Back to top
  • 공유 แชร์
  • 인쇄 พิมพ์
  • 글자크기 ขนาดตัวอักษร
ลิงก์ถูกคัดลอกแล้ว

ริปเปิล(XRP) ถูกถกเดือดเรื่องโทเคโนมิกส์เอสโครว์–แรงขายรายเดือนกดราคาระยะยาวจริงหรือ?

ริปเปิล(XRP) กลับมาถูกถกเถียงเรื่อง ‘โครงสร้างการขายโทเค็น’ อีกครั้ง หลังมีโพสต์ไวรัลกล่าวหาว่า ริปเปิลขาย XRP หลายร้อยล้านโทเค็นทุกเดือนเพื่อนำไปใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนบริษัท จนกลายเป็นแรงกดดันต่อราคาในระยะยาว อย่างไรก็ตาม ก็มีเสียงโต้แย้งตามมาทันทีว่าราคาของ XRP ไม่ได้ถูกกำหนดด้วยการขายรายเดือนของบริษัทโดยตรง และมีปัจจัยจากตลาดคริปโตโดยรวมเข้ามาเกี่ยวข้องมากกว่า

โพสต์ดังกล่าวอธิบายว่า XRP ถูกสร้างครั้งแรกในปี 2012 รวมทั้งสิ้น 100,000 ล้านโทเค็น โดยผู้ก่อตั้งได้รับไป 20,000 ล้านโทเค็น และส่งมอบอีก 80,000 ล้านโทเค็นให้บริษัทริปเปิล จากนั้นในเดือนธันวาคม 2017 ริปเปิลนำ XRP จำนวน 55,000 ล้านโทเค็นไปล็อกไว้ในสมาร์ตคอนแทรกต์รูปแบบ ‘เอสโครว์’ กำหนดให้ปลดล็อก 1,000 ล้านโทเค็นต่อเดือน โดยอ้างว่าบริษัทจะนำ 70–80% กลับไปล็อกใหม่ และเหลือ XRP ราว 200–300 ล้านโทเค็นเป็น ‘เงินทุนดำเนินงาน’ ของบริษัท คิดเป็นมูลค่าประมาณ 400 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อเดือนตามราคาในปัจจุบัน

ผู้เขียนโพสต์ชี้ว่า ตลอด 10 ปีที่ผ่านมา แนวคิดฝั่งมองบวกที่ว่า ‘ธนาคารกำลังจะเข้ามาใช้ XRP’ เป็นแกนหลักของเรื่องเล่าการลงทุน แต่ในความเป็นจริง ริปเปิลยังถือ XRP อยู่ในเอสโครว์ราว 39% ของอุปทานทั้งหมด จนทำให้ผู้ถือ XRP ถูก ‘ด้อยค่า’ ทุกเดือนจากแรงขายฝั่งบริษัท พร้อมทั้งย้ำว่าในช่วง 6 เดือนล่าสุด ราคาของ XRP ปรับตัวลงต่อเนื่อง จึงมองว่าโทเคโนมิกส์ลักษณะนี้เป็นภาระต่อราคาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

ฝั่ง ‘ความคิดเห็น’ ที่ออกมาโต้กลับนำโดยทนายความ บิล มอร์แกน(Bill Morgan) ซึ่งปฏิเสธอย่างตรงไปตรงมาว่า การที่ริปเปิลขาย XRP รายเดือน ไม่สามารถอธิบายการร่วงลงของราคาตลอด 6 เดือนที่ผ่านมาได้ในเชิงตรรกะ เขาระบุว่า ริปเปิลขาย XRP มาเป็นเวลานานแล้ว แต่ในช่วงเวลาดังกล่าวก็มีหลายรอบที่ราคา XRP ปรับตัวขึ้นแรง ‘คำ’ ที่มอร์แกนต้องการเน้นคือ เขามองว่าราคา XRP มีความสัมพันธ์กับการเคลื่อนไหวของบิตคอยน์(BTC) มากกว่ากับยอดขายรายเดือนของริปเปิลอย่างมีนัยสำคัญ

มอร์แกนยังดึงข้อมูลระยะยาวมาเป็นหลักฐานเสริม โดยคำนวณว่าหลังจากริปเปิลเริ่มมีการขาย XRP จนถึงปัจจุบันราว 13 ปี ราคา XRP ปรับขึ้นไปแล้วกว่า 24,602% เขาให้เหตุผลว่า หากแรงขายจากบริษัทเป็นตัวกดราคาแบบ ‘ด้านเดียว’ จริง ผลตอบแทนระดับหลายหมื่นเปอร์เซ็นต์คงไม่เกิดขึ้น ขณะเดียวกัน ปริมาณ XRP ที่ริปเปิลถือไว้ในเอสโครว์ก็ลดลงจากราว 39% เหลือราว 33% ของอุปทานทั้งหมด ซึ่งในเชิงทฤษฎี หมายถึง ‘แรงกดดันจากฝั่งอุปทาน’ ควรจะค่อย ๆ ลดลงเมื่อเวลาผ่านไป

‘ความคิดเห็น’ ของนักลงทุนบางส่วนยังมองว่า แม้ข้อมูลเชิงตัวเลขของมอร์แกนจะชี้ว่าราคา XRP เคยเติบโตสูงในอดีต แต่จิตวิทยาตลาดปัจจุบันอาจให้ความสำคัญกับประเด็นเอสโครว์และยอดขายรายเดือนมากขึ้น เพราะนักลงทุนรุ่นใหม่ให้ความสนใจกับโทเคโนมิกส์และโครงสร้างอุปทานมากกว่ายุคก่อน ขณะที่กลุ่มมองบวกย้ำว่า ปัจจัยระดับมหภาคอย่างทิศทางของบิตคอยน์และสภาพคล่องในตลาดคริปโตยังคงมีน้ำหนักมากกว่าในเชิงการกำหนดราคา

ข้อถกเถียงรอบล่าสุดสะท้อนให้เห็นว่า ‘โครงสร้างการถือครองและการขาย XRP ของริปเปิล’ ยังเป็นประเด็นอ่อนไหวสำหรับนักลงทุน การมองว่าปริมาณ XRP ในมือบริษัทและกลไกเอสโครว์เป็นตัวถ่วงความเชื่อมั่น ยังคงเผชิญหน้ากับมุมมองที่ว่า ในความเป็นจริงแล้วราคา XRP กระทบจากทิศทางตลาดรวมมากกว่าโครงสร้างภายในของโทเค็น ความเห็นที่แตกต่างกันนี้ทำให้ ‘ประเด็นการขาย XRP ของริปเปิล’ มีแนวโน้มจะยังเป็นหัวข้อร้อนในการวิเคราะห์ราคาและโทเคโนมิกส์ของ XRP ต่อไปอีกระยะหนึ่ง

<ลิขสิทธิ์ ⓒ TokenPost ห้ามเผยแพร่หรือแจกจ่ายซ้ำโดยไม่ได้รับอนุญาต>

บทความที่มีคนดูมากที่สุด

บทความที่เกี่ยวข้อง

ความคิดเห็น 0

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม

0/1000

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม
1