Back to top
  • 공유 แชร์
  • 인쇄 พิมพ์
  • 글자크기 ขนาดตัวอักษร
ลิงก์ถูกคัดลอกแล้ว

เอ이프본드(ApeBond) เปิดตัวบอนด์แรกบนไฮ퍼EVM จับมือ qONE เสริมสภาพคล่องดีไฟทนทานควอนตัม

เอ이프본드(ApeBond) ประกาศเปิดตัว ‘บอนด์’ ตัวแรกบน ‘ไฮเปอร์EVM(HyperEVM)’ อย่างเป็นทางการ โดยเลือกโทเค็นทนทานต่อคอมพิวเตอร์ควอนตัม ‘qONE’ เป็นพาร์ตเนอร์รายแรก ความร่วมมือครั้งนี้ไม่ใช่แค่ดีลการตลาดทั่วไป แต่เป็นโครงสร้างแบบที่นักลงทุนสามารถซื้อ qONE ในราคาลดพิเศษ แลกกับการนำไปเพิ่มสภาพคล่องให้โปรโตคอล ขณะที่ฝั่งโปรเจกต์สามารถสะสม ‘สภาพคล่องที่โปรโตคอลเป็นเจ้าของ’ ได้ในระยะยาว หรือที่คนในดีไฟ(DeFi)เรียกกันว่า ‘Protocol Owned Liquidity’

เอ이프본드ระบุผ่านช่องทางทางการว่า บอนด์ของแพลตฟอร์มได้ ‘ลงจอด’ บนไฮ퍼EVM ของไฮ퍼리ควิ드(Hyperliquid) แล้ว พร้อมยืนยันว่า ‘qLABS’ คือพาร์ตเนอร์รายแรกในระบบใหม่ครั้งนี้

สำหรับใครที่ยังไม่คุ้นกับ ‘ดีไฟบอนด์’ รูปแบบนี้ จุดสำคัญคือ นักลงทุนจะได้รับสิทธิ์ซื้อโทเค็นในราคาถูกกว่าตลาด แต่ต้องนำโทเค็นคู่เทรด (เช่น qONE/USDC) ไปจัดสรรเป็นสภาพคล่องให้พูล โดยโทเค็นที่ได้จากดีลส่วนลดนี้จะถูกปล่อยออกมาแบบทยอยรับ (Vesting) ในช่วงเวลาที่กำหนด โมเดลลักษณะนี้เคยถูกใช้โดยโปรโตคอลรายใหญ่ในดีไฟอย่าง ‘โอลิมปัส ดาว(Olympus DAO)’ และ ‘แฟร็กซ์(Frax)’ เพื่อหลุดพ้นจากการพึ่งพา “เงินร้อน” หรือ ‘เมอร์เซนารี แคปิตอล(mercenary capital)’ ที่เข้ามาปั่นฟาร์มระยะสั้นแล้วเทขายหนีสภาพคล่อง

‘ทำไมบอนด์ตัวแรกของไฮ퍼EVMต้องเป็น qONE’

ไฮ퍼리ควิดกำลังถูกจับตามองว่าเป็นหนึ่งในเชนเลเยอร์ 1 ที่เติบโตเร็วที่สุดในตลาดคริปโตตอนนี้ ‘ไฮ퍼EVM’ คือสภาพแวดล้อมสำหรับรันสมาร์ตคอนแทร็กต์บนเชนนี้ จุดเด่นคือรองรับคำสั่งเทรดได้ราว 200,000 ออเดอร์ต่อวินาทีบนโครงสร้างพื้นฐานที่แรงอยู่แล้ว แล้วค่อยใส่ความเข้ากันได้กับ ‘เครื่องเสมือนอีเธอเรียม(EVM)’ ทับลงไปอีกรอบ

ในมุมของ qONE การคว้าตำแหน่ง ‘บอนด์ตัวแรกของไฮ퍼EVM’ ตั้งแต่ช่วงเริ่มขยายระบบนิเวศ มีความหมายว่าทีมโปรเจกต์กำลังปักหมุด ‘พื้นฐานดีไฟระดับโครงสร้างพื้นฐาน’ ให้ตนเองก่อนใคร

ด้านข้อมูลการเทรด ‘คู่ qONE/USDC’ บนไฮ퍼리ควิด ในช่วง 5 วันที่ผ่านมา ราคาได้จากบริเวณ 0.011 ดอลลาร์ (ราว 10–11 บาท) ขึ้นมาทะลุโซน 0.021 ดอลลาร์ (ราว 30 บาท) พร้อมกับรูปแบบกราฟ 4 ชั่วโมงที่ทำ ‘จุดต่ำสุดใหม่สูงขึ้นเรื่อยๆ’ แบบขั้นบันได ซึ่งมักถูกตีความว่าเป็นแนวโน้มขาขึ้นเชิงเทคนิค

ประกาศเปิดตัวบอนด์บนไฮ퍼EVM ของเอ이프본ดียังเรียกยอดเข้าชมได้ราว 1,600 วิว และมี ‘กดถูกใจ’ กว่า 30 ครั้ง แม้ตัวเลขจะไม่ใหญ่เมื่อเทียบกับโปรเจกต์เมนสตรีม แต่ก็สะท้อนว่าความสนใจที่เกิดขึ้นมาจากผู้เล่นในระบบนิเวศจริงๆ มากกว่าการโหมยิงโฆษณา

จากมุมเอ이프본ดีเอง การเลือกพาร์ตเนอร์รายแรกก็ถือเป็นการวางหมากเชิงกลยุทธ์ ท่ามกลางโทเค็นนับไม่ถ้วน การเลือก ‘qONE’ ซึ่งเป็นโทเค็นทนทานต่อคอมพิวเตอร์ควอนตัมที่มีทั้ง ‘สิทธิบัตรในสหรัฐ’ และ ‘ฐานลูกค้าในกลุ่มบริษัท Fortune 500’ อยู่แล้ว สื่อให้เห็นว่าทีมเอ이프본ดีให้คะแนน qONE ในฐานะ ‘สินทรัพย์ฐาน’ ที่สามารถช่วยดันการขยายตัวของไฮ퍼EVM โดยให้ความสำคัญทั้งกับ ‘ทีม’, ‘เทคโนโลยี’ และ ‘คอมมูนิตี้’

เอ이프본드ส่งผลต่อโครงสร้างของ qONE อย่างไร

จำนวนโทเค็น qONE ถูกล็อกไว้ที่ 1,000 ล้านโทเค็นแบบตายตัว โดย ณ ปัจจุบัน มีโทเค็นหมุนเวียนในตลาดอยู่ราว 109.39 ล้านโทเค็น แก่นของการใช้เอ이프본ดีมาสร้างโครงสร้าง ‘บอนด์ qONE’ คือการเพิ่ม ‘สภาพคล่องที่โปรโตคอลเป็นเจ้าของ’ โดยไม่ต้องออกโทเค็นเพิ่ม

ฝั่งนักลงทุนจะได้ประโยชน์จากการซื้อ qONE ผ่านเอ이프본ดีในราคาที่ต่ำกว่าตลาดปัจจุบัน แต่ต้องยอมรับเงื่อนไขว่าโทเค็นจะถูกทยอยปล่อยให้ในช่วงเวลาสั้นๆ ที่กำหนด (Vesting) ไม่ใช่รับทีเดียวทั้งหมด ‘คำ’ ตรงนี้ช่วยลดแรงขายทันทีหลังปิดดีลลงอย่างชัดเจน และยังบังคับให้มุมมองของโปรเจกต์และนักลงทุนขยับมาอยู่บนกรอบเวลาที่ ‘ยาวขึ้น’ ร่วมกัน

สำหรับโปรเจกต์ qONE เอง โครงสร้างนี้ให้ข้อดีหลักๆ สองข้อ

หนึ่ง ‘สภาพคล่องที่เกือบถาวร’

แทนที่จะต้องคอยลุ้นว่า ‘ผู้ให้สภาพคล่อง(LP)’ รายย่อยจะดึงเงินออกเมื่อไหร่ โปรเจกต์สามารถใช้บอนด์สะสมสภาพคล่องเข้ากระเป๋าโปรโตคอลโดยตรง ทำให้สภาพแวดล้อมการเทรดนิ่งขึ้น สเปรดแคบลง และลดโอกาสเจอวิกฤต ‘สภาพคล่องไหลออกฉับพลัน’ ที่มักพาให้ราคาผันผวนแรง

สอง ‘ยกระดับเครดิตดีไฟของ qONE’

การร่วมมือกับเอ이프본ดี ซึ่งถูกมองว่าเป็นหนึ่งในโปรโตคอลดีไฟบอนด์ที่ผ่านการพิสูจน์มาแล้ว ช่วยหนุนภาพลักษณ์ความน่าเชื่อถือของ qONE ในสายตานักลงทุนดีไฟ นี่อาจปูทางไปสู่การเชื่อมต่อกับโปรโตคอลอื่นๆ เพิ่ม และขยายโครงสร้างพื้นฐานบนเชนได้มากขึ้นในอนาคต

qONE เองก็เดินเกมสร้าง ‘สถิติแรก’ มาอย่างต่อเนื่อง ทั้งการเป็น ‘โทเค็นทนทานต่อคอมพิวเตอร์ควอนตัมตัวแรกบนไฮ퍼리ควิด’, การได้ลิสต์บน ‘คอยน์มาร์เก็ตแคป(CoinMarketCap)’ ในเวลาไม่นานหลังเปิดเทรด และการปล่อยข่าวประชาสัมพันธ์ผ่าน ‘แนสแด็ก(Nasdaq)’ ซึ่งมักสงวนพื้นที่ให้โปรเจกต์ที่มีขนาดมาร์เก็ตแคปสูงกว่านี้ การคว้าป้าย ‘บอนด์แรกของไฮ퍼EVM’ จึงถือเป็นการต่อยอดภาพจำว่า qONE คือโทเค็นสาย ‘First-mover’

ราคา, มูลค่า และจุดที่ต้องจับตาต่อจากนี้

ตอนนี้ qONE เทรดอยู่แถวๆ 0.021 ดอลลาร์ (ราว 30 บาท) ซึ่งสูงกว่าราคาพับลิคเซล 0.01 ดอลลาร์ (ราว 10 บาท) ประมาณ 114% และสูงกว่ารอบคอมมูนิตี้ 0.008 ดอลลาร์ (ราว 10 บาท) ราว 168% หากดูจากราคา ณ ระดับนี้ มูลค่าตลาดแบบ Fully Diluted Valuation (FDV) ของ qONE จะอยู่ราว 21.56 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 311 ล้านบาท)

ทิศทางราคาตอนนี้สะท้อนภาพว่า ทุกครั้งที่มีดีล ‘การรวมตัว, พาร์ตเนอร์ชิพ หรือเพิ่มช่องทางเข้าถึงใหม่’ จะมี ‘เรื่องเล่าการลงทุน’ ของ qONE เพิ่มเข้ามาอีกชั้น การนำบอนด์ของเอ이프본ดีมาใช้งานจริงก็เท่ากับเพิ่มทั้ง ‘ความเสถียรด้านสภาพคล่อง’ และ ‘เอฟเฟกต์เครือข่ายดีไฟ’ เข้าไปในชุดเรื่องเล่านั้น

“ความคิดเห็น” ยังต้องติดตามต่อว่าบอนด์รอบนี้จะสร้าง ‘สภาพคล่องที่โปรโตคอลเป็นเจ้าของ’ ได้ในสเกลระดับไหน และดีลนี้จะกลายเป็นจุดเริ่มต้นให้ qONE ไปจับมือกับโปรโตคอล/โปรเจกต์ดีไฟอื่นๆ บนไฮ퍼EVM เพิ่มหรือไม่ ปัจจัยเชิงพื้นฐานอย่างเทคโนโลยีทนทานต่อคอมพิวเตอร์ควอนตัม, พอร์ตสิทธิบัตร, และฐานลูกค้าองค์กร จะต้องเดินไปพร้อมๆ กับความเร็วในการเติบโตของระบบนิเวศไฮ퍼EVM และดีมานด์จากฝั่งดีไฟ จึงจะส่งผลจริงต่อผลงานระยะกลางถึงยาวของ qONE

ปัจจุบัน qLABS เปิดเผยข้อมูล qONE และดาต้าออนเชนอย่างโปร่งใสผ่านเว็บไซต์ทางการ, บัญชี X, หน้าโปรเจกต์บนคอยน์มาร์เก็ตแคป และกราฟบน DEXTools นักลงทุนที่กำลังจับตา ‘ระบบนิเวศไฮ퍼EVM’ จึงอาจต้องคอยดูต่อไปว่าความร่วมมือกับเอ이프본ดีครั้งนี้ จะช่วยขยายโครงสร้างดีไฟของ qONE และยึดพื้นที่ในระบบนิเวศได้มากแค่ไหนในระยะถัดไป

<ลิขสิทธิ์ ⓒ TokenPost ห้ามเผยแพร่หรือแจกจ่ายซ้ำโดยไม่ได้รับอนุญาต>

บทความที่มีคนดูมากที่สุด

ความคิดเห็น 0

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม

0/1000

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม
1