Back to top
  • 공유 แชร์
  • 인쇄 พิมพ์
  • 글자크기 ขนาดตัวอักษร
ลิงก์ถูกคัดลอกแล้ว

แคนนอน(CAN) รายได้แตะระดับสูงสุดในรอบ 3 ปี แต่ราคาหุ้นร่วงเสี่ยงถูกถอดจากแนสแด็ก

แคนนอน(CAN) หนึ่งในผู้ผลิตเครื่องขุดบิตคอยน์(BTC) รายใหญ่จากจีน เผยผลประกอบการไตรมาส 4 ปีที่ผ่านมา ทำรายได้สูงสุดในรอบ 3 ปี ขณะที่รายได้จากการขุดและคำสั่งซื้อจากสหรัฐเพิ่มขึ้นอย่างแข็งแกร่ง อย่างไรก็ดี ราคาหุ้นของแคนนอนกลับร่วงลงอย่างหนัก โดยปิดที่ 0.56 ดอลลาร์ ณ วันที่ 10 (เวลาท้องถิ่น) ลดลง 6.87% เมื่อเทียบกับวันก่อนหน้า สะท้อนความกังวลเกี่ยวกับ ‘ความเสี่ยงถูกถอดออกจากตลาดหลักทรัพย์แนสแด็ก’ ที่เพิ่มสูงขึ้น เนื่องจากราคาหุ้นต่ำกว่าระดับขั้นต่ำที่กำหนด คือ 1 ดอลลาร์ติดต่อกันเป็นเวลานาน

แม้จะมีผลประกอบการที่แข็งแกร่ง โดยแคนนอนรายงานรายได้รวม 196.3 ล้านดอลลาร์ หรือราว 2,862 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 121.1% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนก็ตาม รายได้จากการขุดบิตคอยน์ของบริษัทเพิ่มขึ้นเกือบเท่าตัวแตะ 30.4 ล้านดอลลาร์ พร้อมกับการถือครองบิตคอยน์เพิ่มขึ้นเป็น 1,750BTC คิดเป็นมูลค่าราว 175.08 ล้านดอลลาร์ และยังครอบครองอีเธอเรียม(ETH) อีกจำนวน 3,950ETH คิดเป็นมูลค่าประมาณ 7.9 ล้านดอลลาร์

ในด้านธุรกิจเครื่องขุด แคนนอนทำสถิติการจัดส่งกำลังขุดรวมทั้งไตรมาสที่ 14.6 EH/s สูงที่สุดในประวัติการณ์ โดยได้รับคำสั่งซื้อมหาศาลจากบริษัทนักขุดในสหรัฐ ด้านกำลังขุดที่ดำเนินการด้วยตนเองของแคนนอนเพิ่มขึ้นเป็น 7.65 EH/s ส่งผลเสริมความแข็งแกร่งในด้านศักยภาพการขุดโดยรวม

‘คำ’ อย่างไรก็ตาม ความคาดหวังของนักลงทุนกับความเป็นจริงของตลาดกลับสวนทางกัน บางฝ่ายมองว่าการที่แรงขุดรวมในเครือข่ายบิตคอยน์ลดลงจาก 1,150 EH/s เหลือเพียง 980 EH/s อาจสะท้อนต้นทุนการขุดที่พุ่งสูง ความคุ้มค่าลดลง บวกกับแนวโน้มในอุตสาหกรรมที่เริ่มขยับไปสู่เทคโนโลยีอย่างปัญญาประดิษฐ์(AI) และการประมวลผลประสิทธิภาพสูง(HPC) อาจสร้างแรงกดดันต่อธุรกิจดั้งเดิมแบบแคนนอนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 16 มกราคม แคนนอนได้รับจดหมายเตือนจากแนสแดกว่า หากราคาหุ้นไม่สามารถกลับมายืนเหนือ 1 ดอลลาร์ในระยะเวลา 10 วันทำการติดต่อกัน อาจต้องเผชิญการพิจารณาถอดถอนจากการจดทะเบียน โดยมีเวลาในการแก้ไขถึงวันที่ 13 กรกฎาคม แต่หลังจากวันที่ 28 พฤศจิกายน ราคาหุ้นของแคนนอนยังไม่เคยกลับไปอยู่เหนือระดับดังกล่าวได้อีกเลย

แม้ผลประกอบการจะเริ่มฟื้นตัว แต่ราคาหุ้นที่ดิ่งลงต่อเนื่อง ทำให้บริษัทอาจต้องพิจารณาทางเลือกต่าง ๆ เช่น การเพิ่มทุน, การรวมหุ้น (reverse split) หรือขยายความร่วมมือกับพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ เพื่อรักษาการจดทะเบียนและความน่าเชื่อถือในตลาด

ในขณะเดียวกัน ‘ความคิดเห็น’ หลายฝ่ายวิเคราะห์ว่า แวดวงเครื่องขุดคริปโตเข้าสู่ช่วงเปลี่ยนผ่าน โดยแรงกดดันจากต้นทุน ราคาพลังงาน และเหตุการณ์ลดรางวัลขุดหรือ “Halving” ที่จะเกิดขึ้นในเดือนเมษายนนี้ ส่งผลให้หลายบริษัทเริ่มหันไปพัฒนาฮาร์ดแวร์สำหรับ AI และ HPC แทนการขุด ขณะที่บริษัทผู้ผลิตดั้งเดิมอย่างแคนนอน อาจต้องปรับกลยุทธ์อย่างจริงจังเพื่อรับมือกับคลื่นการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว

เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นว่าตลาดคริปโตไม่ได้ตอบรับเพียงแค่การประกาศตัวเลขกำไรอย่างเดียว แต่ยังให้ความสำคัญกับ ‘โครงสร้างธุรกิจระยะยาว ความยืดหยุ่นของอุตสาหกรรม และศักยภาพในการปรับตัว’ มากยิ่งขึ้น

<ลิขสิทธิ์ ⓒ TokenPost ห้ามเผยแพร่หรือแจกจ่ายซ้ำโดยไม่ได้รับอนุญาต>

บทความที่มีคนดูมากที่สุด

ความคิดเห็น 0

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม

0/1000

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม
1