**โฆษณาซูเปอร์โบวล์สะท้อนภาวะฟองสบู่เทคโนโลยี ด้านคริปโตเคยซึมตอน FTX ล่ม สู่ยุค AI แทนที่**
การแข่งขันซูเปอร์โบวล์ของสหรัฐในปี 2026 ไม่เพียงเป็นเกมใหญ่วัดความมันในสนามเท่านั้น แต่ยังสะท้อนกระแสเทคโนโลยีที่กำลังมาแรง โดยเฉพาะในกลุ่ม *AI* ที่เข้ามาแทนที่ *คริปโตเคอร์เรนซี* ซึ่งเคยเป็นกระแสหลักในปี 2022 การกลับมาของบริษัทอย่าง *คอยน์เบส*(Coinbase) ก็ไม่อาจจุดกระแสได้อย่างที่เคยเป็น ขณะที่นักวิเคราะห์บางรายเตือนว่าการโหมโฆษณาในซูเปอร์โบวล์อาจเป็นสัญญาณของ ‘ฟองสบู่’ อีกครั้ง
ทั้งนี้ ซูเปอร์โบวล์ปี 2026 ได้ทุบสถิติผู้ชมมากที่สุดถึง 127 ล้านคน และช่วยผลักดันราคาสปอตโฆษณาความยาว 30 วินาทีให้พุ่งสูงสุดถึง 4 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 58.3 ล้านบาท บริษัทต่างๆ จึงพยายามสร้างโฆษณาให้น่าจดจำที่สุดภายใต้การแข่งขันที่ดุเดือดนี้
*ความคิดเห็น: สื่อมวลชนและผู้สังเกตการณ์วงการเทคโนโลยีมองว่านี่อาจเป็นสัญญาณเตือนอีกครั้งถึงการเก็งกำไรในเทคโนโลยีรูปแบบใหม่ ที่อาจนำไปสู่ภาวะฟองสบู่เหมือนที่เคยเกิดขึ้นหลายครั้ง*
ย้อนกลับไปในปี 2000 ซูเปอร์โบวล์ได้รับฉายาว่า ‘ดอทคอมโบวล์’ หลังอินเทอร์เน็ตกำลังเฟื่องฟู บริษัทออนไลน์ถึง 17 แห่งยอมจ่ายเงินโฆษณา ในขณะที่ *อี-เทรด*(e-Trade) ปล่อยโฆษณาล้อเลียนว่า “ใช้เงินไป 2 ล้านดอลลาร์…แล้วคุณล่ะ ใช้เงินทำอะไรอยู่?” เพียง 2 เดือนต่อมา ฟองสบู่ดอทคอมก็แตกตามมา
ในปี 2022 ซูเปอร์โบวล์ถูกขนานนามว่าเป็น ‘คริปโตโบวล์’ เมื่อแพลตฟอร์มคริปโตชื่อดังอย่าง *คอยน์เบส(Coinbase)*, *คริปโตดอตคอม(Crypto.com)*, *อีโทโร(eToro)* และ *เอฟทีเอ็กซ์(FTX)* ลงโฆษณาเต็มรูปแบบ โดยโฆษณาของ FTX ซึ่งดึงนักแสดงตลกชื่อดัง *แลร์รี เดวิด* มาร่วมแสดง มีค่าใช้จ่ายสูงถึง 6.5 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 94.8 ล้านบาท) ต่อ 30 วินาที แต่สุดท้ายปีนั้นกลับเป็นจุดเริ่มต้นของการพังทลายของอุตสาหกรรมคริปโต ตั้งแต่ระบบของ ‘เทรา’ ถล่ม, FTX และ *เซลเซียส(Celsius)* ไปจนถึง *เจเนซิส(Genesis)* และ *บล็อกไฟ(BlockFi)* ล้มละลายต่อเนื่อง
ในปี 2023 เหลือโฆษณาคริปโตเพียงแค่หนึ่งรายการ และในปี 2024-2025 ไม่มีโฆษณาคริปโตหลงเหลือเลยแม้แต่ชิ้นเดียว
แม้ว่าปีนี้ *คอยน์เบส* จะกลับมาอีกครั้งพร้อมโฆษณาที่ใช้เพลงของ *Backstreet Boys* สร้างเป็นมิวสิกวิดีโอบนหน้าจอยักษ์ที่ ‘เดอะ สเฟียร์’ ในลาสเวกัส แต่กลับได้รับเสียงตอบรับที่ไม่ดีนัก *จอร์แดน อูล* สตรีมเมอร์แนวการเมืองถึงกับโพสต์ว่า “คริปโต, AI, ทรัมป์—ซูเปอร์โบวล์คือพื้นที่ประจำของโฆษณา ‘หลอกลวง’ ประจำปี”
ขณะที่มหาวิทยาลัยนอร์ธเวสเทิร์นด้านธุรกิจ เคลลอกก์ ซึ่งมอบคะแนนประเมินโฆษณาในซูเปอร์โบวล์ทุกปี ได้ให้คะแนน *F (ตก)* แก่โฆษณาของคอยน์เบส โดยให้เหตุผลว่า “ไม่สะท้อนมูลค่าของแบรนด์หรือผลิตภัณฑ์”
อย่างไรก็ตาม วงการคริปโตยังไม่ยอมหมดแรง คอยน์เบสกำลังผลักดันด้านกฎหมายในสภาคองเกรสสหรัฐ และโฆษณาครั้งนี้ก็ถือเป็นสัญญาณว่าอุตสาหกรรมยังไม่ต้องการละทิ้งสื่อกระแสใหญ่เพื่อสร้างการรับรู้
*แต่คราวนี้ ตัวเอกของซูเปอร์โบวล์ไม่ใช่คริปโต แต่เป็น AI*
รวมแล้วปีนี้มีโฆษณาที่เกี่ยวกับ *ปัญญาประดิษฐ์* ถึง 10 ชิ้น ไล่ตั้งแต่ *แอนโทรปิก(Anthropic)* ที่เปิดตัวโมเดลไร้โฆษณา ‘โคลด์(Claude)’, *เมตา(Meta)* ที่โปรโมตแว่นตาฉลาดที่ฝัง AI, *กูเกิล(Google)* ที่ใช้ AI เพื่อออกแบบรีโนเวทบ้านด้วยภาพจากตัวสร้างภาพ ‘นาโนบานานาโปร’ ไปจนถึง *แอมะซอน(Amazon)* ที่ดึง *คริส เฮมส์เวิร์ธ* มาแสดงโฆษณาผสมตลกเกี่ยวกับ ‘อเล็กซา+ (Alexa+)’
นอกจากนี้ *สเวดกา วอดกา(Svedka Vodka)* ยังปลุกชีพหุ่นยนต์หญิงที่สร้างจาก AI ขึ้นโฆษณาอีกครั้ง
แต่การหลั่งไหลของโฆษณา AI ครั้งนี้ ทำให้นักวิชาการหลายรายแสดงความกังวลว่า *ฟองสบู่ AI* กำลังก่อตัว *แกรี สมิธ* จากมหาวิทยาลัยโพโมนา และ *เจฟฟรีย์ ฟังก์* จากมหาวิทยาลัยคาร์เนกีเมลลอน ระบุว่า “ราคาหุ้นของบริษัท AI หลายราย สูงเกินกว่าศักยภาพในการทำกำไรจริง” พร้อมชี้ไปยังบริษัทอย่าง *โอเพนเอไอ(OpenAI)* และ *แอนโทรปิก* ที่แม้ยังไม่มีกำไร แต่มีมูลค่าบริษัทระดับหลายแสนล้านดอลลาร์
ทั้งคู่ยังเตือนว่า “เมื่อบริษัทยังขาดรายได้ ผู้ก่อตั้งในวงการเทคโนโลยีกลับหันไปยึดติดกับตัวเลขผู้ใช้ เหมือนตอนฟองสบู่ดอทคอม” ซึ่งถือเป็น *คำเตือนซ้ำรอย*
หากดูจากอดีต ภาวะฟองสบู่เทคโนโลยีอาจระเบิดอีกครั้ง แต่ก็มีบริษัทที่สามารถ ‘ชนะ’ จากซากปรักหักพังได้เหมือนกัน *อี-เทรด* ซึ่งเคยล้อเลียนตัวเองว่า “ใช้เงินเปลือง” กลับสามารถฟื้นและอยู่รอดจากวิกฤตดอทคอม ในขณะที่ *FTX* พ่ายแพ้และล่มสลาย ส่วน *คอยน์เบส* ยังคง ‘ร้องเพลง’ หาทางกลับมา
ท้ายที่สุด แม้กระแส *AI* อาจจะเย็นลงในอนาคต แต่บริษัทที่อยู่รอดจาก *ฟองสบู่* ครั้งนี้ อาจกลับมาเฉลิมฉลองชัยชนะในอีกหนึ่งซูเปอร์โบวล์ข้างหน้าอย่างภาคภูมิใจอีกครั้งก็เป็นได้.
ความคิดเห็น 0