บล็อก ร็อกเปิดตัว ETF อีเธอเรียมแบบสปอตตัวใหม่ ‘ETHB’ ที่มาพร้อมฟังก์ชัน ‘สเตกกิ้ง’ สำหรับสร้างรายได้เพิ่มจากอีเธอเรียม(ETH) ภายใต้โครงสร้างกองทุน ETF ทางฝั่งสถาบัน ถือเป็นครั้งแรกที่โมเดล ‘อีเธอเรียม สเตกกิ้ง’ ถูกผูกเข้ากับผลิตภัณฑ์ลงทุนหลักของตลาดทุนขนาดใหญ่ ส่งผลให้ตลาดคริปโตและนักลงทุนสถาบันจับตาอย่างใกล้ชิด
เมื่อวันที่ 12 มีนาคม (เวลาท้องถิ่น) บล็อก ร็อกเผยแพร่แถลงการณ์ระบุว่า ได้นำ ‘ไอแชร์ส สเตกด์ อีเธอเรียม ทรัสต์ ETF (iShares Staked Ethereum Trust ETF)’ เข้าจดทะเบียนซื้อขายในตลาดแนสแด็ก โดยใช้ตัวย่อว่า ‘ETHB’ กองทุนนี้เป็นคริปโต ETF แบบสปอตตัวที่สามของบล็อก ร็อก และเป็น ‘ETF ตัวแรกของบริษัทที่ใส่โครงสร้างสเตกกิ้ง’ เข้ามาในตัวผลิตภัณฑ์
โครงสร้างของ ‘ETHB’ คือกองทุนจะนำอีเธอเรียม(ETH) บางส่วนที่ถืออยู่ไปทำ ‘สเตกกิ้ง’ บนเครือข่าย เพื่อสร้างรายได้เพิ่มเติมจากรางวัลสเตกกิ้ง นอกเหนือจากผลตอบแทนด้านราคา การดูแลสินทรัพย์อีเธอเรียมจะใช้บริการของ ‘คอยน์เบส ไพรม์(Coinbase Prime)’ ซึ่งคาดว่าจะเป็นผู้ให้บริการด้าน ‘สเตกกิ้ง’ ให้กับกองทุนไปพร้อมกัน
บล็อก ร็อกเริ่มเดินหมากเรื่อง ETF ที่ใส่ฟังก์ชันสเตกกิ้งมาตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนปีก่อน โดยได้ยื่นจดทะเบียนกองทุนอีเธอเรียม ETF เวอร์ชันสเตกกิ้งต่อหน่วยงานกำกับแล้ว การเคลื่อนไหวนี้เกิดขึ้นราว 4 เดือนหลังจากที่คณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์สหรัฐ(SEC) ส่งสัญญาณว่าจะ *พิจารณาเปิดทาง* ให้ ETF อีเธอเรียมใส่ฟีเจอร์สเตกกิ้งได้ ซึ่งถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญสำหรับผลิตภัณฑ์ลงทุนสายคริปโต
อย่างไรก็ตาม ‘ETHB’ ไม่ใช่ ETF อีเธอเรียมแบบสเตกกิ้งตัวแรกของตลาดสหรัฐ ก่อนหน้านั้น REX-Osprey ได้ออกกองทุน ‘ESK’ เมื่อเดือนกันยายน 2025 พร้อมปักธงเป็น ‘สเตกกิ้ง อีเธอเรียม ETF ตัวแรกของสหรัฐ’ ขณะเดียวกัน เกรย์สเกล(Grayscale) ก็เพิ่มฟังก์ชันสเตกกิ้งให้กับผลิตภัณฑ์ลงทุนในอีเธอเรียม(ETH) และโซลานา(SOL) ตั้งแต่เดือนตุลาคมปีที่แล้ว
กระแส ‘ETF + สเตกกิ้ง’ ไม่ได้เพิ่งเกิดขึ้นในปีนี้ แต่เริ่มเป็นรูปเป็นร่างตั้งแต่ปีที่ผ่านมาแล้ว เมื่อเดือนมีนาคม 2025 ตลาดซื้อขายออปชันชิคาโก(Cboe) เคยยื่นข้อเสนออย่างเป็นทางการในการเพิ่มฟังก์ชัน ‘สเตกกิ้ง’ เข้ากับ ETF อีเธอเรียมเดิมที่จดทะเบียนอยู่บนกระดาน จุดนี้เองที่กลายเป็นชนวนให้เกิดการถกเถียงและออกแบบโครงสร้างผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ในกลุ่มผู้จัดการกองทุน
ปัจจุบัน บล็อก ร็อกคือผู้ออกกองทุนที่ถือเม็ดเงินลงทุนฝั่งคริปโต ETF มากที่สุดในสหรัฐ โดยเฉพาะในตลาดอีเธอเรียม ETF ล่าสุดกองทุนอีเธอเรียมสปอต ‘ETHA’ ของบล็อก ร็อกมีมูลค่าสินทรัพย์สุทธิราว 6.6 พันล้านดอลลาร์ (ประมาณ 9.83 แสนล้านวอน) ณ วันที่ 11 มีนาคม คิดเป็นส่วนแบ่งมากกว่าครึ่งของตลาดอีเธอเรียม ETF สหรัฐทั้งหมด ซึ่งมีขนาดรวมราว 1.185 หมื่นล้านดอลลาร์
ในฝั่งบิตคอยน์(BTC) บล็อก ร็อกก็ครองส่วนแบ่งแบบ ‘ทิ้งห่าง’ เช่นกัน กองทุนบิตคอยน์สปอต ‘ไอแชร์ส บิตคอยน์ ทรัสต์(IBIT)’ มีมูลค่าสินทรัพย์ภายใต้การบริหารราว 5.5 หมื่นล้านดอลลาร์ คิดเป็นมากกว่าครึ่งหนึ่งของมูลค่ารวมกองทุนบิตคอยน์สปอตในสหรัฐที่อยู่ราว 9.089 หมื่นล้านดอลลาร์
ด้านกระแสเงินลงทุนในอีเธอเรียม ETF ก็เริ่มมีสัญญาณฟื้นตัว หลังจากเผชิญภาวะ ‘เงินไหลออก’ ติดต่อกันหลายวัน ตลาดกลับมาบันทึก ‘เงินไหลเข้า’ ต่อเนื่อง 2 วันหลังสุด โดยเฉพาะวันที่ 11 มีนาคม เพียงวันเดียวมีเงินใหม่ไหลเข้าสู่กองทุนอีเธอเรียม ETF รวมราว 57 ล้านดอลลาร์
ส่วนด้าน ‘ราคา’ ของอีเธอเรียมยังเคลื่อนไหวในกรอบจำกัด ณ ช่วงเวลาจัดทำบทความ อีเธอเรียมซื้อขายอยู่บริเวณ 2,060 ดอลลาร์ต่อเหรียญ แต่ในมุมของ ‘การมีส่วนร่วมในเครือข่าย’ กลับเดินหน้าเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ข้อมูล ณ วันที่ 11 มีนาคมระบุว่า ปริมาณอีเธอเรียมที่ถูกนำไปสเตกกิ้งบนเครือข่ายพุ่งทะลุ 37.6 ล้าน ETH ทำสถิติสูงสุดตลอดกาล
‘ความคิดเห็น’ นักวิเคราะห์บางส่วนมองว่า การมาถึงของ ETF ที่มีฟังก์ชันสเตกกิ้งในตัวอย่าง ‘ETHB’ อาจเปลี่ยนรูปแบบการเข้าถึงสินทรัพย์ดิจิทัลของนักลงทุนสถาบัน จากเดิมที่เน้นเพียงการรับความเคลื่อนไหวของราคา มาเป็นการออกแบบพอร์ตที่เก็บทั้ง ‘อีเธอเรียม’ และ ‘รายได้จากเครือข่าย’ ไปพร้อมกัน หากโมเดลนี้ได้รับการยอมรับในวงกว้าง อาจกลายเป็นมาตรฐานใหม่ของผลิตภัณฑ์ ETF ด้านคริปโตในระยะต่อไป
ความคิดเห็น 0