Back to top
  • 공유 แชร์
  • 인쇄 พิมพ์
  • 글자크기 ขนาดตัวอักษร
ลิงก์ถูกคัดลอกแล้ว

FATF ชี้โอนสเตเบิลคอยน์แบบ P2P ผ่านกระเป๋าเก็บเองเป็นจุดบอด AML แม้ธุรกรรมผิดกฎหมายยังไม่ถึง 1%

FATF ชี้โอนสเตเบิลคอยน์แบบ P2P ผ่านกระเป๋าเก็บเองเป็นจุดบอด AML แม้ธุรกรรมผิดกฎหมายยังไม่ถึง 1% / Tokenpost

คณะทำงานเฉพาะกิจเพื่อดำเนินมาตรการทางการเงิน(FATF) ระบุว่า ‘กระเป๋าเงินแบบเก็บเอง’ หรือ *เซลฟ์คัสโตดี* และการโอนแบบ P2P ระหว่างกระเป๋าเหล่านี้ กำลังกลายเป็น ‘จุดเปราะบาง’ สำคัญในระบบนิเวศ ‘สเตเบิลคอยน์’ เพราะสามารถโอนเงินได้โดยไม่ผ่าน ‘ตัวกลางที่ถูกกำกับ’ อย่างศูนย์ซื้อขายหรือผู้ให้บริการรับฝากสินทรัพย์ ส่งผลให้มาตรการป้องกันการฟอกเงิน(AML) และการติดตามธุรกรรมอาจหลวมตัวลง

ตามรายงานฉบับล่าสุดของ FATF ว่าด้วยสเตเบิลคอยน์ กระเป๋าเงินแบบไม่รับฝาก (Unhosted Wallet) และการซื้อขายแบบ P2P ระบุว่า การโอนสินทรัพย์ดิจิทัลระหว่างผู้ใช้ผ่านกระเป๋าเงินที่เก็บเอง สามารถเกิดขึ้น ‘นอกเหนือ’ การมองเห็นของผู้ให้บริการสินทรัพย์เสมือน(VASP) หรือสถาบันการเงินที่ต้องอยู่ภายใต้กฎเกณฑ์ AML อย่างเป็นทางการ กล่าวคือ ธุรกรรมไม่ได้ผ่านมือผู้เล่นที่มี “ภาระหน้าที่ด้านคอมพลายแอนซ์” ทำให้ขั้นตอนสำคัญอย่างการตรวจจับธุรกรรมผิดปกติ หรือการรายงานธุรกรรมน่าสงสัยต่อหน่วยงานรัฐอาจหายไปจากห่วงโซ่ธุรกรรม

FATF ชี้ว่า ‘สเตเบิลคอยน์’ กำลังขยายบทบาทจากเหรียญเพื่อเทรด ไปสู่การใช้งานจริงใน ‘การชำระเงิน’ และ ‘การโอนเงินข้ามพรมแดน’ อย่างรวดเร็ว เนื่องจากถูกออกแบบให้มีความผันผวนของราคา ‘ต่ำ’ จึงเหมาะกับการใช้งานด้านโอนและจ่ายเงิน แต่เมื่อขนาดตลาดและปริมาณการใช้งานขยายตัวมากขึ้น การเก็บข้อมูลและการกำกับดูแลก็ยิ่งทำได้ยาก โดยเฉพาะเมื่อธุรกรรมเกิดขึ้นระหว่างกระเป๋าที่ผู้ใช้ควบคุมเองโดยตรง

ด้วยเหตุนี้ FATF จึงแนะนำให้แต่ละประเทศหรือแต่ละเขตอำนาจศาล ประเมินความเสี่ยงที่เกิดจาก ‘โครงสร้างการจัดวาง (arrangement)’ ของสเตเบิลคอยน์ในพื้นที่ตนเอง และออกมาตรการบรรเทาความเสี่ยงที่ ‘ได้สัดส่วน (proportionate)’ กับระดับความเสี่ยงจริง แนวทางที่ถูกยกตัวอย่างเช่น การเพิ่มความเข้มงวดในการมอนิเตอร์ เมื่อกระเป๋าเก็บเองเชื่อมต่อหรือทำธุรกรรมกับศูนย์ซื้อขายคริปโตที่ถูกกำกับ รวมถึงการระบุให้ชัดเจนว่า ผู้ให้บริการที่เกี่ยวข้องกับการออกและการหมุนเวียนของสเตเบิลคอยน์ ต้องปฏิบัติตามกฎ ‘ป้องกันการฟอกเงิน(AML)’ และ ‘ต่อต้านการสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้าย(CFT)’ อย่างไร

‘การโอนสเตเบิลคอยน์แบบ P2P’ จึงถูกมองว่าเป็น ‘จุดบอดของกฎระเบียบ’ ที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ รายงานชี้ชัดว่าธุรกรรม P2P ผ่านกระเป๋าเก็บเองสามารถ ‘เลี่ยง’ กลไกตรวจสอบ AML ที่ปกติแล้วดำเนินการโดยตัวกลางที่ได้รับใบอนุญาต เมื่อผู้ใช้โอนกันโดยตรง ระดับการมองเห็นของผู้ให้บริการที่มีหน้าที่คอมพลาย เช่น VASP หรือธนาคาร จะลดลงโดยปริยาย ทำให้ความสามารถของภาครัฐในการจับธุรกรรมต้องสงสัยถูกจำกัดตามไปด้วย

อย่างไรก็ตาม FATF ก็ยอมรับข้อดีของ ‘บล็อกเชนสาธารณะ’ ที่ธุรกรรมทุกอย่างถูกบันทึก ‘ออนเชน’ และสามารถตรวจสอบย้อนหลังได้ ช่วยเพิ่มระดับ ‘การติดตาม (traceability)’ ของธุรกรรม ‘คำ’ ปัญหาคือ ที่อยู่กระเป๋ามักเป็นเพียงนามแฝง ไม่ได้เชื่อมโยงกับชื่อจริงโดยตรง ทำให้ขั้นตอน ‘การผูกโยง (attribution)’ ระหว่างที่อยู่กับตัวบุคคลจริงมีความซับซ้อนสูง กล่าวคือ แม้จะตามเส้นทางธุรกรรมได้ แต่การระบุตัวว่า “ใคร” อยู่เบื้องหลังธุรกรรมนั้นยังเป็นโจทย์ยากสำหรับหน่วยงานกำกับ

FATF ยังอ้างอิงข้อมูลจากบริษัทวิเคราะห์บล็อกเชนอย่าง เชนแอนาลิซิส(Chainalysis) ที่ประเมินว่ามูลค่าคริปโตที่ไหลเข้าสู่กระเป๋าที่ถูกจัดว่าเป็น ‘ที่อยู่ผิดกฎหมาย’ ในปี 2025 มีมูลค่าอย่างน้อย 154,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 225.47 ล้านล้านวอน) โดย ‘สเตเบิลคอยน์’ ครองสัดส่วนสูงถึง 84% ของปริมาณธุรกรรมผิดกฎหมายทั้งหมด ตัวเลขนี้สะท้อนว่าสเตเบิลคอยน์กำลังกลายเป็น ‘เครื่องมือหลัก’ ในการเคลื่อนย้ายเงินของอาชญากรในโลกคริปโต

แต่ในอีกด้าน เชนแอนาลิซิสระบุว่า หากดูสัดส่วนแล้ว ธุรกรรมผิดกฎหมายยังคิดเป็น ‘น้อยกว่า 1%’ ของปริมาณธุรกรรมออนเชนทั้งหมด หมายความว่า เมื่อขนาดตลาดคริปโตโดยรวมโตขึ้น ‘ตัวเลขรวมเชิงมูลค่า’ ของธุรกรรมผิดกฎหมายย่อมเพิ่มขึ้นตาม แต่ ‘สัดส่วน’ เมื่อเทียบกับการใช้งานรวมยังถือว่าอยู่ในระดับจำกัด

“ความคิดเห็น” ฝั่งอุตสาหกรรมมองว่า รายงานของ FATF ครั้งนี้ตอกย้ำเทรนด์ที่ ‘สเตเบิลคอยน์’ ถูกยอมรับมากขึ้นในฐานะโครงสร้างพื้นฐานสำหรับการชำระเงินและการโอนเงินทั่วโลก ขณะเดียวกันก็ฉายให้เห็นปัญหา ‘ช่องว่างกำกับดูแล’ จากกระเป๋าเก็บเองและการโอนแบบ P2P คำถามใหญ่คือจะออกแบบสมดุลระหว่าง ‘การติดตามได้’ กับ ‘ความเป็นส่วนตัว’ และระหว่าง ‘การเปิดพื้นที่ให้เกิดนวัตกรรม’ กับ ‘การกำกับดูแล’ อย่างไร เพราะคำตอบของสมดุลนี้จะเป็นตัวกำหนดทิศทาง ‘กฎเกณฑ์สเตเบิลคอยน์’ ในระยะถัดไปอย่างมีนัยสำคัญ

<ลิขสิทธิ์ ⓒ TokenPost ห้ามเผยแพร่หรือแจกจ่ายซ้ำโดยไม่ได้รับอนุญาต>

บทความที่มีคนดูมากที่สุด

ความคิดเห็น 0

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม

0/1000

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม
1