Back to top
  • 공유 แชร์
  • 인쇄 พิมพ์
  • 글자크기 ขนาดตัวอักษร
ลิงก์ถูกคัดลอกแล้ว

แฮกเกอร์เคลป์DAO(KelpDAO) โยก 7.57 หมื่นอีเธอเรียม(ETH) หนีการแช่แข็ง ผ่าน Umbra Cash และ THORChain

แฮกเกอร์ ‘เคลป์DAO(KelpDAO)’ เร่งกระจายเงินต่อเนื่อง แม้ถูก ‘แช่แข็ง’ บางส่วนไปแล้ว โดยหลังจากคณะกรรมการด้านความปลอดภัยของอาร์บิทรัม(ARB) ประกาศล็อกทรัพย์สิน 3만766 อีเธอเรียม(ETH) ได้ไม่กี่ชั่วโมง ผู้โจมีก็ขยับตัวครั้งใหญ่ ย้ายอีเธอเรียม 7만5700 ETH ไปยังกระเป๋าใหม่ 2 ใบ ทำให้การ ‘ติดตาม’ และ ‘กู้คืน’ ทรัพย์สินยิ่งยากขึ้น

เมื่อวันที่ 21 บริษัทด้านความปลอดภัยบล็อกเชน ‘펙실드알림(PeckShieldAlert)’ เปิดเผยว่า การย้ายครั้งนี้มีมูลค่าราว 1억7500만달러 หรือประมาณ 2567억원 ตามข้อมูลออนเชน เงินถูกแยกออกเป็น 2 เส้นทาง คือ 2만5000 ETH และ 5만700 ETH โดยทั้งหมดถูกโอนออกจากกระเป๋าที่ระบุชื่อไว้ว่า ‘Kelp DAO Exploiter 1’

การเคลื่อนไหวครั้งนี้ไม่ใช่แค่การย้ายเงินธรรมดา แต่เป็นความพยายาม ‘ลบล่องรอย’ อย่างชัดเจน มีรายงานว่าธุรกรรมอีเธอเรียมบางส่วนถูกส่งผ่านโปรโตคอลปกปิดเส้นทางอย่าง ‘움브라 캐시(Umbra Cash)’ ที่ใช้ที่อยู่แบบใช้ครั้งเดียวเพื่อตัดการเชื่อมโยงเส้นทางโอน ‘คำ’ ซึ่งช่วยพรางตัวผู้รับและเส้นทางการเคลื่อนย้ายเงิน

พร้อมกันนั้น บริษัทความปลอดภัยบล็อกเชน ‘서틱(CertiK)’ ยังระบุด้วยว่า แฮกเกอร์กำลังใช้โปรโตคอลครอสเชนอย่าง THORChain เพื่อแปลงสินทรัพย์ไปเป็นบิตคอยน์(BTC) โดยไม่ต้องพึ่งพา ‘เว็บเทรดรวมศูนย์’ การใช้สะพานข้ามเชนลักษณะนี้ทำให้การติดตามและสกัดกั้นทรัพย์สินทำได้ยากขึ้นอีกขั้น เนื่องจากทรัพย์สินสามารถไหลข้ามเชนได้อย่างอิสระ

ในกระเป๋าเดิมของผู้โจมตี ตอนนี้เหลือเพียง 0.768 ETH เท่านั้น เรียกได้ว่าแทบจะถูก ‘เท’ จนเกลี้ยง สะท้อนว่าผู้โจมตีเลือก ‘ทิ้ง’ ที่อยู่นี้และหันไปกระจายทรัพย์สินผ่านกระเป๋าใหม่หลายใบแทน ด้านคณะกรรมการความปลอดภัยของอาร์บิทรัมยังยืนยันว่า อีเธอเรียม 3만766 ETH ที่เพิ่งกดแช่แข็งไว้ก่อนหน้านี้ยังคงถูกล็อกอยู่ แต่สำหรับอีเธอเรียม 7만5700 ETH ที่เพิ่งเคลื่อนย้ายออกไปล่าสุด ยังไม่มีมาตรการ ‘ป้องกัน’ หรือ ‘อายัด’ ใดๆ ครอบคลุม

ในมุมมองตลาด เหตุการณ์ ‘แฮ็กเคลป์DAO’ กำลังกลายเป็นศึก ‘แข่งความเร็ว’ ระหว่างแฮกเกอร์กับทีมกู้คืนสินทรัพย์ ผู้ให้บริการด้านความปลอดภัยและผู้ติดตามออนเชนต่างจับตาการเคลื่อนไหวครั้งต่อไปของกระเป๋าใหม่เหล่านี้อย่างใกล้ชิด ‘คำ’ เพราะหากเงินถูกแตกย่อยและกระจายไปยังเครือข่ายและสินทรัพย์ต่างๆ มากกว่านี้ โอกาสในการกู้คืนจะลดลงอย่างรวดเร็ว

"ความคิดเห็น" ตอนนี้ปัจจัยชี้ขาดสำคัญของคดีแฮ็กเคลป์DAO ไม่ได้อยู่แค่ที่จำนวนเหรียญที่ถูกขโมยไป แต่คือ ‘เวลา’ ว่าทีมติดตามจะสามารถตามรอยและประสานความร่วมมือกับโปรโตคอลและผู้เล่นรายใหญ่ต่างๆ ได้เร็วแค่ไหน ก่อนที่เงินจะถูกฟอกและหลุดออกจากระบบติดตามไปอย่างถาวร

<ลิขสิทธิ์ ⓒ TokenPost ห้ามเผยแพร่หรือแจกจ่ายซ้ำโดยไม่ได้รับอนุญาต>

บทความที่มีคนดูมากที่สุด

บทความที่เกี่ยวข้อง

บทความหลัก

ดิไฟ(DeFi) ระส่ำ! แฮ็ก rsETH–เคลป์(Kelp) สูญ 292 ล้านดอลลาร์ สะเทือนเอฟเอฟอี(AAVE) เสี่ยงลามเป็นดิไฟแบงก์รัน

สงครามสเตเบิลคอยน์เดือด! ตลาดพุ่งทะลุ 3 แสนล้านดอลลาร์ สั่นคลอนอนาคตเงินฝากธนาคารสหรัฐ

ริปเปิล(XRP) ร่วงหลุด 1.46 ดอลลาร์ จับตาแนวรับ 1.41 ดอลลาร์ชี้ชะตาโอกาสรีบาวด์เดือนพฤษภาคม

ความคิดเห็น 0

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม

0/1000

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม
1