เมื่อวันที่ 17 (เวลาท้องถิ่น) บริษัทยักษ์ใหญ่ทางการเงินของโลกอย่าง แบล็คร็อค(BlackRock) ได้เปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่อย่าง ‘อีเธอเรียมสเตกกิ้ง ETF(ETHB)’ ซึ่งได้รับการประเมินว่าเป็นการนำเสนอโมเดลการเงินใหม่ให้แก่นักลงทุนสถาบันในการใช้ ‘สเตกกิ้ง’ เพื่อสร้างรายได้เพิ่มเติมจากสินทรัพย์คริปโต ตามที่เมกซิเวนเจอร์รายงาน ETHB มีโครงสร้างที่นำ ‘อีเธอเรียม’ 70-90% ภายในกองทุน ไปทำการสเตกกิ้งกับเครือข่ายเพื่อให้ได้ทั้งผลตอบแทนจากการตรวจสอบเครือข่ายและการเปลี่ยนแปลงราคาของสินทรัพย์
ETHB ซึ่งเป็นอีเธอเรียม ETF ใหม่นี้เปิดตัวภายใต้แบล็คร็อค iShares ecosystem ไม่ได้มีเพียงการเก็บรักษาอีเธอเรียม แต่ยังแต่ทำหน้าที่เหมือนสินทรัพย์ที่ใช้งานได้สร้างกระแสเงินสดอีกด้วย ในขณะที่ ETF อีเธอเรียมแบบเดิมจะพึงพาราคาตลาดที่ขึ้นลงเชิงเดียวกัน ETHB นำระบบสเตกกิ้งมาใช้เพื่อให้ได้ผลตอบแทนเชิงซับซ้อนมากยิ่งขึ้น โครงสร้างใหม่นี้ถูกเห็นว่าเป็นการสร้างรายได้ที่มั่นคงให้กับนักลงทุนที่ใช้การสะสมรายได้หรือการจ่ายเงินปันผล เมกซิเวนเจอร์วิเคราะห์ ว่าสิ่งนี้สามารถให้รายได้ที่มั่นคงได้
พันธบัตรสเตกกิ้งนั้นประกอบด้วยสัดส่วนสเตกกิ้งที่ 70-90% ของอีเธอเรียมในกองทุน อัตราผลตอบแทนจากการบล็อกและค่าธรรมเนียมการซื้อขายนั้นประมาณ 82% จะแจกจ่ายให้กับนักลงทุนใน ETF นี้ โดยยอดรายได้จะสะสมไปยังมูลค่าทรัพย์สินสุทธิหรือจะจ่ายเป็นงวดเหมือนกับ ETF ที่จ่ายเงินปันผลได้แบบปกติ. แบล็คร็อคได้ใช้กลยุทธ์การลดค่าธรรมเนียมเพื่อเพิ่มการลงทุนในระยะเริ่มต้น ซึ่งเป็นกลยุทธ์ทั่วไปในอุตสาหกรรม ETF เพื่อครองส่วนแบ่งตลาดอย่างรวดเร็ว
การเปิดตัว ETF ที่รวมสเตกกิ้งนั้นถูกวิเคราะห์ว่าอาจนำไปสู่การเพิ่มความต้องการอีเธอเรียมในด้านจริง การลดการจัดหาผ่านการโยนให้มีผลต่อพอร์ตการเงินทั่วโลก เมกซิเวนเจอร์ยังมองว่า นี่เป็นโอกาสที่อีเธอเรียมจะก้าวขึ้นเป็นสินทรัพย์ที่สร้างรายได้ในพอร์ตการเงินทั่วโลก และการเปิดตัว ETHB ของแบล็คร็อคยังแสดงถึงการเปลี่ยนผ่านของสินทรัพย์คริปโตเข้าสู่โมเดลการลงทุนแบบดั้งเดิมที่สร้างรายได้เป็นระยะอีกด้วย ซึ่งในระยะยาวสามารถลดปริมาณการหมุนเวียนของอีเธอเรียมในตลาดและกระตุ้นการเข้าสู่ของเงินทุนจากสถาบันได้
ความคิดเห็น 0