ไมเคิล เซ일러(Michael Saylor) ประธานบริษัทไมโคร스트ราทิจี(MSTR) เดินหน้าปรับโครงสร้างการระดมทุนเพื่อซื้อบิตคอยน์(BTC) อีกครั้ง ด้วยการเพิ่มอัตราเงินปันผลของหุ้นบุริมสิทธิ ‘STRC’ หรือที่ใช้ชื่อเล่นว่า ‘สเตรช(Stretch)’ หวังดึงดูดนักลงทุนให้เข้ามาถือหุ้นบุริมสิทธิมากขึ้น แทนการออกหุ้นสามัญในช่วงที่ราคาบิตคอยน์(BTC) อยู่ในภาวะปรับฐานยืดเยื้อ
STRC จะมีการปรับอัตราปันผลในเดือนมีนาคม 2026 จากเดิม 11.25% ขึ้นมาเป็น 11.50% โดยเซ일러แจ้งข้อมูลดังกล่าวผ่านโซเชียลมีเดียเมื่อวันอาทิตย์ (เวลาท้องถิ่น) ก่อนที่เว็บไซต์บริษัทจะอัปเดตข้อมูลอย่างเป็นทางการเมื่อวันศุกร์ในสัปดาห์เดียวกัน
STRC ถูกออกแบบให้เป็นหุ้นบุริมสิทธิแบบ ‘ถาวร’ หรือ ‘perpetual’ ไม่มีวันครบกำหนดไถ่ถอน จึงไม่บังคับให้บริษัทต้องซื้อหุ้นคืนในอนาคตเหมือนตราสารหนี้ทั่วไป แต่จุดต่างสำคัญคือ ‘อัตราเงินปันผล’ จะถูกปรับทุกเดือน
ฝั่งไมโคร스트ราทิจีระบุบนหน้าเว็บว่า อัตราผลตอบแทนของ STRC จะถูกปรับเพื่อให้ราคาซื้อขายเคลื่อนไหวใกล้กับราคาพาร์ที่ 100 ดอลลาร์ (ราว 147,000 บาท) และช่วยลดความผันผวนของราคา โดยเงินปันผลจะจ่ายเป็นรายเดือน กำหนดจ่ายครั้งถัดไปคือวันที่ 31 มีนาคม
การขยับขึ้นเงินปันผลในครั้งนี้ถูกโยงเข้ากับแนวทางใหม่ด้านการระดมทุนซื้อบิตคอยน์(BTC) ของไมโคร스트ราทิจีโดยตรง ก่อนหน้านี้ในเดือนกุมภาพันธ์ ฟง เหล(Phong Le) ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของบริษัทระบุว่ากำลัง ‘เปลี่ยนแกน(pivot)’ จากการระดมทุนด้วยหุ้นสามัญ ไปสู่การใช้หุ้นบุริมสิทธิเป็นช่องทางหลักมากขึ้น เพื่อรองรับกลยุทธ์ถือครองบิตคอยน์ระยะยาว
ซีอีโอย้ำว่าในปีที่ผ่านมา บริษัทสามารถระดมทุนได้ถึง 7,000 ล้านดอลลาร์ (ราว 1,028,650 ล้านบาท) ผ่านตราสารอย่างหุ้นบุริมสิทธิ ‘สเตรช(Stretch)’ และโครงสร้างหุ้นถาวรอื่น ๆ คิดเป็นสัดส่วนราว 33% ของทั้งตลาดหุ้นบุริมสิทธิในปีนั้น พร้อมมองว่าปีนี้ “โครงสร้างหุ้นบุริมสิทธิจะกลายเป็นสินค้าทางการเงินที่มีความสำคัญกับเราอย่างยิ่ง” และบริษัทจะทยอยเลื่อนจุดศูนย์กลางของการระดมทุนจาก ‘ทุนหุ้นสามัญ’ ไปเป็น ‘ทุนจากหุ้นบุริมสิทธิ’ มากขึ้น
ในเชิงกลยุทธ์ แนวทางดังกล่าวสะท้อนภาพว่าบริษัทต้องการหาวิธี ‘ล็อก’ เงินทุนระยะยาวโดยไม่ทำให้ผู้ถือหุ้นสามัญถูกไดลูทมากเกินไป ขณะเดียวกันก็ยอมจ่ายปันผลในอัตราสูงขึ้น เพื่อแลกกับความยืดหยุ่นในการใช้เงินไปสะสมบิตคอยน์(BTC) ต่อเนื่อง
ด้านการลงทุนในบิตคอยน์(BTC) เอง ไมโคร스트ราทิจียังคงซื้อสะสมแม้ราคาจะอยู่ในช่วงปรับฐาน ปีนี้บิตคอยน์(BTC) ปรับตัวลงไปราว 23.2% และกดดันราคาหุ้นของบริษัทที่ถือสินทรัพย์ดิจิทัลขนาดใหญ่ไปพร้อมกัน กองทุนอีทีเอฟ Bitwise Bitcoin Standard Corporations ETF(OWNB) ซึ่งติดตามการเคลื่อนไหวของหุ้นบริษัทที่ถือบิตคอยน์จำนวนมาก ก็ปรับตัวลงประมาณ 16.1% ในช่วงเวลาเดียวกัน
ด้านงบการเงิน ไมโคร스트ราทิจียังคงเผชิญแรงกดดัน บริษัทรายงานผลประกอบการไตรมาส 4 ปี 2025 ขาดทุนสุทธิ 12.4 พันล้านดอลลาร์ (ประมาณ 1,822,780 ล้านบาท) เมื่อช่วงต้นเดือนกุมภาพันธ์ หลังการประกาศ ตัวเลขขาดทุนดังกล่าวได้กระตุ้นแรงขายของนักลงทุน ส่งผลให้ราคาหุ้นร่วงลงทันทีประมาณ 13% มาปิดแถว ๆ 107 ดอลลาร์ต่อหุ้น (ราว 157,000 บาท)
แม้ว่ารายได้รวมของบริษัทจะเพิ่มขึ้นเล็กน้อยราว 1.9% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน มาอยู่ที่ 123 ล้านดอลลาร์ (ราว 18,080 ล้านบาท) แต่ราคาหุ้นก็ยังไม่สามารถหาปัจจัยขับเคลื่อนให้ฟื้นตัวได้อย่างชัดเจน หุ้นสามัญไมโคร스트ราทิจี(MSTR) เคยพุ่งขึ้นไปแตะระดับในวันทำการที่หนึ่งของเดือนพฤศจิกายน 2024 ที่บริเวณ 543 ดอลลาร์ต่อหุ้น (ประมาณ 798,000 บาท) ก่อนจะไหลลงต่อเนื่องและร่วงลงต่ำกว่า 300 ดอลลาร์ (ราว 441,000 บาท) ในเดือนกุมภาพันธ์ 2025 เทียบจากจุดสูงสุดเดือนพฤศจิกายน 2024 ราคาหุ้นร่วงลงราว 75% โดยราคาปิดวันศุกร์ล่าสุดอยู่ที่ 129.50 ดอลลาร์ (ราว 190,000 บาท)
อีกหนึ่งแรงกดดันคือ ราคาบิตคอยน์(BTC) ปัจจุบันยังต่ำกว่าต้นทุนเฉลี่ยที่ไมโคร스트ราทิจีใช้ซื้อสะสม ‘อย่างมีนัยสำคัญ’ ตามข้อมูลของบริษัท ต้นทุนเฉลี่ยสะสมของบิตคอยน์อยู่ที่ 76,020 ดอลลาร์ต่อเหรียญ (ประมาณ 11,174,000 บาท) ขณะที่ราคาตลาดเคลื่อนไหวอยู่ต่ำกว่าระดับดังกล่าวพอสมควร
แม้จะอยู่ในสถานะขาดทุนทางบัญชีจากการถือครอง แต่บริษัทก็ยังคงเดินหน้าซื้อสะสมเพิ่มเติม ไมโคร스트ราทิจีเพิ่งซื้อบิตคอยน์(BTC) เพิ่มอีก 592 เหรียญในสัปดาห์ที่รวมวันที่ 16 กุมภาพันธ์ โดยใช้เงินไปราว 39.8 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 5,850 ล้านบาท) ส่งผลให้ยอดถือครองรวมเพิ่มเป็น 717,722 BTC พร้อมสร้างสถิติสำคัญคือการปิดดีลซื้อบิตคอยน์ครบ ‘ครั้งที่ 100’ ของบริษัท
‘ความคิดเห็น’
การเพิ่มอัตราปันผลของ STRC ในจังหวะที่ตลาดบิตคอยน์(BTC)ผันผวน สามารถมองได้ว่าเป็นความพยายามของไมโคร스트ราทิจีที่จะขยายชุด ‘เครื่องมือระดมทุน’ ให้หลากหลายขึ้น หุ้นบุริมสิทธิที่ให้ผลตอบแทนสูงอย่าง STRC ช่วยดึงดูดเม็ดเงินจากนักลงทุนที่ต้องการรายได้ประจำ ในขณะที่บริษัทนำทุนส่วนนั้นไปเดิมพันระยะยาวกับบิตคอยน์(BTC)
หากตลาดคริปโตกลับเข้าสู่ภาวะ ‘เสี่ยงได้ เสี่ยงเอา’ และราคาบิตคอยน์(BTC) ปรับขึ้นเหนือราคาเฉลี่ยที่ไมโคร스트ราทิจีซื้อสะสม กลยุทธ์ ‘ระดมทุนผ่านหุ้นบุริมสิทธิ → เทบิตคอยน์เพิ่ม’ อาจกลายเป็นดีลที่ให้ผลตอบแทนสูงแก่ผู้ถือหุ้นทั้งหมด แต่หากช่วงปรับฐานยืดเยื้อและราคายังคงต่ำกว่าต้นทุนเฉลี่ย แรงกดดันต่อราคาหุ้นและงบการเงินก็มีแนวโน้มจะสูงขึ้นตามไปด้วย ทำให้ STRC ซึ่งดูเหมือนเป็นเครื่องมือระดมทุนเชิงรุก กลับอาจถูกทดสอบอย่างหนักในมุมมองของความเสี่ยงระยะยาวของผู้ลงทุนเองด้วยเช่นกัน
ความคิดเห็น 0