XRP กำลังพยายามฟื้นตัวจากการร่วงลงอย่างหนักและกำลังทดสอบแนวรับที่ระดับ ‘1.29 ดอลลาร์’ โดยมีแนวโน้มทางเทคนิคที่อาจสนับสนุนการกลับขึ้นไปสู่ระดับ ‘2 ดอลลาร์’ อีกครั้ง แม้ราคาจะปรับตัวลงจากความคาดหวังที่สูงขึ้นในรอบการพุ่งขึ้นก่อนหน้านี้ แต่สัญญาณบวกอย่างการลดลงของปริมาณการซื้อขายและการลดลงของภาวะร้อนแรงของตลาดกำลังเพิ่มความมั่นใจให้นักลงทุนบางส่วน
ก่อนหน้านี้ บิตคอยน์(BTC) และอีเธอเรียม(ETH) อาจเป็นตัวดึงดูดความสนใจของตลาด แต่ในกรณีของริปเปิล(XRP) นั้น การพุ่งขึ้นของราคาได้แรงหนุนจากกระแสข่าว ‘การผ่อนคลายกฎระเบียบ’ โดยสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ของสหรัฐ (SEC) และ ‘ข่าวลือการลาออก’ ของแกรี เกนส์เลอร์(Gary Gensler) ประธานคณะกรรมการฯ อย่างไรก็ตามแรงขายทำกำไรหลังจากตลาดร้อนแรงในระยะสั้นทำให้ราคาปรับตัวลงมาแตะระดับ 1.29 ดอลลาร์
ในมุมเทคนิค จุดดังกล่าวตรงกับระดับ Fibonacci 0.382 ซึ่งเป็นระดับที่นักลงทุนสถาบันจำนวนไม่น้อยจับตามองเพื่อเริ่มเข้าซื้อเพิ่มเติม ด้านดัชนี RSI ก็ปรับลดจากเขต ‘ซื้อมากเกินไป’ ที่เหนือระดับ 70 ลงมาอยู่ที่ประมาณ 55 ซึ่งมักเป็นสัญญาณว่า ‘ราคามีโอกาสดีดตัวขึ้นอีกครั้ง’ ความเห็นจากนักวิเคราะห์บางรายระบุว่า "แนวรับนี้ถือเป็นการพักตัวตามแนวโน้มตลาดรอบใหม่ ไม่ใช่การเปลี่ยนทิศโดยสิ้นเชิง"
สำหรับมุมมองในอนาคต ความเป็นไปได้ในการฟื้นตัวของ XRP ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่าง เช่น ความชัดเจนด้านกฎระเบียบ และความเคลื่อนไหวของนักลงทุนสถาบัน ขณะนี้ตลาดกำลังจับตาการพัฒนาโครงการ ‘RLUSD’ ซึ่งเป็นเหรียญเสถียรของเครือข่าย และความเคลื่อนไหวเกี่ยวกับ ‘ETF ของ XRP’ โดยมีบริษัทอย่าง ‘แคนนารี แคปิตอล’ และ ‘บิตไวส์’ ถูกคาดหมายว่าอาจมีบทบาทสำคัญ
ในกรณีที่ราคายืนเหนือ ‘1.25 ดอลลาร์’ ได้ในช่วงหลายวันข้างหน้า ก็อาจส่งสัญญาณเชิงบวกว่าราคาเตรียมทะลุขึ้นไปแตะ ‘1.50 ดอลลาร์’ และหากโมเมนตัมต่อตัว แนวต้านถัดไปจะอยู่ที่ช่วง ‘1.96 ถึง 2.20 ดอลลาร์’ อย่างไรก็ดี หากราคาปิดต่ำกว่า ‘1.10 ดอลลาร์’ ตลาดอาจเผชิญแรงกดดันหนัก ส่งผลให้หลุดแนวรับทั้งหมด และถอยลงไปถึง ‘0.85 ดอลลาร์’ ซึ่งเป็นระดับค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ 200 วัน
ในขณะที่ XRP กำลังชะลอตัว มีแนวโน้มว่าทุนบางส่วนในตลาดได้ไหลเข้าสู่โครงการ DeFi ระดับเลเยอร์ 3 โดยเฉพาะ ‘ลิควิดเชน(LiquidChain)’ ซึ่งกำลังได้รับความสนใจจากนักลงทุนผู้มองหาทางเลือกที่ ‘มีความเสี่ยงสูงแต่ให้ผลตอบแทนสูง’
ลิควิดเชนมีเป้าหมายสร้างโครงสร้างพื้นฐานใหม่ที่สามารถเชื่อมโยงสภาพคล่องจาก ‘อีเธอเรียม(ETH), บิตคอยน์(BTC), และโซลานา(SOL)’ เข้าไว้ด้วยกัน และทำให้สามารถใช้สมาร์ตคอนแทรกต์ได้หลายเครือข่ายโดยไม่ต้องแจกจ่ายใหม่ จุดเด่นอีกประการคือ การไม่ใช้ระบบ ‘การห่อสินทรัพย์ (Wrapping)’ แต่รองรับการชำระธุรกรรมแบบ ‘เรียลไทม์’
จนถึงปัจจุบัน โครงการสามารถระดมทุนล่วงหน้าไปแล้วกว่า ‘529,000 ดอลลาร์’ หรือประมาณ ‘7.7 ล้านบาท’ ด้วยราคาต่อเหรียญที่อยู่ที่เพียง ‘0.01355 ดอลลาร์’ หรือประมาณ ‘20 บาท’ ซึ่งยังต่ำเมื่อเทียบกับโปรเจกต์ใหญ่ระดับเลเยอร์ 1 ทำให้ถูกมองว่าเป็นโอกาสการลงทุนในราคาที่ไม่แพงนัก
อย่างไรก็ตาม ความเสี่ยงยังคงมีอยู่มาก ไม่ว่าจะเป็นความซับซ้อนของระบบ, ความไม่ชัดเจนด้านกฎหมาย หรือความเสี่ยงด้านการฉ้อโกง แต่กลุ่มนักลงทุนบางส่วนยังคงเชื่อว่าลิควิดเชนมีศักยภาพในการเป็น ‘โครงสร้างพื้นฐานใหม่ของดิไฟ’ ในอนาคต
สุดท้ายแล้ว คำถามสำคัญคือ XRP จะสามารถฟื้นกลับขึ้นไปแตะ ‘2 ดอลลาร์’ ได้อีกครั้งหรือไม่ หรือกระแสจะเอียงไปทาง DeFi โครงการใหม่อย่างลิควิดเชน ที่ตอบโจทย์เชิงยูทิลิตี้มากกว่า คำตอบนั้นน่าจะสามารถเห็นได้ชัดขึ้นในช่วงไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า ท่ามกลางความผันผวนของตลาดคริปโตในขณะนี้
ความคิดเห็น 0