*บิตคอยน์(BTC) ส่งสัญญาณเข้าสู่ช่วงราคาต่ำสุดอีกครั้ง ขณะที่สัดส่วนการครองตลาดของเทเธอร์(USDT) ลดต่ำลงมาแตะระดับที่เคยเป็นจุดเริ่มต้นของการฟื้นตัวในอดีต นักลงทุนและผู้เชี่ยวชาญเริ่มให้ความหวังว่าการปรับฐานในรอบนี้อาจจบลง พร้อมโอกาสในการดีดตัวในระยะถัดไป*
เมื่อวันที่ 24 ตามเวลาท้องถิ่น รายงานจากตลาดคริปโตชี้ว่า สัดส่วนของเทเธอร์ซึ่งเป็นเหรียญสเตเบิลคอยน์หลักของตลาด ลดลงมาอยู่ในช่วง 8.5% ถึง 9.0% ในเดือนกุมภาพันธ์ ซึ่งเป็นระดับที่เคยเกิดขึ้นช่วงเดือนพฤศจิกายน ปี 2022 ก่อนที่บิตคอยน์จะฟื้นตัวจากประมาณ 15,700 ดอลลาร์ หรือราว 2.28 ล้านบาท จนสามารถทำราคาขึ้นเกือบสองเท่าในอีกไม่กี่เดือนต่อมา
โดยทั่วไป หาก ‘เทเธอร์’ มีสัดส่วนเพิ่มขึ้น แปลว่านักลงทุนมองว่าตลาดเสี่ยงเกินไปและเลือกถือสินทรัพย์ปลอดภัย แต่เมื่อเทเธอร์ลดลง หมายถึงความต้องการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงอย่างบิตคอยน์อาจกลับมาอีกครั้ง *ความคิดเห็น: สัญญาณนี้จึงถูกจับตาอย่างมากในเวลาที่ตลาดกำลังยุ่งเหยิง*
ในแง่เทคนิคัล แนวโน้มของบิตคอยน์ก็ให้ภาพที่น่าสนใจ โดยดัชนี RSI ของสัปดาห์ล่าสุดตกลงต่ำกว่า 30 ซึ่งเป็นระดับ ‘ขายมากเกินไป’ ขณะที่ราคาของ BTC กลับมาทดสอบเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ 200 สัปดาห์ (200W-SMA) และกำลังเริ่มดีดกลับ นี่ถือเป็นรูปแบบที่เคยเกิดขึ้นมาแล้วในอดีต เช่น ช่วงปี 2020-2021 ราคาก็เคยพุ่งขึ้นมากกว่า 1,100% ภายในไม่กี่เดือนตามกราฟรูปแบบเดียวกัน
*ความคิดเห็น: หากนับย้อนไปตั้งแต่ปี 2015 การเกิดสัญญาณนี้บ่อยครั้งสอดคล้องกับการฟื้นตัวครั้งใหญ่ของ BTC แม้จะมีข้อยกเว้นอย่างปี 2022 ที่ราคากลับร่วงต่อหลังทำจุดต่ำสุด*
นอกจากนี้ กระแสการเก็บสะสมของนักลงทุนรายใหญ่ยิ่งตอกย้ำว่า นี่อาจเป็นโอกาสซื้อที่ตลาดรอคอย เมื่อล่าสุดมีรายงานว่า ‘วาฬ’ หรือผู้ถือ BTC ขนาดใหญ่ได้เข้าซื้อประมาณ 40,000 BTC ในช่วงที่ราคาหลุดระดับ 60,000 ดอลลาร์หรือราว 8.74 ล้านบาท ขณะเดียวกัน ไบแนนซ์ก็ได้ซื้อ BTC เพิ่มอีกกว่า 3 ร้อยล้านดอลลาร์เข้าสู่กองทุน SAFU เพื่อคุ้มครองผู้ใช้ ส่วนบริษัทด้านการลงทุนอย่าง Strategy ก็ลงทุนใหม่อีกราว 90 ล้านดอลลาร์
ฝั่งนักวิเคราะห์ก็เริ่มแสดงความมั่นใจมากขึ้น โกธัม ชูกานี(Gautam Chhugani) นักวิเคราะห์จากสถาบันการเงิน Bernstein ระบุในรายงานว่า การปรับฐานครั้งนี้เป็นหนึ่งในรอบที่ “อ่อนแอที่สุดในประวัติศาสตร์ของ BTC” และยังคงคาดการณ์เป้าหมายบิตคอยน์ที่ระดับ 150,000 ดอลลาร์ภายในสิ้นปี 2026
โดยรวมแล้ว ปัจจัยทั้งด้านสัดส่วนของเทเธอร์, ตัวชี้วัดทางเทคนิค และความเคลื่อนไหวของนักลงทุนรายใหญ่อย่างสถาบัน ล้วนสนับสนุนทฤษฎีที่ว่าบิตคอยน์กำลังเข้าใกล้จุดต่ำสุดสำคัญ อย่างไรก็ตาม หากสัดส่วนของเทเธอร์กลับเพิ่มขึ้นทะลุระดับ 9.0% อีกครั้ง ก็อาจทำให้แนวโน้มการฟื้นตัวต้องชะงัก และนักลงทุนจำเป็นต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดในช่วงเวลานี้
ความคิดเห็น 0