Back to top
  • 공유 แชร์
  • 인쇄 พิมพ์
  • 글자크기 ขนาดตัวอักษร
ลิงก์ถูกคัดลอกแล้ว

DOJ จับมือ CFTC ฟ้องศาลกลาง หนุนคัลชี(Kalshi) ชิงสิทธิ์กำกับ ‘ตลาดคาดการณ์’ จากกฎหมายพนันมลรัฐ

กระทรวงยุติธรรมสหรัฐ(DOJ) และคณะกรรมการกำกับการซื้อขายสินค้าโภคภัณฑ์ล่วงหน้า(CFTC) ร่วมกันยื่นคำร้องต่อศาลรัฐบาลกลาง ขอให้ศาลสั่งห้ามรัฐแอริโซนาใช้กฎหมายพนันของรัฐเข้าควบคุมสัญญา ‘อีเวนต์คอนแทรกต์’ บนแพลตฟอร์มคัลชี(Kalshi) โดยมองว่าตลาด ‘คัลชี’ และแพลตฟอร์ม ‘ตลาดคาดการณ์ (Prediction Market)’ ที่อยู่ภายใต้กำกับดูแลของรัฐบาลกลางควรได้รับความคุ้มครองตามกฎหมายสินค้าโภคภัณฑ์ มากกว่าจะถูกตีความเป็นการพนันภายใต้กฎหมายท้องถิ่นของแต่ละรัฐ

เมื่อวันพุธ (เวลาท้องถิ่น) DOJ และ CFTC ระบุในเอกสารยื่นต่อศาลว่า สัญญาอีเวนต์ที่จดทะเบียนซื้อขายบนแพลตฟอร์มซึ่งได้รับการกำกับดูแลจากรัฐบาลกลางอย่างคัลชี เข้าข่ายเป็น ‘สวอป (Swap)’ ตามกฎหมายสินค้าโภคภัณฑ์ (Commodity Exchange Act) จึงอยู่ในอำนาจกำกับดูแลแต่เพียงผู้เดียวของ CFTC ‘ไม่ใช่’ หน่วยงานกำกับดูแลการพนันของมลรัฐ การที่แอริโซนาจะบังคับใช้กฎหมายพนันของรัฐกับตลาดเหล่านี้ จึงถูกมองว่าเป็นการแทรกแซงต่อระเบียบตลาดคาดการณ์ที่กฎหมายระดับสหพันธรัฐมอบอำนาจไว้ให้หน่วยงานกลางโดยตรง

หากศาลรัฐบาลกลางรับคำร้องดังกล่าว รัฐแอริโซนาจะไม่สามารถใช้กฎหมายพนันของตนเองไปบังคับใช้กับแพลตฟอร์มตลาดคาดการณ์ที่อยู่ภายใต้กำกับดูแลของรัฐบาลกลาง เช่น ‘คัลชี’ ได้อีกต่อไป อย่างไรก็ตาม คดีอาญาที่เกี่ยวข้องกับคัลชียังเดินหน้าต่อ โดยกระบวนการไต่สวนคำให้การเบื้องต้นในการฟ้องคดีอาญา (arraignment) ถูกกำหนดไว้ในวันที่ 13 เมษายน ทำให้แนวโน้มคือข้อพิพาทด้านกฎหมายระหว่างรัฐบาลกลางและมลรัฐจะยังคงยืดเยื้อต่อไป

ฝั่งมลรัฐแอริโซนา คริส เมย์ส์ อัยการสูงสุดของรัฐ ยื่นฟ้องผู้ให้บริการคัลชีอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 17 มีนาคม โดยกล่าวหาว่าบริษัทดำเนินธุรกิจ “การพนันที่ไม่ได้รับใบอนุญาต” ภายในรัฐแอริโซนา รวมถึงมีการเสนอ “การเดิมพันที่ผิดกฎหมาย” กับเหตุการณ์การเมืองสำคัญอย่างการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐด้วย ด้านคัลชี ‘ปฏิเสธอย่างแข็งขัน’ ต่อข้อกล่าวหาดังกล่าว โดยทาเร็ก มานซูร์ ผู้ร่วมก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร(CEO) ของคัลชี ระบุว่าการดำเนินคดีนี้เป็นมาตรการที่ “เกินกว่าเหตุอย่างสิ้นเชิง” และยืนยันว่า “นี่ไม่ใช่ปัญหาการพนัน” แต่เป็นการซื้อขายสัญญาเชิงข้อมูลภายใต้กรอบกฎหมายตลาดการเงิน ความขัดแย้งจึงไม่ได้เป็นเพียงข้อพิพาทเชิงธุรกิจ แต่กลายเป็นศึกชิง ‘อำนาจกำกับดูแล’ ระหว่างรัฐบาลกลางกับมลรัฐอย่างชัดเจน

‘ตลาดคาดการณ์’ อย่างคัลชีกำลังถูกจับตามองในฐานะคดีตัวอย่างสำคัญ ที่จะชี้ชัดว่าสัญญาอีเวนต์ในลักษณะนี้ควรอยู่ภายใต้กฎหมายสินค้าโภคภัณฑ์ในระดับรัฐบาลกลาง หรือจะต้องปฏิบัติตามกรอบการกำกับดูแลการเดิมพันและการพนันของแต่ละมลรัฐ CFTC และ DOJ ได้เดินกลยุทธ์ทางกฎหมายเชิงรุกอย่างต่อเนื่อง โดยเมื่อวันที่ 2 เมษายน ทั้งสองหน่วยงานยื่นฟ้องหน่วยงานกำกับดูแลเกมและการพนันของรัฐอิลลินอยส์ คอนเนตทิคัต และแอริโซนา แยกเป็น 3 คดี พร้อมยืนยัน ‘ตรรกะเดียวกัน’ ว่าแพลตฟอร์มตลาดคาดการณ์ที่ได้รับอนุญาตในระดับรัฐบาลกลางต้องอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของ CFTC แต่เพียงผู้เดียว

รายงานระบุว่าปัจจุบันมีอย่างน้อย 11 มลรัฐในสหรัฐที่ออกมาตรการทางกฎหมายหรือการบังคับใช้ต่อแพลตฟอร์ม ‘ตลาดคาดการณ์’ แล้ว ขณะที่ ‘ความร้อนแรง’ ของตลาดก็เพิ่มขึ้นตามสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ โดยเฉพาะความตึงเครียดทางทหารระหว่างสหรัฐ อิหร่าน และอิสราเอล ที่ผลักดันให้ปริมาณซื้อขายบนแพลตฟอร์มต่างๆ เพิ่มสูงขึ้น ‘โพลีมาร์เก็ต(Polymarket)’ ซึ่งเป็นตลาดคาดการณ์บนบล็อกเชน ถูกจับตาเป็นพิเศษ หลังมีผู้ใช้งานบางรายถูกตั้งข้อสงสัยว่าอาจเข้าถึงข้อมูลวงใน (insider information) ก่อนวางเดิมพันในตลาดที่เกี่ยวกับความขัดแย้งทางทหารและการเมืองระหว่างประเทศ ทำให้เกิด ‘ข้อถกเถียงใหม่’ ว่าตลาดคาดการณ์กำลังเข้าใกล้เขตแดนของการใช้ข้อมูลภายในแบบเดียวกับตลาดทุนกระแสหลักหรือไม่

ด้านการเมืองในกรุงวอชิงตันก็เริ่มขยับเพื่อตอบสนองต่อกระแส ‘ตลาดคาดการณ์’ เช่นกัน โดยแอดัม ชิฟฟ์ สมาชิกวุฒิสภาสังกัดพรรคเดโมแครต กำลังผลักดันร่างกฎหมายที่มีเป้าห้าม ‘ตลาดคาดการณ์’ สำหรับเหตุการณ์เกี่ยวกับสงคราม การเสียชีวิต และการก่อการร้ายโดยเฉพาะ ‘คำถามใหญ่’ ที่กำลังถูกโยนเข้าสู่สภาคองเกรสก็คือ ตลาดคาดการณ์ควรถูกมองเป็น ‘เครื่องมือทางการเงินแบบเน้นข้อมูล’ ที่ช่วยสะท้อนความคาดการณ์ของสังคมได้อย่างมีประสิทธิภาพ หรือแท้จริงแล้วเป็นเพียง ‘การพนันรูปแบบใหม่’ ที่สร้างแรงจูงใจให้ประชาชนแสวงหาผลประโยชน์ทางการเงินจากเหตุการณ์เลวร้ายในโลกจริง

‘ความคิดเห็น’ การเคลื่อนไหวล่าสุดของ DOJ และ CFTC ต่อคัลชี จึงมีน้ำหนักมากกว่าคดีของบริษัทเดียว เพราะหากศาลตัดสินสนับสนุนท่าทีของหน่วยงานรัฐบาลกลาง นั่นจะเท่ากับการยืนยันว่า ‘ตลาดคาดการณ์’ อยู่ใต้ร่มกฎหมายสินค้าโภคภัณฑ์และการกำกับของ CFTC เป็นหลัก ไม่ใช่กฎหมายพนันของมลรัฐ ผลลัพธ์ดังกล่าวสามารถเร่งให้ ‘อุตสาหกรรมตลาดคาดการณ์’ ขยายตัวเร็วขึ้น และช่วยยกระดับความเชื่อมั่นของนักลงทุนสถาบันที่เริ่มมองตลาดนี้เป็นสินทรัพย์ทางเลือกที่มีสภาพคล่องสูง แต่ในทางกลับกัน หากศาลเปิดช่องให้มลรัฐใช้กฎหมายพนันเข้าควบคุมแพลตฟอร์มเหล่านี้ได้อย่างกว้างขวาง ก็อาจทำให้โครงสร้างกฎเกณฑ์แตกเป็น ‘โมเดล 50 รัฐ 50 กฎ’ กระทบต่อทั้งความเชื่อมั่นของผู้ใช้งานและความสามารถในการนำนวัตกรรมทางการเงิน เช่น สัญญาอีเวนต์บนบล็อกเชน เข้าสู่ตลาดสหรัฐในระยะยาว

<ลิขสิทธิ์ ⓒ TokenPost ห้ามเผยแพร่หรือแจกจ่ายซ้ำโดยไม่ได้รับอนุญาต>

บทความที่มีคนดูมากที่สุด

บทความที่เกี่ยวข้อง

ความคิดเห็น 0

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม

0/1000

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม
1