‘원화’(KRW) 기반 거래가 글로벌 ‘암호화폐’ 현물 거래량의 30%를 차지하며, 한국이 미국 달러화 시장에 이어 세계 2위 법정화폐-암호화폐 거래 허브로 올라섰다는 분석이 나왔다. 카이코 리서치는 한국 시장이 업비트와 빗썸에 거래가 집중된 구조, ‘알트코인’ 편중, 상대적으로 얕은 시장 깊이를 함께 보이고 있다고 진단했다. 특히 2026년 4월 도입된 실시간 리스크 관리 모니터링 규제가 이런 구조적 특징에 대응하는 중요한 전환점이 될 수 있다고 봤다.
เมื่อวันที่ 24 (เวลาท้องถิ่น) ตามรายงานของ 카이코 리서치(Kaiko Research) และการวิเคราะห์ของ 로렌스 프라우센(Laurens Fraussen) ระบุว่า 한국은 인구 5200만 명 규모에도 2021년부터 2026년까지 월평균 약 1340억 달러의 암호화폐 거래량을 기록했다. รายงานมองว่า ปัจจัยหนุนมาจากอัตราการใช้สมาร์ตโฟนที่สูงกว่า 95%, โครงสร้างพื้นฐานการชำระเงินดิจิทัลที่พัฒนาแล้ว, ข้อจำกัดด้านการเคลื่อนย้ายเงินทุนไปต่างประเทศ และการยอมรับการลงทุนในคริปโตที่สูงในสังคมเกาหลีใต้
จุดที่น่าสนใจคือ ‘원화’ 거래 비중이 글로벌 현물 시장의 30%에 달했다는 부분이다. ตัวเลขนี้สะท้อนว่า 시장คริปโตเกาหลีไม่ได้เป็นเพียงตลาดท้องถิ่นอีกต่อไป แต่กลายเป็นหนึ่งในศูนย์กลางสำคัญของการค้นหาราคาในตลาดโลก
รายงานยังชี้ว่า สภาพตลาด ‘원화’ ของเกาหลีมีการกระจุกตัวสูงมาก โดย 업비트 ครองสัดส่วน 거래 원화 기반 50.59% ขณะที่ 빗썸 มี 40.57% เท่ากับว่าทั้งสอง 플랫폼ดูดซับสภาพคล่องส่วนใหญ่ของประเทศไว้เกือบทั้งหมด ภาพนี้แตกต่างจากตลาดยูโร(EUR) ที่กระจายไปหลายเว็บเทรด และต่างจากตลาดดอลลาร์สหรัฐ(USD) ที่มีผู้เล่นขนาดใหญ่หลายราย เช่น ไบแนนซ์, คอยน์เบส และคราเคน แบ่งส่วนแบ่งกันค่อนข้างชัดเจน
อีกลักษณะเด่นของตลาดเกาหลีคือการเอนเอียงไปทาง ‘알트코인’ อย่างมาก ระหว่างปี 2024 ถึงเดือนเมษายน 2026 ปริมาณซื้อขายเฉลี่ยรายสัปดาห์ของเว็บเทรดเกาหลีอยู่ที่ 26,220 ล้านดอลลาร์ โดยในจำนวนนี้เป็น ‘알트코인’ ถึง 85% ขณะที่ บิตคอยน์(BTC) มีเพียง 9% และ อีเธอเรียม(ETH) อยู่ที่ 6% เท่านั้น หากคิดเป็นมูลค่า รายงานประเมินว่า ‘알트코인’ มีการซื้อขายราว 22,300 ล้านดอลลาร์ต่อสัปดาห์ เทียบกับ บิตคอยน์(BTC) 2,400 ล้านดอลลาร์ และ อีเธอเรียม(ETH) 1,600 ล้านดอลลาร์
เมื่อเทียบกับตลาดโลกที่มักมี บิตคอยน์(BTC) เป็นแกนหลักของปริมาณซื้อขาย ภาพของเกาหลีจึงถือว่าค่อนข้างต่างอย่างชัดเจน รายงานมองว่า โครงสร้างนี้สะท้อนพฤติกรรมของนักลงทุนรายย่อยที่นิยมหมุนเงินเข้าสินทรัพย์ขนาดกลางและเล็กที่มีความผันผวนสูงมากกว่าเหรียญหลัก โดยหลังเดือนมิถุนายน 2024 ปริมาณซื้อขาย ‘알트코인’ รายสัปดาห์เคยพุ่งเกิน 50,000 ล้านดอลลาร์ในช่วงตลาดร้อนแรง และแม้ในช่วงที่ตลาดสงบลงก็ยังทรงตัวแถว 18,000-20,000 ล้านดอลลาร์
ในทางกลับกัน สัดส่วนสินทรัพย์ที่ซื้อขายในตลาด บิตคอยน์(BTC) หรือ เทเธอร์(USDT) ยังมีขนาดจำกัดเมื่อเทียบกับภาพรวมของตลาด ‘원화’ นี่จึงเป็นอีกเหตุผลที่ทำให้โครงสร้างตลาดเกาหลีมีลักษณะเฉพาะตัว และอาจตอบสนองต่อแรงเก็งกำไรได้เร็วกว่าหลายประเทศ
เมื่อเปรียบเทียบกับญี่ปุ่น ความแตกต่างยิ่งชัดเจนขึ้น รายงานระบุว่า ปริมาณซื้อขายคริปโตรายเดือนในตลาดเงินเยนญี่ปุ่น(JPY) หลังปี 2025 ทรงตัวอยู่เพียงราว 2,000-3,000 ล้านดอลลาร์ และกระจายค่อนข้างสม่ำเสมอใน 4 เว็บเทรดหลัก ได้แก่ คอยน์เช็ก, บิตฟลายเออร์, ไบแนนซ์ และบิตแบงก์ โดยไม่มีเว็บเทรดรายใดครองสัดส่วนเกิน 20-25% ของตลาด JPY
แม้เกาหลีจะมีปริมาณซื้อขายมากกว่าญี่ปุ่นอย่างชัดเจน แต่ในมุมของคุณภาพสภาพคล่องกลับไม่ได้เหนือกว่าเสมอไป ตามการวิเคราะห์ของ 카이코 리서치 ตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2024 ความลึกของตลาดรายวันในคู่ BTC-KRW ที่ระดับ 1% อยู่ที่ประมาณ 1.0-1.2 ล้านดอลลาร์สำหรับ 업비트, 400,000-500,000 ดอลลาร์สำหรับ 빗썸, 200,000-250,000 ดอลลาร์สำหรับ 코인원 และ 150,000-200,000 ดอลลาร์สำหรับ 코빗 โดยรวมแล้วตลาดเกาหลีทั้งระบบมี market depth ราว 2.0-2.5 ล้านดอลลาร์
แต่ฝั่งญี่ปุ่นกลับมีสภาพคล่องที่หนากว่า แม้ปริมาณซื้อขายจะน้อยกว่า บิตฟลายเออร์เพียงแห่งเดียวมี market depth สูงถึง 3.5 ล้านดอลลาร์ ขณะที่ บิตแบงก์ อยู่ที่ 1 ล้านดอลลาร์ และคอยน์เช็กประมาณ 600,000 ดอลลาร์ ข้อมูลนี้บ่งชี้ว่า แม้เกาหลีจะมีวอลุ่มมากกว่า แต่ในด้านความสามารถในการรองรับคำสั่งซื้อขายและป้องกันแรงกระแทกราคานั้น เว็บเทรดหลักของญี่ปุ่นกลับดูมั่นคงกว่า
ช่องว่างดังกล่าวยิ่งชัดในช่วงตลาดผันผวน รายงานระบุว่า ระหว่างเหตุการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ถึงมีนาคม 2026 market depth ของ 업비트 ลดลงจาก 1.4 ล้านดอลลาร์เหลือ 1 ล้านดอลลาร์ ส่วน 빗썸 ร่วงลงมาใกล้ระดับ 300,000 ดอลลาร์ ขณะที่ 코인원 และ 코빗 ลดลงราว 50% และไม่ได้ฟื้นตัวเด่นชัดหลังจากนั้น ภาพนี้สะท้อนว่า หากตลาดมีการกระจุกตัวสูงแต่ขาดกันชนด้านสภาพคล่อง แรงกระแทกราคาก็อาจรุนแรงขึ้นได้ง่าย
ด้านสเปรดก็ให้ภาพไปในทิศทางเดียวกัน ในช่วงเดือนมีนาคมถึงเมษายน 2026 สเปรดซื้อ-ขายของคู่ BTC-KRW อยู่ที่ราว 8-12 ดอลลาร์บน 업비트, 12-16 ดอลลาร์บน 빗썸, 30-40 ดอลลาร์บน 코인원 และ 50-70 ดอลลาร์บน 코빗 โดยเฉพาะในช่วงกลางเดือนมีนาคมที่ตลาดผันผวน สเปรดขยายกว้างขึ้นทั่วกระดาน และ 코빗 มีความผันผวนของสเปรดมากที่สุด สิ่งนี้แสดงให้เห็นว่า แม้จะอยู่ในตลาด ‘원화’ เดียวกัน แต่คุณภาพการจับคู่คำสั่งซื้อขายของแต่ละเว็บเทรดต่างกันพอสมควร
จากฉากหลังแบบนี้ การเปลี่ยนแปลงด้านกฎระเบียบของเกาหลีจึงไม่ได้มีผลแค่ในประเทศเท่านั้น รายงานประเมินว่า กฎการติดตามความเสี่ยงแบบเรียลไทม์ที่เริ่มใช้ในเดือนเมษายน 2026 เป็นความพยายามรับมือกับลักษณะเฉพาะของตลาดเกาหลี ทั้งปริมาณซื้อขายที่สูงมาก การกระจุกตัวใน ‘알트코인’ market depth ที่ค่อนข้างตื้น และโครงสร้างที่พึ่งพาเว็บเทรดไม่กี่ราย
เพราะเกาหลีครองสัดส่วนถึง 30% ของตลาด ‘암호화폐’ 현물 ทั่วโลก หากเว็บเทรดหลักเกิดปัญหาระบบล่มหรือสภาพคล่องอ่อนตัวลง ก็อาจส่งผลต่อราคาตลาดโลกได้โดยตรง
ความคิดเห็น คือ รายงานชิ้นนี้ตอกย้ำว่า ตลาด ‘원화’ ไม่ได้สำคัญเพียงเพราะมีวอลุ่มสูง แต่กำลังก้าวขึ้นเป็นแกนหลักของระบบนิเวศคริปโตโลกจริง ๆ อย่างไรก็ตาม การพึ่งพา ‘알트코인’, การกระจุกตัวของผู้เล่น และความลึกของตลาดที่ยังไม่แข็งแรงพอ ยังคงเป็นความเสี่ยงเชิงโครงสร้างที่ต้องจับตา หากเกาหลีต้องการรักษาสถานะศูนย์กลางซื้อขาย ‘암호화폐’ อันดับ 2 ของโลกในระยะยาว การยกระดับคุณภาพสภาพคล่องและระบบบริหารความเสี่ยงจะสำคัญไม่แพ้การเติบโตของปริมาณซื้อขายเอง
ท้ายที่สุด ตลาด ‘원화’ กำลังพิสูจน์บทบาทของตัวเองในเวที ‘암호화폐’ โลกอย่างชัดเจน แต่การเติบโตในระยะต่อไปจะขึ้นอยู่กับว่าตลาดจะเปลี่ยนจาก “ใหญ่” ไปสู่ “แข็งแรง” ได้มากแค่ไหน นั่นคือโจทย์สำคัญของเกาหลีในรอบถัดไปของอุตสาหกรรมนี้
ความคิดเห็น 0