เอฟเอฟ(‘AAVE’) สั่นคลอนเมื่อ ‘เอบ ฟแชน อินนิเทียทีฟ’(Aave Chan Initiative, ACI) ซึ่งถูกมองว่าเป็นแกนหลักของระบบ ‘การกำกับดูแลแบบมอบอำนาจ(delegate)’ และผู้ให้บริการหลักในระบบนิเวศของ เอฟเอฟ(AAVE) ประกาศไม่ต่อสัญญากับ เอบ ดาว(DAO) พร้อมเตรียม ‘ยุติบทบาทองค์กร’ แบบค่อยเป็นค่อยไปภายใน 4 เดือนข้างหน้า กระแสความไม่พอใจต่อมาตรฐานการกำกับดูแลและโครงสร้างการโหวตที่ปะทุขึ้นจากข้อเสนอ ‘Aave Will Win’ ยิ่งทำให้ภาพรวม ‘การกำกับดูแลของเอฟเอฟ’ ดูสั่นไหวมากขึ้น
มาร์ก เซลเลอร์(Marc Zeller) ผู้ก่อตั้ง ACI ออกแถลงการณ์เมื่อวันที่ 4 (เวลาท้องถิ่น) ระบุว่า ACI จะยังคงทำงานด้าน ‘การกำกับดูแล’ ต่อไปอีกระยะ และจะทำหน้าที่ให้ครบตาม ‘ภาระผูกพัน(commitment)’ ที่ค้างอยู่ จากนั้นจะส่งมอบโครงสร้างพื้นฐานและบทบาทที่รับผิดชอบทั้งหมดกลับไปยัง เอบ ดาว หรือผู้ให้บริการรายใหม่ เซลเลอร์ย้ำว่า “ACI ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อ เอฟเอฟ(AAVE) ถ้าไม่มีอนาคตในระบบนิเวศของ เอฟเอฟ(AAVE) ชื่อนี้ก็ไม่มีความหมาย เมื่อภารกิจสิ้นสุด ACI ก็จะปิดฉากลง”
การตัดสินใจของ ACI เกิดขึ้น ‘พร้อมจังหวะ’ ที่ข้อเสนอ ‘Aave Will Win’ ของ เอฟเอฟ(AAVE) กำลังก้าวไปสู่ขั้นตอนถัดไป ข้อเสนอนี้ระบุให้ใช้เงินทุนจาก ดาว(DAO) เพื่อสนับสนุนการพัฒนา โดยจัดสรรสเตเบิลคอยน์วงเงินสูงสุด 42.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ(ราว 630 ล้านบาท) และโทเคน เอฟเอฟ(AAVE) อีก 75,000 เหรียญ ให้กับ เอบ แล็บส์(Aave Labs) ACI ออกโรงตั้งคำถามต่อ ‘ขนาดแพ็กเกจสนับสนุนที่มากเกินไป’ และชี้ว่า การใส่โทเคน เอฟเอฟ(AAVE) ซึ่งมี ‘สิทธิ์โหวต’ ลงไปในแพ็กเกจ เป็นปัญหาเชิงโครงสร้างของ ‘การกำกับดูแล’ โดยตรง
กระบวนการโหวตครั้งนี้เริ่มดุเดือดตั้งแต่ขั้น ‘Temp Check’ หรือขั้นตรวจอุณหภูมิความเห็น เมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ ทั้ง ACI และ เอบ แล็บส์ ออกรายงานแยกกันคนละฉบับ เพื่อนำเสนอ ‘การตีความผลงานในอดีต’ ของ เอบ แล็บส์ แบบคนละมุม มาตอกย้ำความขัดแย้ง ก่อนที่การโหวตแบบออฟเชน(‘Snapshot’) จะปิดลงในวันอาทิตย์ ด้วยผล ‘เห็นชอบ 52.58%’, ‘ไม่เห็นชอบ 42%’ และ ‘งดออกเสียง 5.42%’ ภายใต้โครงสร้าง ‘การกำกับดูแลของเอฟเอฟ’ ข้อเสนอใด ๆ ต้องผ่านลำดับขั้นคือ Temp Check → ARFC(Aave Request for Final Comment) พร้อมโหวตออฟเชนรอบเพิ่ม → จากนั้นจึงเข้าสู่โหวตออนเชนแบบมีผลผูกพันในรูป AIP(Aave Improvement Proposal)
ACI ใช้พื้นที่ในแถลงการณ์วิจารณ์ตรง ๆ ว่า ผล Temp Check ครั้งนี้ได้มาจาก “ที่อยู่ที่เชื่อมโยงกับ แล็บส์ ลงคะแนนให้ ‘งบประมาณของตัวเอง’ จนข้อเสนอผ่าน” ภายใต้ระบบที่ ‘ผู้รับงบประมาณก้อนใหญ่’ ยังถือ ‘อำนาจโหวตที่ไม่เปิดเผยต่อสาธารณะ’ อยู่ในมือ และเข้ามาโหวตในข้อเสนอที่ตัวเองมีผลประโยชน์โดยตรง ACI มองว่า ‘ไม่มีที่ยืนให้ผู้ให้บริการอิสระ’ อีกต่อไป กล่าวคือ โครงสร้างดังกล่าวเปิดช่องให้เกิด ‘ความขัดแย้งทางผลประโยชน์’ อย่างชัดเจนในระบบ ‘การกำกับดูแลของเอฟเอฟ(AAVE)’
ในขั้นตอน ‘การเปลี่ยนผ่าน’ ACI ระบุว่าจะยื่น ‘ข้อเสนอ AIP โดยตรง’ เพื่อยุติสายการเงินที่เกี่ยวกับ GHO ซึ่งเคยไหลเข้ามายังองค์กรของตัวเอง พร้อมกันนี้ ACI จะโอนเงินชดเชยล่วงหน้าจำนวน 120 วันกลับไปยังคลังดาว(‘treasury’) เพื่อให้การเปลี่ยนผ่านสมบูรณ์ และหาก AIP ดังกล่าวมีผลบังคับใช้ จะมีการ ‘ลดสตรีมเวสติ้งโทเคน เอฟเอฟ(AAVE)’ ที่ส่งผ่านแพลตฟอร์ม ลามาเพย์(LlamaPay) ลงด้วย ด้าน เอบ แล็บส์ ยังไม่ตอบรับคำขอความคิดเห็นที่สื่อส่งไปเกี่ยวกับข้อกล่าวหาจาก ACI ในครั้งนี้
เอฟเอฟ(AAVE) ปัจจุบันถูกจัดให้อยู่ในกลุ่ม ‘โปรโตคอลดีไฟ(DeFi) ฝั่งปล่อยกู้/รับฝาก’ ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในตลาด จากข้อมูลของ ดีไฟลามา(DeFiLlama) มูลค่าทรัพย์สินที่ถูกล็อกในระบบ(TVL) ของ เอฟเอฟ(AAVE) อยู่ที่ประมาณ 26.51 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 39.2 ล้านล้านบาท) ขณะที่ TVL รวมของตลาดดีไฟอยู่แถว ๆ 93 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 137.8 ล้านล้านบาท) หมายความว่า ‘เอฟเอฟ(AAVE) ครองสัดส่วนเกือบหนึ่งในสามของสินทรัพย์ที่ถูกล็อคทั้งตลาด’ ซึ่งตอกย้ำว่า ‘ความน่าเชื่อถือของการกำกับดูแล’ มีน้ำหนักต่อทั้งระบบมากเพียงใด
ความคิดเห็น
ในสายตาของผู้เล่นตลาด การถอนตัวของ ACI จึงไม่ใช่แค่ ‘การปิดองค์กรหนึ่งหน่วย’ แต่เป็นเหมือน ‘สัญญาณเตือน’ ต่อโครงสร้างความเชื่อมั่นของการกำกับดูแลใน เอฟเอฟ(AAVE) ทั้งระบบ การต่อสู้ระหว่างเป้าหมาย ‘เพิ่มทรัพยากรเพื่อพัฒนาโปรโตคอล’ กับความกังวลเรื่อง ‘อำนาจโหวตและผลประโยชน์ที่พันกันแน่น’ ทำให้เกิดคำถามสำคัญว่า เอฟเอฟ(AAVE) จะปรับเกณฑ์และมาตรฐาน ‘การกำกับดูแล’ ให้ละเอียดและโปร่งใสขึ้นอย่างไรในระยะถัดไป ซึ่งจะเป็นจุดโฟกัสที่นักลงทุนและชุมชนดีไฟจับตาอย่างใกล้ชิด
ความคิดเห็น 0