ริปเปิล(XRP) เริ่มต้นปีนี้ด้วยการพุ่งขึ้นไปแตะราว 2.40 ดอลลาร์ (ประมาณ 3,564 บาท) ก่อนจะเจอแรงขายหนักและร่วงลงมา ขณะที่ความพยายามรีบาวนด์ก็ถูกสกัดบริเวณ 1.65 ดอลลาร์ (ประมาณ 2,450 บาท) อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์บางรายยังมองว่า ‘ริปเปิล(XRP)’ มีโอกาส ‘ปรับตัวสูงขึ้นต่อ’ โดยชี้ไปที่การสะสมเหรียญของกลุ่มนักลงทุนรายใหญ่ (วาฬ), ปริมาณการใช้งานเครือข่ายริปเปิล เลเจอร์(XRP Ledger) ที่เพิ่มขึ้น และสัญญาณจากคู่เทรดริปเปิล/บิตคอยน์(XRP/BTC) ว่าเป็นปัจจัยสำคัญที่ต้องจับตา
บนแพลตฟอร์ม X (ชื่อเดิมคือทวิตเตอร์) นักวิเคราะห์รายหนึ่งที่ใช้ชื่อว่า CW ระบุว่า ปริมาณธุรกรรมบนเครือข่ายริปเปิล เลเจอร์ที่เร่งตัวขึ้นในช่วงนี้ เป็นสัญญาณเชิงบวกที่ไม่ควรมองข้าม โดยปกติในภาวะตลาดอ่อนตัวและบรรยากาศการลงทุนไม่แน่นอน นักลงทุนมักลดการซื้อขาย ทำให้ปริมาณธุรกรรมในเครือข่ายต่างๆ หดตัวลง แต่รอบนี้กลับเห็นรูปแบบตรงกันข้าม คือเครือข่ายมีการใช้งานเพิ่มขึ้น ซึ่งในอดีตเคยเกิดขึ้นก่อนที่ราคาจะเริ่มวิ่งแรง
CW ยังมองว่า ‘วาฬริปเปิล’ ยังคงมีบทบาทชัดเจนในระบบนิเวศของเหรียญ โดยระบุว่ากลุ่มนักลงทุนรายใหญ่ยังเดินหน้า ‘เก็บของ’ และเป็นผู้กำหนดทิศทางหลักของการซื้อขายริปเปิล(XRP) พร้อมอ้างว่า วาฬจำนวนหนึ่งกำลังสะสมเหรียญอย่างต่อเนื่องในโซนราคาต่ำกว่า 2.40 ดอลลาร์ ซึ่งสะท้อนมุมมองเชิงบวกต่อแนวโน้มในอนาคต
ในมุมมองของตลาด การที่วาฬทยอยซื้อสะสมถูกตีความเป็นสัญญาณ ‘เอนเอียงไปทางขาขึ้น’ เพราะการดูดซับอุปทานจำนวนมากอาจช่วยลดแรงขายระยะสั้น และยังมีนักลงทุนรายย่อยจำนวนไม่น้อยที่เลือกเดินตามการเคลื่อนไหวของวาฬ ‘ความคิดเห็น’ อย่างไรก็ดี การที่วาฬเข้าซื้อไม่ได้หมายความว่าราคาจะต้องพุ่งขึ้นทันที เพราะผลลัพธ์ยังขึ้นอยู่กับ ‘สภาพคล่องรวมของตลาดคริปโต’ และ ‘ความผันผวนของบิตคอยน์(BTC)’ ซึ่งสามารถกลบหรือเสริมแรงของสัญญาณจากฝั่งริปเปิล(XRP) ได้ตลอดเวลา
อีกด้านหนึ่ง นักวิเคราะห์อีกรายที่ใช้ชื่อว่า อีแกร็ก คริปโต(EGRAG CRYPTO) ได้เผยแพร่บทวิเคราะห์หัวข้อ ‘The Hidden Liquidity Cycle’ โดยเสนอให้จับตาคู่เทรดริปเปิล/บิตคอยน์(XRP/BTC) เป็นหลัก เพราะคู่เทรดนี้มักใช้วัด ‘การหมุนเวียนของเงินทุน (Rotation)’ จากบิตคอยน์(BTC) ไปสู่อัลท์คอยน์ เมื่อเม็ดเงินเริ่มไหลออกจากบิตคอยน์เข้าสู่เหรียญรองต่างๆ ในอดีตเคยมีหลายช่วงที่ริปเปิล(XRP) ปรับตัวขึ้นแรงตามวัฏจักรนี้
อีแกร็ก คริปโตอธิบายว่า บนกราฟราคาจะมีการแบ่งโซนสีเพื่อบอกสภาพของรอบตลาด โดยโซนสีเขียวหมายถึงช่วงที่ริปเปิล(XRP) ปรับตัวขึ้น ‘มากเกินไป’ เมื่อเทียบกับบิตคอยน์(BTC) จนมีโอกาสเข้าสู่เฟสปรับฐานหรือย่อตัวลง ขณะที่โซนสีแดงคือช่วง ‘สะสม’ ที่ราคาถูกกดลงมาจนเริ่มน่าสนใจสำหรับนักลงทุนระยะยาว และจากมุมมองของเขา ริปเปิล(XRP) ในรอบนี้ยังอยู่ในเขตสะสมเมื่อเทียบกับบิตคอยน์(BTC)
จุดชี้ขาดสำคัญอยู่ที่เส้นแนวต้านที่เขาเรียกว่า ‘Silver Line’ บนกราฟ XRP/BTC โดยอีแกร็ก คริปโตมองว่า หากริปเปิล/บิตคอยน์สามารถทะลุผ่านเส้นดังกล่าวบริเวณ 0.00003600 ซาโตชิ(SAT) ขึ้นไปได้อย่างชัดเจน มีโอกาสสูงที่ ‘รอบขาขึ้น’ จะเริ่มเดินหน้าอย่างจริงจัง ปัจจุบันคู่เทรด XRP/BTC ยังซื้อขายกันแถวบริเวณประมาณ 0.00002000 ซาโตชิ ซึ่งสะท้อนว่าราคายังอยู่ต่ำกว่าจุดที่เขามองว่าเป็นจุดเปลี่ยนรอบ
อย่างไรก็ตาม อีแกร็ก คริปโตเตือนว่า วัฏจักรสภาพคล่องของริปเปิล/บิตคอยน์(XRP/BTC) มักเคลื่อนตัวในเฟสยาวราว 7–8 ปี ทำให้ ‘การจุดติดของขาขึ้นรอบใหม่’ อาจไม่เกิดขึ้นเร็วอย่างที่หลายคนคาด และอาจยืดไปไกลกว่าปลายปี 2024 ก็เป็นได้
สุดท้ายแล้ว ทิศทางของริปเปิล(XRP) ระยะสั้นจะขึ้นอยู่กับว่า การสะสมของวาฬและสัญญาณจาก ‘การใช้งานเครือข่ายที่เพิ่มขึ้น’ จะกลายเป็นสัญญาณว่าราคากำลัง ‘สร้างฐาน’ ได้จริงหรือไม่ ขณะที่ในภาพระยะกลางถึงยาว จังหวะการเบรกจุดหมุนของคู่เทรดริปเปิล/บิตคอยน์(XRP/BTC) และการเริ่มต้น ‘การหมุนเวียนเม็ดเงิน’ จากบิตคอยน์สู่กลุ่มอัลท์คอยน์ จะเป็นตัวกำหนดว่า ‘ริปเปิล(XRP)’ จะกลับเข้าสู่รอบขาขึ้นขนาดใหญ่ได้มากน้อยแค่ไหน ‘ความคิดเห็น’ นักลงทุนจึงควรจับตาทั้งข้อมูลบนเชน, พฤติกรรมของวาฬ และความเคลื่อนไหวของบิตคอยน์(BTC) ควบคู่กันไปในการประเมินโอกาสและความเสี่ยงในรอบนี้
ความคิดเห็น 0