แพลตฟอร์มซื้อขายคริปโตสำหรับนักลงทุนสถาบันอย่าง ‘บูลลิช(Bullish·BLSH)’ กำลังกลายเป็นผู้เล่นที่น่าจับตาในตลาด ‘เทรดรวมศูนย์(CEX)’ หลังข้อมูลล่าสุดชี้ว่า บูลลิชขึ้นมาติด ‘ท็อป 3’ ปริมาณซื้อขายสปอตทั่วโลกครั้งแรกในเดือนกุมภาพันธ์ และ ‘แซง’ แพลตฟอร์มใหญ่จากสหรัฐอย่าง โคอินเบส(COIN) ได้สำเร็จ ท่ามกลางสภาพตลาดที่ภาพรวมการซื้อขายซบเซาลงอย่างชัดเจน
ตามรายงาน ‘Exchange Review เดือนกุมภาพันธ์’ จาก ‘โค인데스크 ดาต้า(CoinDesk Data)’ ปริมาณซื้อขายสปอตของบูลลิชในเดือนกุมภาพันธ์อยู่ที่ 7.6 หมื่นล้านดอลลาร์ (ราว 112.44 ล้านล้านวอน) เพิ่มขึ้นถึง 62.6% เมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า ถือเป็นระดับ ‘สูงสุด’ นับตั้งแต่เดือนตุลาคม 2025 เป็นต้นมา ส่งผลให้ส่วนแบ่งตลาดสปอตของบูลลิชขยับขึ้นมาอยู่ที่ 5.06% เพิ่มขึ้น 2.04 จุดเปอร์เซ็นต์ และทำให้แพลตฟอร์มรายนี้ก้าวขึ้นมาเป็น ‘อันดับ 3’ ของตลาดซื้อขายรวมศูนย์ในฝั่งสปอต
‘คำ’ จุดเปลี่ยนสำคัญอยู่ที่การขยายตัวของบูลลิชหลังเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์ก (NYSE) เมื่อปีที่ผ่านมา ซึ่งช่วยเพิ่มการรับรู้แบรนด์และความเชื่อมั่นในหมู่นักลงทุนสถาบัน ในสถิติรอบล่าสุด บูลลิชสามารถทำส่วนแบ่งตลาดสปอต 5.06% แซงหน้าโคอินเบสที่ทำได้ 4.59% ท่ามกลางภาวะที่ภาพรวมปริมาณซื้อขายในตลาดกำลัง ‘หดตัว’ การเปลี่ยนแปลงของอันดับในลักษณะนี้จึงไม่น่าจะเป็นเพียง ‘อานิสงส์จากคู่แข่งชะลอตัว’ เท่านั้น แต่สะท้อนว่ากลยุทธ์ดึงสภาพคล่องและกระตุ้นการเทรดของบูลลิช ‘เริ่มทำงาน’ ในระดับหนึ่งแล้ว
"ความคิดเห็น" สัญญาณนี้บอกชัดว่าตลาดกำลังเปิดพื้นที่ให้ผู้เล่นสถาบันสาย ‘นิวยอร์กสไตล์’ มากขึ้นในยุคที่การเข้าตลาดหลักทรัพย์กลายเป็นแต้มต่อด้านความน่าเชื่อถือ
อย่างไรก็ดี การเปลี่ยนมืออันดับในเดือนกุมภาพันธ์เกิดขึ้นในช่วงที่ภาพรวม ‘สภาพคล่อง’ บนตลาด CEX เย็นลงชัดเจน ตามข้อมูลของโค인데스크 ดาต้า ปริมาณซื้อขายรวมทั้ง ‘สปอต+อนุพันธ์’ บนแพลตฟอร์มรวมศูนย์ทั่วโลกในเดือนกุมภาพันธ์อยู่ที่ 5.61 ล้านล้านดอลลาร์ (ราว 8,299.99 ล้านล้านวอน) ลดลง 2.41% จากเดือนก่อนหน้า และถูกประเมินว่าเป็นระดับ ‘ต่ำสุด’ นับตั้งแต่เดือนตุลาคม 2024
ปัจจัยหลักที่ถูกหยิบมาพูดถึงคือ ‘คำ’ ภาวะ ‘ความผันผวนที่ลดลง’ ของเหรียญหลัก โดยเฉพาะ ‘บิตคอยน์(BTC)’ ที่แม้ช่วงต้นและปลายเดือนจะมีการเหวี่ยงแรง แต่ตลอดช่วงเวลาส่วนใหญ่ของเดือน ราคากลับเคลื่อนไหวในกรอบ 6–7 หมื่นดอลลาร์ (ประมาณ 88.77–103.52 ล้านวอน) ลักษณะ ‘กรอบแคบ’ หรือ ‘พักตัวในกรอบ (Sideway/Box)’ แบบนี้มักกดทับ ‘ดีมานด์เทรดสั้น’ เพราะนักเก็งกำไรระยะสั้นมีช่องทำกำไรลดลง ส่งผลให้ปริมาณซื้อขายสปอตบนตลาดส่วนใหญ่ถูก ‘ดึงเบรก’ ตามไปด้วย
ในเชิงตัวเลข ปริมาณซื้อขายสปอตเดือนกุมภาพันธ์อยู่ที่ 1.5 ล้านล้านดอลลาร์ (ราว 2,219.25 ล้านล้านวอน) ลดลง 3.01% จากเดือนมกราคม ขณะที่ฝั่ง ‘อนุพันธ์’ มีปริมาณซื้อขาย 4.11 ล้านล้านดอลลาร์ (ประมาณ 6,080.25 ล้านล้านวอน) ลดลง 2.41% เช่นกัน แต่ยังคงคิดเป็นสัดส่วน ‘73.2%’ ของปริมาณซื้อขายรวม ซึ่งตอกย้ำว่า ‘คำ’ ตลาดอนุพันธ์ยังเป็นศูนย์กลางหลักของการเทรดคริปโต ทั้งในมุมเก็งกำไรและการเฮดจ์ความเสี่ยง
"ความคิดเห็น" เมื่อความผันผวนหดตัว เทรดเดอร์มักถอยจากสปอตไปใช้อนุพันธ์เพื่อจัดการเลเวอเรจและต้นทุน ซึ่งยิ่งตอกย้ำว่าช่วงนี้เป็น ‘ตลาดมืออาชีพ’ มากกว่ากระแสเม่ารายย่อย
ด้านผู้นำตลาดอย่าง ‘ไบแนนซ์(Binance)’ ยังคงรักษาบัลลังก์อันดับ 1 ได้อย่างเด็ดขาด ปริมาณซื้อขายสปอตในเดือนกุมภาพันธ์สูงถึง 3,310 ล้านดอลลาร์ (ราว 489.61 ล้านล้านวอน) กวาดส่วนแบ่งตลาดราว 22% ยังคงเป็น ‘เบอร์หนึ่ง’ แบบทิ้งห่าง แต่ประเด็นสำคัญไม่ใช่ตัวเลขยอดรวม หากเป็น ‘คำ’ ระดับอิทธิพลของไบแนนซ์ที่ลดลงสู่ ‘จุดต่ำสุดรายเดือน’ นับตั้งแต่เดือนตุลาคม 2020 ซึ่งสะท้อนชัดว่า ‘แรงดูดสภาพคล่องแบบรวมศูนย์’ กำลังอ่อนตัวลง และปริมาณการเทรดเริ่ม ‘กระจาย’ ไปสู่แพลตฟอร์มคู่แข่งมากขึ้น
ท่ามกลางแนวโน้ม ‘การกระจายการเทรด’ นี้ การเร่งตัวของบูลลิชกลายเป็นตัวอย่างชัดว่า ‘ศึกชิงเทรดเดอร์’ กำลังเข้าสู่เฟสใหม่ แพลตฟอร์มต่างๆ พยายามฉวยจังหวะที่ปริมาณซื้อขายรวม ‘นิ่งหรือลดลง’ เพื่อแย่งฐานผู้ใช้ ผ่านกลยุทธ์ด้าน ‘คำ’ สภาพคล่อง (Liquidity), โปรโมชั่นและ ‘อินเซนทีฟเทรด’, ไปจนถึงการเปิดตัว ‘ผลิตภัณฑ์ใหม่’ ที่แตกต่างกันมากขึ้น
บางแพลตฟอร์มเดินเกมไกลถึงขั้น ‘จับมือกับตลาดหลักทรัพย์สหรัฐ’ เพื่อทดลองออกสินค้าในกลุ่ม ‘หลักทรัพย์โทเคนไอซ์ (Tokenized Securities)’ ที่ผสมระหว่างโลกหุ้นและบล็อกเชน ขณะที่อีกรุ่นเน้นพัฒนา ‘ตลาดคาดการณ์ (Prediction Market)’ และโครงสร้างผลิตภัณฑ์เชิงซ้อนเพื่อตอบโจทย์เทรดเดอร์กลุ่มเฉพาะทาง
"ความคิดเห็น" เมื่อดีมานด์กองใหญ่จากรายย่อยไม่ได้หลั่งไหลเข้ามาเหมือนรอบบูมก่อนๆ การสร้างผลิตภัณฑ์และโครงสร้างตลาดใหม่ๆ จึงกลายเป็น ‘เกมยืดลมหายใจ’ ของแพลตฟอร์มมากกว่าจะเป็นเพียงกิจกรรมเสริม
ภาพรวมแล้ว การเปลี่ยนอันดับของ ‘บูลลิช’ และ ‘โคอินเบส’ ในเดือนกุมภาพันธ์ ดูจะไม่ใช่แค่ ‘อีเวนต์ชั่วคราวหนึ่งเดือน’ แต่เป็น ‘คำ’ สแน็ปช็อตสำคัญที่สะท้อนให้เห็นว่า แต่ละแพลตฟอร์มรับมือกับสภาวะ ‘ตลาดผันผวนต่ำ’ อย่างไร บูลลิชแสดงให้เห็นถึงศักยภาพในการดึงสภาพคล่องแม้ในช่วงตลาดไม่คึกคัก ขณะที่ ‘โคอินเบส’ ในฐานะผู้เล่นใหญ่ฝั่งสหรัฐ ต้องพิสูจน์ ‘หมัดสวน’ ในรอบถัดไปว่ามีเครื่องมืออะไรจะดึงส่วนแบ่งคืน
สุดท้าย สายตาของอุตสาหกรรมกำลังจับจ้องว่า เมื่อ ‘ตลาดกลับมามีทิศทางชัด’ และความผันผวนเร่งตัวอีกครั้ง ส่วนแบ่งของบูลลิชจะสามารถ ‘ยืนระยะ’ และเดินหน้าต่อจนกลายเป็นเทรนด์ถาวรได้หรือไม่ หรือผู้เล่นสายดั้งเดิมอย่างโคอินเบสพร้อมจะเปิดเกมรุกใหม่เพื่อทวงคืนตำแหน่ง ‘คำ’ ในศึกชิงสภาพคล่องรอบถัดไป
ความคิดเห็น 0