แคธี วูด(Cathie Wood) ซีอีโอของอาร์คอินเวสต์ยังคงแสดงจุดยืนลงทุนเชิงรุกแม้ตลาดคริปโตยังเผชิญแรงกดดัน โดยเมื่อวันที่ 24 (เวลาท้องถิ่น) อาร์คอินเวสต์ได้ขายหุ้นของคอยน์เบส(COIN) ครั้งใหญ่อีกครั้ง แต่ในขณะเดียวกันกลับเพิ่มสัดส่วนการถือครองหุ้นของบริษัทแลกเปลี่ยนคริปโตน้องใหม่อย่างบูลลิช(Bullish) ซึ่งสะท้อนกลยุทธ์การจัดพอร์ตที่ค่อนข้างสวนทางกัน
ข้อมูลจากประกาศของอาร์คอินเวสต์ระบุว่า อาร์คทำการขายหุ้นของคอยน์เบสรวมทั้งสิ้น 134,472 หุ้น คิดเป็นมูลค่าประมาณ 22.1 ล้านดอลลาร์ หรือราว 324 ล้านบาท โดยการขายกระจายอยู่ในกองทุน ETF หลักทั้งสาม ได้แก่ ARKK จำนวน 92,737 หุ้น, ARKW จำนวน 32,790 หุ้น และ ARKF จำนวน 8,945 หุ้น
ก่อนหน้านี้เพียง 2 วัน อาร์คก็เพิ่งขายหุ้นคอยน์เบสอีกล็อตหนึ่ง 119,236 หุ้น รวมมูลค่าประมาณ 17.4 ล้านดอลลาร์ หรือราว 255 ล้านบาท โดยเป็นการขายคอยน์เบสครั้งแรกของปีนี้ และถือเป็นการลดสัดส่วนครั้งใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่เดือนสิงหาคมที่ผ่านมา ความเคลื่อนไหวนี้แสดงให้เห็นว่าอาร์คเริ่มเข้าสู่ระยะ ‘ลดความเสี่ยง’ ต่อหุ้นที่เกี่ยวข้องกับคริปโตมากขึ้น
แม้ราคาหุ้นคอยน์เบสจะปิดตลาดวันที่ 24 ที่ราว 165 ดอลลาร์/หุ้น เพิ่มขึ้นถึง 13% จากวันก่อนหน้า แต่หากมองภาพรวมตั้งแต่ต้นปี ราคายังลดลงมากกว่า 26% ซึ่งนักวิเคราะห์ส่วนหนึ่งเห็นว่า การชะลอตัวของตลาดคริปโตและปริมาณการซื้อขายที่ตกต่ำ ยังคงกดดันต่อผลประกอบการของคอยน์เบส
ขณะเดียวกัน อาร์คกลับเข้าซื้อหุ้นของบูลลิช(Bullish) อย่างต่อเนื่อง โดยในวันเดียวกันได้ซื้อรวม 393,057 หุ้น สามกองทุนหลักคือ ARKK, ARKW และ ARKF เข้ามาถือรวมมูลค่ากว่า 10.7 ล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 157 ล้านบาท แม้ราคาหุ้นบูลลิชในวันนั้นจะพุ่ง 10% ไปอยู่ที่ราว 27 ดอลลาร์/หุ้น แต่ตั้งแต่ต้นปีมาหุ้นยังคงติดลบกว่า 27%
บูลลิชเพิ่งรายงานผลขาดทุนในไตรมาส 4 ปีที่ผ่านมา ที่ 563.6 ล้านดอลลาร์ (ราว 8,265 ล้านบาท) เทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อนที่มีกำไร 158.5 ล้านดอลลาร์ (ราว 2,322 ล้านบาท) อย่างไรก็ตาม ‘ความคิดเห็น’ จากหลายฝ่ายมองว่า อาร์คอาจกำลังเดิมพันกับโอกาสฟื้นตัวในอนาคตของบูลลิช ท่ามกลางการแข่งขันในโลกของแพลตฟอร์มซื้อขายคริปโต
นอกจากนี้ อาร์คยังได้ปรับพอร์ต ETF โดยเข้าซื้อหุ้นของบริษัทเทคโนโลยีและเฮลธ์แคร์ เช่น อัลฟาเบต(Alphabet), รีเคอร์ชัน ฟาร์มาซูติคอล และเท็มเปอร์ส AI ขณะเดียวกันก็ลดน้ำหนักหุ้นอย่างโรคู(Roku), เดอะ เทรด เดสก์ และเพจเจอร์ดิวตี้ สะท้อนภาพรวมกลยุทธ์เน้น "เลือกข้าง" อย่างชัดเจน
ทั้งนี้ สภาวะตลาดที่อ่อนแอของคริปโตยังส่งผลต่อผลตอบแทนของ ETF ในเครืออาร์ค โดยเฉพาะ ARKK, ARKW และ ARKF โดยอาร์คได้ชี้ในรายงานไตรมาสล่าสุดว่า หุ้นกลุ่มคริปโตอย่างคอยน์เบสเป็นแรงฉุดสำคัญต่อผลประกอบการ
ในไตรมาส 4 ของปีที่ผ่านมา ปริมาณธุรกรรมในตลาดซื้อขายคริปโตแบบรวมศูนย์ (CEX) ลดลง 9% จากไตรมาสก่อนหน้า ส่งผลให้ราคาหุ้นคอยน์เบสร่วงมากกว่าราคาของบิตคอยน์(BTC) และอีเธอเรียม(ETH) โดยช่วงเดือนตุลาคมถึงธันวาคม ราคาหุ้นคอยน์เบสปรับตัวลงถึง 35% ‘ความคิดเห็น’ จากวงการเชื่อว่า การตัดสินใจลงทุนของแคธี วูดกับหุ้น ‘ผู้ชนะ’ และ ‘ผู้แพ้’ เหล่านี้ จะกลายเป็นจุดชี้วัดสำคัญต่ออนาคตของพอร์ต ETF ภายใต้สถานการณ์ตลาดที่ผันผวนในปีนี้
ความคิดเห็น 0