นสร้าง ‘โปรเจกต์เลเยอร์ 2 ที่ลอกกันมา’ มากกว่าพัฒนาโครงสร้างใหม่อย่างแท้จริง เขาระบุว่า หลายโปรเจกต์ใหม่ในระบบนิเวศปัจจุบันพึ่งพาเพียงการทำให้รองรับเครื่องเสมือนของอีเธอเรียม (EVM) โดยไม่มีนวัตกรรมใด ๆ และสิ่งนี้กำลังกลายเป็นอุปสรรคต่อการเติบโตในระยะยาว
เมื่อวันที่ 5 (เวลาท้องถิ่น) บูเตอรินโพสต์ผ่าน X (ชื่อเดิม Twitter) ว่า โครงการ L2 หลายแห่งถูกสร้างขึ้นเพราะ ‘ความคุ้นเคยและความสะดวกสบาย’ โดยไม่มีความพยายามทางเทคนิคที่แท้จริง และรูปแบบซ้ำเดิมนี้กำลัง ‘ทำให้จินตนาการหมดไป และล่าช้าในการพัฒนา’
เขายังวิจารณ์อย่างเฉียบคมต่อโปรเจกต์ L2 ที่เสมือนแค่ ‘สร้าง EVM เชนอีกอัน แล้วติดบริดจ์แบบ Optimistic ที่ดีเลย์ 1 สัปดาห์’ โดยเปรียบเทียบว่าคล้ายกับยุคที่มี DAO ที่แค่ฟอร์คจากคอมพาวด์(Compound) และไม่ได้สร้างสิ่งใหม่จริง ๆ
บูเตอรินระบุว่า โปรเจกต์เลเยอร์ 2 ที่ไม่มีบริดจ์เชื่อมต่อกับอีเธอเรียมแม้แต่น้อย ถือว่า ‘ยิ่งแย่’ และเชนที่ไม่มีความจำเป็นต่ออีเธอเรียม ควรหยุดพัฒนาได้แล้ว
เขาย้ำว่า ขณะนี้อีเธอเรียมเมนเนตยังคงขยายตัวได้ในตัวเอง และคาดว่าจะสามารถเพิ่มพื้นที่บล็อก EVM ไปจนถึงปี 2026 อย่างไรก็ตาม โปรเจกต์พิเศษบางประเภท เช่น แอปพลิเคชันด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่ต้องการเวลาแฝงต่ำอาจจำเป็นต้องมีโครงสร้างแยกต่างหาก แต่ถึงอย่างนั้น ‘จะต้องไม่ใช่แค่การลอกโครงสร้างเก่า แต่เป็นสถาปัตยกรรมใหม่โดยสิ้นเชิง’
จุดยืนล่าสุดของบูเตอรินยังสะท้อนความเห็นเดิมที่เขาเคยแสดงออกว่า เลเยอร์ 2 หลายแห่งในปัจจุบันไม่เชื่อมโยงกับแก่นแท้ของอีเธอเรียม โดยเน้นเพียงภาพลักษณ์ทางการตลาดและความเป็น ‘แบรนด์เฉพาะ’ เท่านั้น และกลายเป็นโครงการที่ขาดแกนเทคโนโลยี
“หากค่าธรรมเนียมเมนเนตยังถูกลงเรื่อย ๆ และก๊าซลิมิตเพิ่มสูงขึ้น ก็ไม่มีความจำเป็นที่ทุกแอปจะต้องมี L2 ของตัวเอง” บูเตอรินกล่าว พร้อมเสริมว่า โครงการที่มีเพียงเปลือกนอกทางภาพลักษณ์ แต่ไม่มีเนื้อหาทางเทคนิค ไม่ควรถูกจัดว่าเป็นส่วนหนึ่งของจิตวิญญาณแห่งอีเธอเรียม
เขาเสนอโมเดลที่เห็นว่ายัง ‘มีความถูกต้อง’ อยู่ 2 แบบ ได้แก่
1) ‘เชนเฉพาะแอปพลิเคชัน’ ที่บริหารจัดการบัญชีและการชำระเงินบนเมนเนต แต่รันฟังก์ชันอื่นบนโรลอัป เช่น ตลาดทำนายผล
2) ‘L2 แบบสถาบัน’ ที่รัฐบาลหรือองค์กรภาคเอกชนใช้บล็อกเชนสำหรับการเผยแพร่ข้อมูล โดยแลกกับการสูญเสียความเป็นกระจายศูนย์และความเป็นกลาง
เขาระบุว่า “แบบแรกยังนับเป็นอีเธอเรียมแอปพลิเคชันได้ แต่แบบที่สองไม่ใช่อีเธอเรียม และควรพูดออกมาตรง ๆ”
มุมมองของบูเตอรินจุดประกายให้เกิดการถกเถียงครั้งใหม่เกี่ยวกับ ‘นิยามของการขยายระบบ’ ภายในอีเธอเรียม เขามองว่าแค่รองรับ EVM กับบริดจ์แบบ Optimistic ไม่ถือเป็นการขยายตัวที่มีนัยยะสำคัญอีกต่อไป และถึงเวลาแล้วที่วงการจะต้องหันกลับไป ‘พิจารณาเทคโนโลยี ตรรกะพื้นฐาน และอัตลักษณ์ที่แท้จริงของอีเธอเรียม’ อีกครั้ง
*ความคิดเห็น: บูเตอรินส่งสัญญาณชัดเจนว่า ยุคของการแชร์โค้ดซ้ำโดยไร้จินตนาการ กำลังหมดเวลา และผู้เล่นในวงการต้องกลับมาให้คุณค่านวัตกรรมอีกครั้งเพื่อรักษาความยั่งยืนของอีเธอเรียมเอง*
ความคิดเห็น 0