Back to top
  • 공유 แชร์
  • 인쇄 พิมพ์
  • 글자크기 ขนาดตัวอักษร
ลิงก์ถูกคัดลอกแล้ว

ภูฐานเทขายบิตคอยน์(BTC) กว่า 70% เหลือถือครอง 3,654BTC สั่นคลอนยุทธศาสตร์ ‘กรีนบิตคอยน์’ ระดับชาติ

ภูฐานลดการถือครอง ‘บิตคอยน์(BTC)’ เหลือ 3,654BTC หลังเทขายต่อเนื่อง

ภูฐานเดินหน้าขาย ‘บิตคอยน์(BTC)’ จากกระเป๋าเงินที่เชื่อมโยงกับรัฐบาลอย่างต่อเนื่อง ทำให้ปริมาณการถือครองทรัพย์สินดิจิทัลระดับชาติร่วงลงเร็วผิดปกติ หลังมีการเคลื่อนย้ายครั้งใหญ่ตั้งแต่ปลายปีก่อน จนแผน ‘ยุทธศาสตร์บิตคอยน์ระดับชาติ’ ของภูฐานเริ่มถูกตั้งคำถาม

จากข้อมูลของแพลตฟอร์มวิเคราะห์ ‘อาร์คแฮม อินเทลลิเจนซ์(Arkham Intelligence)’ เมื่อวันพฤหัสบดี กระเป๋าเงินที่ถูกจัดประเภทว่าเกี่ยวข้องกับรัฐบาลราชอาณาจักรภูฐานและบริษัทลงทุน ดรุค โฮลดิงแอนด์อินเวสต์เมนต์(Druk Holding & Investment) ได้โอนบิตคอยน์ออกไปราว 319บิตคอยน์ มูลค่าประมาณ 22.68ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 335억원 (คำนวณจากอัตราแลกเปลี่ยน 1ดอลลาร์สหรัฐ เท่ากับ 1,481.40วอน) ส่งผลให้ยอด ‘บิตคอยน์ไหลออก’ จากกระเป๋าเงินกลุ่มนี้นับตั้งแต่ปลายตุลาคม 2024 สะสมเกิน 9,000BTC แล้ว

แรงขายระยะหลังยิ่งเด่นชัดขึ้น ในช่วงเดือนมีนาคมเพียงเดือนเดียว กระเป๋าเงินที่ติดแท็กภูฐานมีการเคลื่อนย้ายรวม 1,667BTC คิดเป็นมูลค่าราว 120ล้านดอลลาร์สหรัฐ อ้างอิงแดชบอร์ดติดตามของอาร์คแฮม อินเทลลิเจนซ์ ระบุว่าปริมาณการถือครอง ‘บิตคอยน์(BTC)’ ของภูฐานลดลงจากราว 13,000BTC ช่วงปลายปี 2024 เหลือเพียง 3,654BTC ในเดือนเมษายน หมายถึงการลดลงกว่า 70% ของการถือครองทั้งหมดในเวลาไม่กี่เดือน

‘กรีนบิตคอยน์’ ของภูฐาน เดินสวนทางกับกระแสขาย

ตลอดหลายปีที่ผ่านมา ภูฐานสร้างภาพลักษณ์ประเทศผู้ถือ ‘กรีนบิตคอยน์’ ด้วยการใช้พลังงานน้ำจากเขื่อนไฟฟ้าพลังน้ำภายในประเทศมาขับเคลื่อนการขุด ‘บิตคอยน์(BTC)’ เปลี่ยนไฟฟ้าส่วนเกินจากการขายพลังงาน มาเป็นสินทรัพย์ดิจิทัลที่สร้างผลตอบแทนระยะยาว แนวคิดนี้ถูกวางเป็นแกนหลักของ ‘เศรษฐกิจกรีนบิตคอยน์’ ที่เน้นใช้ทรัพยากรสะอาดสร้างรายได้ใหม่

รัฐบาลภูฐานยังเคยย้ำว่า การขุดด้วยไฟฟ้าพลังน้ำซึ่งปล่อยคาร์บอนต่ำ สามารถสอดคล้องกับเกณฑ์ด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (ESG) ทำให้ ‘บิตคอยน์(BTC)’ ที่ได้จากกระบวนการดังกล่าวถูกมองเป็น ‘สินทรัพย์สะอาด’ เมื่อเทียบกับบิตคอยน์ที่ขุดด้วยพลังงานจากฟอสซิลในหลายประเทศ

อย่างไรก็ตาม การเคลื่อนย้ายและขายบิตคอยน์รอบล่าสุดดูจะสวนทางกับภาพลักษณ์และทิศทางเดิมของภูฐานอย่างชัดเจน ภูฐานยังไม่ได้ออกมาชี้แจงต่อสาธารณะว่าเหตุใดจึงลดการถือครองอย่างรวดเร็ว แต่ อาร์คแฮม อินเทลลิเจนซ์ ระบุว่าการระบุป้ายกำกับกระเป๋าเงินและรูปแบบธุรกรรมบ่งชี้ได้ว่าการโอนส่วนใหญ่เกี่ยวข้องกับรัฐบาลและ ดรุค โฮลดิงแอนด์อินเวสต์เมนต์

จากข้อมูลการติดตามแบบเปิด ภูฐานยังคงเป็นหนึ่งในประเทศที่ถือ ‘บิตคอยน์(BTC)’ มากที่สุดในโลก อยู่ในอันดับที่ห้า รองจากสหรัฐอเมริกา, สหราชอาณาจักร, เอลซัลวาดอร์ และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ แต่การลดลงกว่า 70% ภายในไม่กี่เดือนทำให้นักลงทุนจับตาท่าทีครั้งต่อไปอย่างใกล้ชิด

ตอนนี้นักวิเคราะห์ยังถกเถียงกันอยู่ว่า การขายบิตคอยน์ของภูฐานเป็นเพียง ‘การทำกำไร’ ตามรอบตลาด หรือเป็นส่วนหนึ่งของ ‘การปรับพอร์ตสินทรัพย์ดิจิทัล’ ให้เข้ากับยุทธศาสตร์เศรษฐกิจใหม่ของประเทศ ‘ความคิดเห็น’ หากมองในมุมการบริหารความเสี่ยง รัฐอาจเลือกลดการพึ่งพาบิตคอยน์เพียงสินทรัพย์เดียว แล้วนำเงินไปต่อยอดโครงการโครงสร้างพื้นฐานหรือเทคโนโลยีอื่นที่ให้ผลตอบแทนระยะยาวมั่นคงกว่า

สิ่งที่ทำให้ตลาดจับตาเป็นพิเศษคือ ภูฐานเคยประกาศ ‘คำมั่นพัฒนาบิตคอยน์’ ว่าจะนำ ‘บิตคอยน์(BTC)’ สูงสุด 10,000BTC มาสนับสนุนการพัฒนาโครงการเมือง เกเลฟ มายด์ฟูลเนส ซิตี (Gelephu Mindfulness City) ภายในเดือนธันวาคม 2025 การเทขายบิตคอยน์รอบนี้จึงถูกตีความว่าอาจเป็น ‘สัญญาณเชิงยุทธศาสตร์’ ว่าภูฐานกำลังจัดระเบียบการบริหารสินทรัพย์ดิจิทัลใหม่ ว่าจะถือบิตคอยน์ในระดับใด ใช้เพื่อการพัฒนาประเทศอย่างไร และจะรักษาสมดุลระหว่าง ‘เศรษฐกิจกรีนบิตคอยน์’ กับเสถียรภาพการคลังของชาติในอนาคตอย่างไร

เมื่อการถือครอง ‘บิตคอยน์(BTC)’ ของภูฐานลดลงเหลือเพียง 3,654BTC ตลาดจะยังคงจับตาการเคลื่อนไหวของรัฐบาลต่อไป ว่าจะกลับมาสะสมเพิ่มหรือเดินหน้าลดการถือครองต่อ ซึ่งจะสะท้อนท่าทีของหนึ่งในประเทศที่ถูกยกให้เป็นโมเดล ‘กรีนบิตคอยน์’ ที่สำคัญของโลกอย่างชัดเจน

<ลิขสิทธิ์ ⓒ TokenPost ห้ามเผยแพร่หรือแจกจ่ายซ้ำโดยไม่ได้รับอนุญาต>

บทความที่มีคนดูมากที่สุด

บทความที่เกี่ยวข้อง

ความคิดเห็น 0

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม

0/1000

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม
1